จากสงครามสุกี้ที่ดุเดือด วันนี้ “สุกี้ตี๋น้อย” ของ “เฟิร์น-นัทธมน พิศาลกิจวนิช” ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บี เอ็น เอ็น เรสเตอรองท์ กรุ๊ป จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจร้านอาหาร “สุกี้ตี๋น้อย” (Suki Teenoi)
กำลังเปลี่ยนโจทย์จากการขาย “ความอิ่มในราคาถูก” ไปสู่การขาย “ประสบการณ์ที่คุ้มค่า” (Value Experience)
ด้วยการเปิดตัวโมเดลใหม่ ‘Teenoi PLUS+’ ที่ขยับมาเล่นตลาด 299 บาท (Net 362 บาท) เพื่อแก้โจทย์ความต้องการลูกค้าที่อยากได้ออปชันที่พรีเมียมขึ้น
ทำไมต้องมี “ตี๋น้อย PLUS+” ?
“เฟิร์น-นัทธมน” เปิดเผยแนวคิดเบื้องหลังว่า ด้วยภาพรวมตลาดสุกี้ 3.1 หมื่นล้านบาท ที่มีการแข่งขันสูง ทั้งจากตัวเลือกและราคาของแต่ละแบรนด์ที่ค่อนข้างใกล้เคียงกัน ทำให้โจทย์สำคัญไม่ใช่แค่ถูกกว่า แต่ต้องให้ได้มากกว่าในราคาที่ใกล้กัน
สุกี้ตี๋น้อยจึงพัฒนาโมเดล “ตี๋น้อย PLUS+” ขึ้นมา เพื่อเพิ่มทางเลือกให้ลูกค้าที่อยากอัปเกรดประสบการณ์ โดยยังคงจุดแข็งด้านราคาที่เข้าถึงง่าย
โดยเบื้องต้นโครงสร้างร้านจะถูกแบ่งเป็น 2 ระดับราคา คือ 219 บาท ซึ่งมีให้บริการแล้วกว่า 100 สาขา และระดับ 299 บาท ซึ่งจะใช้ชื่อ “PLUS+” เพื่อสื่อถึงประสบการณ์ที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน
คำถามคือ 299 บาท ได้อะไรเพิ่มขึ้น
1. หม้อ 3 ช่อง : เลือกน้ำซุปได้จุใจถึง 6 แบบ โดยไม่ต้องจ่ายเงินเพิ่ม (จากปกติถ้าเป็นซุปพิเศษในราคามาตรฐานต้องเพิ่มเงิน)
2. Sushi Bar : ยกเคาน์เตอร์ซูชิสไตล์โอมากาเสะมาไว้ในร้าน นำทีมโดย “เชฟน้อย” มีให้เลือก 4 เมนูหลัก
3. Self-Service Bar : มีบาร์ตรงกลางให้เดินหยิบเนื้อสัตว์ ผัก ของทอด และอาหารทานเล่นได้เอง รวมถึงมีของหวานอย่าง Soft Serve เพิ่มเข้ามา
โดยในปี 2569 บริษัทฯ ตั้งเป้าที่จะจะขยายโมเดล “ตี๋น้อย PLUS+” ให้ครบ 13 สาขา ครอบคลุมทั้งหัวเมืองและภูมิภาค ได้แก่ ชัยนาท (เปิดให้บริการแห่งแรก 25 มีนาคม 2569)
ตามด้วยสาขาที่ เจอาร์ นครปฐม, ปตท. สระแก้ว, ยู พาร์ค อุบลราชธานี, วิชโก้ มอลล์ โคราช, ชาญ ทเวนตี้โฟร์ (ปลวกแดง ระยอง), ภูเก็ต (สามกอง), ไดอาน่า หาดใหญ่, หาดใหญ่ (โชว์รูมมิตซูเก่า), โอโซนวัน สรงประภา, อำนาจเจริญ, พอร์ตโต ชิโน่ สมุทรสาคร และ สุขสมบูรณ์ สุราษฎร์ธานี

เร่งขยายสาขาเพิ่ม 60 สาขา ดันรายได้แตะ 1.3 หมื่นล้าน
“เฟิร์น-นัทธมน” กล่าวต่อว่า นอกจากการปั้นแบรนด์ใหม่แล้ว ในปี 2569 ยังถือเป็นปีที่ชาเลนจ์มากๆ ของบริษัท จากเดิมที่เคยขยายปีละ 20 กว่าสาขา
ปีนี้เตรียมอัดฉีดงบลงทุน 1,200-1,500 ล้านบาท เพื่อเร่งขยายสาขาเพิ่มอีก 60 แห่ง หรือเฉลี่ยไตรมาสละ 15 สาขา แบ่งเป็น
- สุกี้ตี๋น้อย และ สุกี้ตี๋น้อย PLUS+ 40 สาขา
- ตี๋น้อย บาร์บีคิว 2 สาขา
- ตี๋น้อย โกลด์ 9 สาขา
- แบรนด์ใหม่ 9 สาขา
ซึ่งปัจจุบันบริษัทมีสาขาครอบคลุม 35 จังหวัด โดยปีนี้จะลุยเพิ่มอีก 22 จังหวัด (อีก 20 จังหวัดกำลังพิจารณาพื้นที่)
โดยคาดว่าสิ้นปี 2569 เฉพาะสุกี้ตี๋น้อย และ สุกี้ตี๋น้อย PLUS+ จะมีสาขาครบ 133 สาขา ครอบคลุม 57 จังหวัดทั่วประเทศ
ส่วนเป้าหมายรายได้ปี 2569 จากเดิมที่ตั้งเป้ามีรายได้แตะ 12,000 ล้านบาทในช่วงสิ้นปี แต่จากแผนการดำเนินงานดังกล่าว คาดว่าสิ้นปีนี้จะสามารถทำรายได้แตะ 13,000 ล้านบาท หรือเติบโตถึง 42% ได้อย่างแน่นอน
ล็อกต้นทุน-ลุยสร้างครัวกลางเพิ่มอีก 1 แห่ง
อย่างไรก็ตาม แม้จะเผชิญกับต้นทุนวัตถุดิบและราคาสินค้าเกษตร เช่น หมู ไก่ ไข่ ผัก ที่ผันผวนตามตลาด
แต่ “เฟิร์น-นัทธมน” ยืนยันว่าจะไม่มีการปรับขึ้นราคาอย่างแน่นอน เพราะบริษัทได้มีการบริหารจัดการต้นทุนด้วยการล็อกราคาสินค้าล่วงหน้าตั้งแต่ปีที่แล้ว ทำให้ต้นทุนในครึ่งปีแรกของปี 2569 ถูกลงและควบคุมได้ดีขึ้น
นอกจากนี้ เพื่อรองรับการขยาย 60 สาขา บริษัทยังเตรียมแก้เกมด้านโลจิสติกส์ ด้วยการลงทุนสร้างครัวกลางแห่งใหม่ในภาคอีสานภายในปีนี้ เพื่อช่วยกระจายสินค้าและลดภาระของครัวกลางเดิมที่มีอยู่เพียงแห่งเดียวที่ธัญบุรี
ท้ายที่สุดแล้ว การส่ง “ตี๋น้อย PLUS+” เข้ามาเพิ่มทางเลือกในตลาดสุกี้ที่ดุเดือด คือเกมกลยุทธ์ที่ได้ทั้งการรักษาฐานลูกค้าเดิมที่อยากอัปเกรดประสบการณ์
และยังเป็นการสร้างกำแพงป้องกันคู่แข่งที่จะเข้ามาแทรกกลางในตลาดราคา 300 บาทต้นๆ ได้อย่างน่าสนใจ
