การกลับมารวมตัวกันอย่างพร้อมหน้าของวง BTS ในคอนเสิร์ตใหญ่ที่กำลังจะเกิดขึ้นในวันเสาร์ที่ 21 มีนาคมนี้ ไม่ได้เป็นเพียงแค่เหตุการณ์สำคัญในอุตสาหกรรมดนตรีเท่านั้น แต่ได้กลายเป็นวาระระดับชาติที่รัฐบาลเกาหลีใต้ให้ความสำคัญสูงสุด 

คอนเสิร์ตครั้งนี้ซึ่งเป็นคอนเสิร์ตเปิดอัลบั้มชุดที่ 5 ในชื่อว่า Arirang จะจัดขึ้นที่หน้าพระราชวังเคียงบกในกรุงโซล โดยคาดว่าจะมีแฟนๆ ของ BTS กว่า 260,000 คน อยู่ที่สถานที่จัดคอนเสิร์ตและบริเวณโดยรอบ 

ดังนั้นรัฐบาลเกาหลีใต้และกรุงโซลจึงได้ยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยเข้มงวดในระดับที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน เพื่อเตรียมรับมือกับฝูงชนมหาศาลและการเฝ้าระวังภัยคุกคามในพื้นที่จัดงาน 

ในการประชุมคณะรัฐมนตรีสัปดาห์นี้ ประธานาธิบดี อี แจมยอง ได้ส่งสัญญาณชัดเจนว่า “ประเด็นหลักคือความปลอดภัย” โดยกำชับให้กระทรวงมหาดไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเตรียมพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ 

เพื่อการนี้จึงได้มีการยกระดับการเฝ้าระวังภัยคุกคามขึ้นหนึ่งขั้นสู่ระดับที่สอง (จากทั้งหมดสี่ระดับ) สำหรับพื้นที่สำคัญในเมืองหลวง ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ไปจนถึงเที่ยงคืนของวันเสาร์ โดยทั้งหมดจะเป็นการสนธิกำลังกันของเจ้าหน้าที่กว่า 10,000 คน 

ที่ประกอบไปด้วย ตำรวจกรุงโซล 6,500 นาย หน่วยปราบจลาจลกว่า 70 หน่วย ขณะที่เทศบาลกรุงโซลจะส่งเจ้าหน้าที่เพิ่มอีก 3,400 นาย พร้อมรถดับเพลิง 102 คัน และนักผจญเพลิงกว่า 800 นายประจำการรอบพื้นที่ 

นอกจากความกังวลเรื่องความแออัดแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจยังระบุว่าไม่อาจตัดความเป็นไปได้ของการก่อเหตุรุนแรง เนื่องจากสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างประเทศที่ทวีความรุนแรงขึ้น รวมถึงวิกฤตการณ์ในตะวันออกกลางที่ยังไม่มีทีท่าจะว่าจบลง  

อีกทั้งสถานที่จัดงานบริเวณลานกวางฮวามุนยังตั้งอยู่ห่างจากสถานทูตสหรัฐอเมริกาเพียงประมาณ 160 เมตรเท่านั้น ทำให้ต้องมีการวางกำลังพลหนาแน่นเป็นพิเศษ 

ขณะที่รถไฟใต้ดินจะวิ่งผ่านสถานีที่อยู่ใกล้เคียงโดยไม่หยุดจอดเพื่อป้องกันความแออัดบนชานชาลา มีการวางแผงกั้นรถยนต์ สิ่งกีดขวางแบบหนามเหล็ก และใช้รถบัสตำรวจ l้อมรอบขอบเขตงาน รวมถึงจำกัดการเข้าถึงดาดฟ้าของตึกรอบบริเวณจำนวน 31 แห่ง 

คอนเสิร์ตครั้งนี้มีความหมายอย่างยิ่งต่อแฟนเพลง เพราะเป็นการร่วมเวทีเต็มวงครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2022 หลังจากสมาชิกทั้ง 7 ปลดประจำการจากการไปเป็นทหารอีกด้วย 

อีเวนต์นี้จะจัดขึ้น ณ ลานกวางฮวามุน หน้าพระราชวังเคียงบกอันเก่าแก่ ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม โดยจัดขึ้นหนึ่งวันหลังจากการปล่อยอัลบั้มชุดที่ 5 ที่มีชื่อว่า “Arirang” และจะมีการถ่ายทอดสดผ่านแพลตฟอร์ม Netflix ไปยังกว่า 190 ประเทศทั่วโลก 

นอกเหนือจากความเข้มงวดด้านความปลอดภัย กรุงโซลยังจัดเทศกาลวัฒนธรรมควบคู่ไปด้วยเพื่อเฉลิมฉลองการคืนวงการ โดยในคืนวันศุกร์จะมีการฉาย Media Facade ธีม BTS บนแลนด์มาร์คสำคัญทั่วเมือง และมีการแสดงโดรนแปรอักษรสุดอลังการเหนือแม่น้ำฮันนาน 15 นาที ซึ่งกิจกรรมทั้งหมดจะจัดต่อเนื่องไปจนถึงกลางเดือนเมษายน ก่อนที่วงจะเริ่มต้นการทัวร์คอนเสิร์ตทั่วโลก 

การเตรียมความพร้อมสำหรับคอนเสิร์ตของ BTS ในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการอำนวยความสะดวกให้กับงานดนตรี แต่ยังเป็นบททดสอบสำคัญของรัฐบาลเกาหลีใต้ในการบริหารจัดการฝูงชนและการรักษาความปลอดภัยระดับประเทศ เนื่องจากเกาหลีใต้เคยมีปัญหาในการจัดการฝูงชนและสถานที่จัดงานที่มวลชนไปรวมตัวกัน 

เมื่อปี 2014 เกิดเหตุระเบียงถล่มในคอนเสิร์ตจนมีผู้เสียชีวิตไป 16 คน และอีก 11 คนได้รับบาดเจ็บ ต่อมาในงานฮาโลวีนปี 2022 ก็เกิดเหตุเบียดเสียดกันย่านอีเทวอน จนมีผู้เสียชีวิตไป 159 คน 

ดังนั้นความสำเร็จของงานนี้จะเป็นเครื่องยืนยันว่าเกาหลีใต้สามารถรักษาความสมดุลระหว่างการเผยแพร่ Soft power ที่ทรงพลังกับการรักษาความปลอดภัยให้ฝูงชนในอีเวนต์ใหญ่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังจะเป็นการเริ่มต้นบทใหม่ของ BTS ซึ่งคงจะเป็นข่าวระดับโลก ผ่านการไลฟ์สตรีมไปทั่วโลก 

สำหรับทัวร์คอนเสิร์ตคืนวงการของ BTS จะจัดขึ้นเป็นจำนวน 82 โชว์ ใน 34 เมืองกระจายไปตาม 5 ทวีปทั่วโลก โดยมีการประเมินว่า จะกลายเป็นปรากฏการณ์ทางเศรษฐกิจครั้งมหาศาลที่อาจสร้างเงินหมุนเวียนได้สูงถึงหลายหมื่นล้านดอลลาร์ (ประมาณ 350,000 ล้านบาทขึ้นไป) แซงหน้าสถิติของ Taylor Swift และทุกสถิติในการกระตุ้นเศรษฐกิจของวงการคอนเสิร์ตเท่าที่เคยมีมา 

พร้อมกันนี้ยังจะเป็นการย้ำ Soft power เกาหลีใต้ในตลาดโลกที่ K-pop เป็นหนึ่งในหัวหอกอีกด้วย / theguardian