PUBAT เตรียมจัดงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 54 ในธีม “Read The Legend” โดยปีนี้ขยายพื้นที่จัดงานเป็น 3 ฮอลล์ครึ่ง พร้อมประเดิมเปิดโซนใหม่ นิยายวายโดยเฉพาะรับเทรนด์นักอ่านรุ่นใหม่ ท่ามกลางภาพรวมตลาดหนังสือไทยที่มูลค่าแตะ 20,000 ล้านบาท ทั้งเผยอินไซต์นักอ่านไทยเปย์อีบุ๊กแซงหนังสือเล่ม

| สัปดาห์หนังสือ ‘Read The Legend’
ขยายเป็น 3 ฮอลล์ครึ่ง เปิดโซนนิยายวายรับเทรนด์นักอ่าน |
||||||
| ครั้งที่จัดงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ | 47 (ปี 2019) | * 50 (ปี 2022) | 51 (ปี 2023) | 52 (ปี 2024) | 53 (2025) | 54
(2026) |
| สถานที่จัดงาน | ศูนย์ฯ สิริกิติ์ | สถานีกลางบางซื่อ | ศูนย์ฯ สิริกิติ์ | |||
| จำนวนบูธ | 924 | 584 | 902 | 899 | 1,166 | 1,028 |
| ผู้เข้าร่วมงาน / ล้านคน | 1.4 | 0.7 | 1.1 | 1.3 | 1.3 | 1.5 |
| ยอดขาย / ล้านบาท | 353 | 200 | 351 | 403 | 423 | 470 |
| * งานสัปดาห์หนังสือฯ ครั้งที่ 50 หรือ ปี 2022 ถูกจัดขึ้นภายใต้ข้อจำกัดผู้เข้าร่วมงานต่อวันและพื้นที่จัดงาน | ||||||
| หมายเหตุ: งานสัปดาห์หนังสือฯ ครั้งที่ 48 (ปี 2020) – ครั้งที่ 49 (2021) ไม่มีข้อมูลเปรียบเทียบ เนื่องจากจัดงานแบบออนไลน์เท่านั้น ทางเว็บไซต์ ThaiBookFair | ||||||
| ที่มา : สมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย, มีนาคม 2026 | ||||||
สมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย (PUBAT – The Publishers and Booksellers Association of Thailand) ประกาศความพร้อมจัดงาน “สัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 54 และสัปดาห์หนังสือนานาชาติ ครั้งที่ 24” ระหว่างวันที่ 26 มีนาคม – 6 เมษายน 2026 ตั้งแต่เวลา 10.00 – 21.00 น. ณ ฮอลล์ 5 – 8 ชั้น LG ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

งานสัปดาห์หนังสือฯ ปีนี้มาในธีม “Read The Legend” (เปิดตำนาน…การอ่านครั้งใหม่) มุ่งสะท้อนพลังของ “ตำนาน” ที่มีชีวิตและข้ามกาลเวลาได้ โดยนำ “คณะหุ่นเจ้าขุนทอง” เป็นตัวแทนส่งต่อแรงบันดาลใจผ่านหนังสือ เพื่อเชื่อมโยงความทรงจำและดึงดูดนักอ่าน พร้อมยกระดับการอ่านให้เป็นไลฟ์สไตล์สุดเทรนด์สำหรับคนรุ่นใหม่
ปีนี้ PUBAT ได้ขยายพื้นที่จัดงานเพิ่มขึ้นเป็น 3 ฮอลล์ครึ่ง จากเดิม 3 ฮอลล์ ทำให้มีพื้นที่รวมกว่า 30,000 ตร.ม. วางบูธหนังสือในงาน 1,028 บูธ จาก 362 สำนักพิมพ์ รวมหนังสือไทยและต่างประเทศกว่า 10 ล้านเล่ม
โดยคาดว่าจะมีหนังสือปกใหม่ที่มาเปิดตัวในงานมากกว่า 1,000 – 1,600 ปก ไฮไลต์สำคัญคือการเปิดโซนใหม่สำหรับหนังสือกลุ่มนิยายวาย หรือ Boy’s Love (BL) และ Girl’s Love (GL) โดยเฉพาะเป็นครั้งแรกเพื่อตอบรับกระแสนิยม
นอกจากนั้น ภายในงานสัปดาห์หนังสือฯ ยังมีนิทรรศการและกิจกรรมอื่น ๆ อัดแน่นกว่า 100 รายการ รวมถึงกลยุทธ์การดึงครีเอเตอร์สายคอนเทนต์กว่า 200 คน ภายใต้กิจกรรม “กระทรวงว่าการนักอ่านมืออาชีพ” มาร่วมผลักดันยอดขายและสร้างกระแสการอ่านให้กลายเป็นเทรนด์
PUBAT ยังเดินหน้าจัดงานเจรจาซื้อขายลิขสิทธิ์ “Bangkok Rights Fair 2026” แบบ B2B ระหว่างวันที่ 27 – 28 มีนาคม 2026 โดยในครั้งนี้มีบริษัทและนักเขียนเข้าร่วม 163 ราย จาก 24 ประเทศและเขตแดน แบ่งเป็นไทย 83 ราย และต่างชาติ 80 ราย โดยภายในงานตั้งเป้าหมายที่จะมีการจับคู่เจรจาการค้ามากกว่า 300 คู่ คาดว่าจะสามารถสร้างเม็ดเงินจากการซื้อขายลิขสิทธิ์ได้กว่า 90 ล้านบาท
ทั้งนี้ งานหนังสือใหญ่ในไทยซึ่งจัดโดย PUBAT แบ่งเป็น 2 ช่วงหลัก ๆ คือ งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ช่วงปลายเดือนมีนาคม – ต้นเดือนเมษายน ของทุกปี และงานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ช่วงเดือนตุลาคม ของทุกปี ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
โดยงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ เป็นงานที่จัดควบคู่ไปกับงานสัปดาห์หนังสือ นานาชาติ จึงถือเป็นงานระดับนานาชาติ มีผู้เข้าร่วมจากต่างประเทศมาออกบูท และมีอีเวนต์ส่งเสริมในตลาด B2B อาทิ งานซื้อขายลิขสิทธิ์ระหว่างประเทศ
ส่วนงานมหกรรมหนังสือแห่งชาติ ถือเป็นงานภายในประเทศ เน้นสำนักพิมพ์ที่ขายและทำหนังสือสำหรับตลาดในประเทศ เพื่อส่งเสริมการใช้จ่ายและการอ่านหนังสือของตลาดหนังสือไทยช่วงปลายปี
ด้านภาพรวมตลาดหนังสือไทยช่วง 5 ปีที่ผ่านมา พบว่าฟื้นตัวต่อเนื่องมาตั้งแต่ช่วงวิกฤตโรคระบาด และดีดตัวชัดเจนเมื่องานหนังสือกลับมาจัดออนไซต์เต็มรูปแบบ ส่งผลให้ตลาดโตเฉลี่ย 10% ต่อปี
ตลาดหนังสือมีคนรุ่นใหม่เป็นกำลังซื้อหลัก ผลักดันยอดขายหมวดนิยายวาย การ์ตูน มังงะ และฮาวทู เสริมด้วยกระแสสื่อผสมอย่างซีรีส์กับภาพยนตร์ดัดแปลง รวมถึงตลาด E-Book และ Audio Book ที่ขยายตัว จนมูลค่าตลาดปีที่ผ่านมา ขยายตัวแตะ 20,000 ล้านบาท
แต่ส่วนหนึ่งของการเติบโตของตลาดหนังสือ ยังมาจากราคาหนังสือที่ขยับขึ้นราว 40% ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา สอดคล้องกับค่าครองชีพและเงินเฟ้อ ทว่าหลังจากนี้คาดว่าราคาจะเริ่มทรงตัว เนื่องจากต้นทุนได้สะท้อนไปชัดเจนแล้วตั้งแต่ช่วงวิกฤตโรคระบาด

| อ่านตลาดหนังสือไทย 20,000 ล้าน
นักอ่านเปย์อีบุ๊กแซงหนังสือเล่ม |
|
| ปี ค.ศ. | มูลค่าตลาดหนังสือไทย |
| 2021 | 13,000 |
| 2022 | 15,000 |
| 2023 | 17,000 |
| 2024 | 17,000 |
| 2025 | 20,000 |
| 2026 (คาดการณ์) | 21,000 |
| สัดส่วนมูลค่าตลาดหนังสือไทยของสามหมวดหลัก 2025
นิยาย : 35% การ์ตูนและมังงะ : 30% จิตวิทยาและให้กำลังใจ : 20% |
หนังสือเล่มปกใหม่ 2025 : 21,000 ปก
หนังสือแปลต่างประเทศ : 60% หนังสือไทย : 40% |
| * สัดส่วนการซื้อหนังสือเล่ม
ร้านหนังสือ : 39.75% ร้านค้าออนไลน์ : 34.96% งานหนังสือ : 18.59% |
* สัดส่วนการซื้อหนังสือ
อีบุ๊ก : 42.50% หนังสือเล่ม : 37.26% หนังสือเสียง : 12.95% |
| * พฤติกรรมการอ่านของคนไทย
การอ่านทุกอย่างในรูปแบบกระดาษ : 51 นาทีต่อวัน การอ่านทุกอย่างบนแพลตฟอร์มออนไลน์ : 2.32 ชั่วโมงต่อวัน |
|
| * พิจารณาค่าเฉลี่ยจากผู้ตอบแบบสอบถามนักอ่านอายุ 12 ปีขึ้นไปที่มีสัญชาติไทยและอาศัยอยู่ในไทย โดยอ่านหนังสือทุกรูปแบบและทุกแพลตฟอร์ม จำนวน 1,180 คนทั่วประเทศ ด้วยแบบสอบถามออนไลน์ ตั้งแต่วันที่ 26 ธ.ค. 2024 – 20 ม.ค. 2025 | |
| ที่มา : สมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย, มีนาคม 2026 | |
ทั้งนี้ ปัจจัยสำคัญที่ทำให้หนังสือไทยตีตื้นขึ้นมามีสัดส่วนถึง 40% ของตลาดรวม ในปี 2025 จาก 34% ในปี 2024 เป็นผลจากการเกิด “หนังสือเล่มดัง” ระดับปรากฏการณ์ รวมถึงการต่อยอดนำหนังสือไทยไปดัดแปลงเป็นภาพยนตร์และซีรีส์วาย ตลอดจนการทำการตลาดออนไลน์
โดยจากสถิติยังจะพบว่า พฤติกรรมการซื้อรูปแบบอีบุ๊กขยับส่วนแบ่งยอดขายโตเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจนแซงหน้าหนังสือเล่ม สอดคล้องกับการใช้เวลาอ่านบนแพลตฟอร์มออนไลน์ของคนไทยที่สูงถึง 2.32 ชั่วโมงต่อวัน
ส่วนการตัดสินใจซื้อหนังสือของผู้บริโภคยุคนี้ ได้รับการขับเคลื่อนอย่างหนักผ่านเทรนด์คอนเทนต์จากเหล่าอินฟลูเอนเซอร์ เช่น BookToker และ YouTuber ซึ่งกลายเป็นฟันเฟืองสำคัญในการกระตุ้นยอดขายและทำให้หนังสือมีความน่าสนใจเข้าถึงคนรุ่นใหม่ได้ง่ายยิ่งขึ้น
