เซ็นทรัล รีเทล พร้อมติดปีกสู่บริษัทมหาชน วิเคราะห์อีกหนึ่งขุมทรัพย์ของตระกูลจิราธิวัฒน์ ทำไม เซ็นทรัล รีเทล จึงต้องเข้าตลาดหลักทรัพย์ ?

31 กรกฎาคม 2562 ทศ จิราธิวัฒน์ ประธานกรรมการบริหาร เซ็นทรัล รีเทลประกาศเตรียมตัวพาเซ็นทรัล รีเทล ธุรกิจที่มีอายุยาวนานกว่า 72 ปี เข้าตลาดหลักทรัพย์

ซึ่งการประกาศเจตจำนงพาเซ็นทรัล รีเทล เข้าตลาดหลักทรัพย์ในครั้งนี้เป็นการประกาศหลังจากที่กลุ่มเซ็นทรัล ผู้ถือหุ้นใหญ่ใน บมจ.โรบินสัน มากถึง 53.83% เพิ่งประกาศเพิกถอน บมจ.โรบินสัน ออกจากตลาดหลักทรัพย์เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา

การพาเซ็นทรัล รีเทล สู่บริษัทมหาชนในครั้งนี้ ไม่ได้ถือว่าเป็นเรื่องใหม่ของตระกูล จิราธิวัฒน์ เพราะที่ผ่านมาจิราธิวัฒน์เคยนำธุรกิจโรงแรมเซ็นทารา และ CPN เข้าตลาดหลักทรัพย์มาก่อนหน้านั้นแล้ว

ซึ่งการเข้าตลาดหลักทรัพย์ของสองธุรกิจนี้สร้างการเติบโตให้กับเซ็นทรัลได้อย่างน่าสนใจ

 

โดย เซ็นทารา ได้กลายเป็นบริษัทมหาชนในปี 2533

มีรายได้เติบโตจาก 1,600 ล้านบาท ในปี 2533 เป็น 46,575 ล้านบาท ในปี 2562

และ CPN เข้าตลาดหลักทรัพย์ในปี 2538

มีรายได้จาก 8,900 ล้านบาทในปี 2538 เป็น 332,112 ล้านบาท ในปี 2562

 

10 กว่าปีผ่านไปทศได้มองว่าเป็นเวลาที่เหมาะสมสำหรับเซ็นทรัล รีเทล ในการเข้าตลาดหลักทรัพย์เป็นกลุ่มธุรกิจที่ 3

ญนน์ โภคทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เซ็นทรัล รีเทล ได้บอกกับเราว่า การที่กลุ่มเซ็นทรัล นำเซ็นทรัล รีเทล เข้าไปในตลาดหลักทรัพย์มาจากเหตุผล 3 ประการคือ

1. แนวทางการทำธุรกิจในวันนี้ได้เปลี่ยนไปจากเดิม และเซ็นทรัล รีเทลต้องการพาร์ตเนอร์อื่นๆ ที่ไม่ใช่กลุ่มจิราธิวัฒน์ เข้ามาช่วยขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโต

2. การทำธุรกิจกับคู่ค้าต่างประเทศ การเป็นบริษัทมหาชนจะเป็นที่สนใจของคู่ค้ามากกว่าบริษัทที่เป็นไพรเวทคอมพานี

3. ต้องการเงินลงทุนมาช่วยต่อยอดธุรกิจในรูปแบบโกบอลสเกล

การแสดงเจตจำนงในการเข้าตลาดหลักทรัพย์ของเซ็นทรัลรีเทลในครั้งนี้ เซ็นทรัล รีเทลได้มีการเตรียมความพร้อมก่อนหน้านั้นประมาณ 2.5 ปี เพื่อวางตัวเองสู่ New Central New Retail เสริมความแข็งแกร่งให้กับตัวเอง และทำให้ธุรกิจมีความน่าสนใจดึงดูดนักลงทุนมากขึ้น

 

เพราะในวันนี้แลนด์สเคปของธุรกิจค้าปลีกได้ถูก Disruption จากพฤติกรรมและไลฟ์สไตล์ของของผู้บริโภคแต่ละบุคคลที่มีความแตกต่างและไม่เหมือนกัน และมีพฤติกรรมในการซื้อสินค้าในช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ที่ไม่สามารถแยกออกจากกันได้

ซึ่งการ Disruption ของไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคนี้ ทำให้เซ็นทรัล รีเทลใช้เวลานานมากกว่าเดิมในการเตรียมความพร้อมก่อนเข้าตลาดหลักทรัพย์

การเตรียมความพร้อมในครั้งนี้ประกอบด้วย 2 แนวทางหลัก คือ

1. ปรับเปลี่ยนภายใน เพื่อปรับโครงสร้างธุรกิจ อุดจุดอ่อนสร้างจุดแข็งให้ธุรกิจแข็งแรง

ตลอด 72 ปีที่ผ่านมา เซ็นทรัล รีเทล มีจุดแข็งในธุรกิจ Physical Platform จากการเปิดห้างสรรพสินค้าและขยายไปยังธุรกิจรีเทลใหม่ๆ ที่เป็น Physical เป็นหลัก

ส่วนช่องทาง Digital Platform และช่องทางออนไลน์ ถือเป็นช่องทางที่ก่อนหน้านั้นเซ็นทรัล รีเทล อาจจะยังไม่แข็งแรงนัก เนื่องจากยังมีลูกค้าที่ใช้งานจำนวนไม่มากนักเมื่อเทียบกับช่องทาง Physical

แม้ช่องทาง Digital Platform ยังมีผู้ใช้งานไม่มาก แต่ก็เป็นเทรนด์ในการจับจ่ายของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปตามกระแสออนไลน์และอีคอมเมิร์ซที่เข้ามาสร้างปรากฏการณ์การช้อปออนไลน์ให้เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะการช้อปผ่านอีมาร์เก็ตเพลสและโซเชียลมีเดีย

ที่ผ่านมาในเครือเซ็นทรัลมีการจับมือกับพาร์ตเนอร์ในธุรกิจอีคอมเมิร์ซทั้งในและต่างประเทศเพื่อเรียนรู้โนว์ฮาวในการทำอีคอมเมิร์ซที่หลากหลายรูปแบบ เพื่อนำมาปรับใช้ในธุรกิจ

โดยในธุรกิจรีเทล เซ็นทรัล รีเทล พบว่า Omni Chanel เป็นแนวทางที่น่าสนใจ จึงได้อาศัยจุดแข็งของธุรกิจ Physical ด้วยการปรับช่องทางออนไลน์เป็นเครื่องมือหนึ่งในการเติมเต็มประสบการณ์การช้อปของผู้บริโภคโดยไม่จำกัดที่ Online หรือ Physical

ซึ่งการปรับในครั้งนี้เซ็นทรัล รีเทลได้นำธุรกิจในเครือทั้งหมดขึ้นไปอยู่ในช่องทางออนไลน์ เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเลือกซื้อสินค้าได้ทุกช่องทาง

2. สร้างนิวอีโคโนมีแพลตฟอร์มให้กับธุรกิจ

เซ็นทรัลรีเทลได้มองโอกาสของเทคโนโลยี การเปลี่ยนไปของผู้บริโภค และศักยภาพจากฐานข้อมูลลูกค้าที่ตัวเองมีอยู่ ด้วยการนำฐานข้อมูลลูกค้าที่มีกว่า 27 ล้านรายทั่วโลก มาวิเคราะห์ใช้งานร่วมกับเทคโนโลยี Machine Learning ด้วยการพัฒนาบริการใหม่ๆ เช่น Chat & Shop, e-Ordering, Click & Delivery, Click & Express, e-Payment ฯลฯ รวมทั้งระบบการจ่ายเงินออนไลน์ในทุกรูปแบบ อาทิ QR code, E-wallet, Scan and Pay, Pay Now Pay Later เพื่อเป็นทางเลือกให้กับกลุ่มลูกค้ามากขึ้น

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline

 



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer