ดิสกว่าที่คีย์

” ดิสกว่าที่คีย์ ” รำคาญทั้งประเทศ แต่แบรนด์ชอบใจ

ดิสกว่าที่คีย์
นาทีนี้คงไม่มีโฆษณาไหนที่ ฟังติดหู และน่ารำคาญเท่า ดิสกว่าที่คีย์ ของ แบรนด์ เจน ยู อีกแล้ว

ด้วยน้ำเสียงการพูดที่เน้นเป็นพิเศษ + คำผวนที่คิดค้นเอง + การดีดนิ้วของบอย ปกรณ์ และ + ความถี่ในการยิงโฆษณาแบบบ้าระห่ำ ทำให้โฆษณานี้กลายเป็น Talk of the Town ในเวลาอันรวดเร็ว

 

จากประสบการณ์ตรงที่ต้องนั่ง BTS 10 สถานีทั้งเช้าและเย็น จะต้องได้ยิน #ดิสกว่าที่คีย์ อย่างน้อย 5-6 ครั้งต่อวัน บอกเลยว่า โฆษณานี้ เป็นที่ 1 ในใจ เรื่องความรำคาญอย่างไม่ต้องสงสัย และในโลกโซเชียลก็บ่นเป็นเสียงเดียวกัน

ปล.คอมเมนต์ใน YouTube หยาบคายกว่านี้เยอะ

 

คำถาม คือ คนรำคาญขนาดนี้ เป็นผลดีต่อแบรนด์รึเปล่า?

Nick Hall, head of marketing แคมเปญโฆษณา Go Compare ที่เป็นโฆษณาแบบกรอกหูในต่างประเทศ อธิบายว่า “เมื่อคุณตัดสินใจทำโฆษณาที่มีข้อความ หรือเพลงที่ติดหู คุณกำลังสร้างความสัมพันธ์ Love/Hate กับผู้ฟัง (มีทั้งคนชอบและเกลียดมากกว่าโฆษณาแบบอื่นๆ) แต่สิ่งที่สำคัญ คือ โฆษณานั้นต้องทำให้คนจำได้ และโดดเด่นท่ามกลางโฆษณามากมาย”

โดย Nick เล่าว่า “ผลตอบรับของโฆษณาที่เขาทำ เน้นไปทางลบมากกว่า แต่ตัวเลขทางธุรกิจกลับสวนทาง ยอดคนเข้าเว็บไซต์เพิ่มขึ้น 450% และมีลูกค้าที่เพิ่มขึ้น 20% ใน 3 เดือนแรก”

ซึ่งถ้าลองไปดู ยอดการค้นหาของ แบรนด์ เจน ยู จาก Google Trends ก็น่าจะตอบได้ว่าแคมเปญนี้ช่วยเพิ่มความสนใจของคนได้จริงๆ

John McWilliams, CEO ของเอเยนซี Brandpool แนะนำว่า “แบรนด์ควรใช้ทำนองหรือคำพูด ที่เลียนแบบ หรือคล้ายกับ สิ่งที่ฮิตอยู่แล้ว เพื่อให้ข้อความนั้นกลายเป็นส่วนหนึ่งของจิตใต้สำนึก.. ไอเดีย ก็คือ สร้างโฆษณาที่เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน เวลาที่ข้อความนั้นมันถูกใช้ แบรนด์ก็จะได้ Free Marketing ไปด้วย”

 

อา~~~ มันเป็นแบบนี้นี่เอง

ถึงแม้ว่าผู้เขียนจะเบื่อโฆษณานี้ แต่พออยู่ที่ทำงาน ก็นำดิสกว่าที่คีย์ ไปใช้แบบไม่รู้ตัว เช่น ยิดกว่าที่แค่ หรือ อริสกว่าที่ข่อย เป็นต้น

ที่สำคัญคือ เวลาใช้เอาคำนี้ไปเล่น ก็รู้สึกสนุกกับมัน คนรอบข้างก็ตลก และนำคำนี้ไปต่อยอดต่างๆ นาๆ จนทำให้ ดิสกว่าที่คีย์ กลายเป็นส่วนหนึ่งของ Conversation ไปแล้ว

 

ฉะนั้นก็พอจะสรุปได้ว่า สิ่งที่ แบรนด์ เจน ยู ทำนั้นก็ประสบความสำเร็จในแบบที่ต้องการ คือ

1.ทำให้คนจำได้
โดยยิงโฆษณาแบบถี่ๆ และใช้ ดิสกว่าที่คีย์ กรอกหู

2.ทำให้คนพูดต่อ
มีหลายโฆษณาที่คนไม่ชอบ และก็ไม่พูดต่อ แต่สำหรับโฆษณานี้ ถือว่าคนพูดต่อเยอะมาก ถึงแม้จะเป็นในด้านลบก็ตาม

สุดท้าย เมื่อคนเริ่มชินกับมัน แบรนด์ก็มีโอกาสในการทำโฆษณาที่เปิดกว้างมากๆ โดยไม่ต้องใช้โฆษณาดั้งเดิมของบอย ปกรณ์อีกต่อไป แต่สามารถหาไอเดียสร้างสรรค์ หรือ ทำคอนเทนต์อื่นๆ ได้มากมาย

 

ลองไปดูสองรายการที่นำ #ดิสกว่าที่คีย์ มาใช้ ก็ดูแล้วเพลินดี ไม่ได้รู้สึกรำคาญแต่อย่างใด

ก่อนหน้านี้ การใช้คำผวนในโฆษณา ก็มีให้เห็นบ้าง เช่น “อินไดแก้ แอร์ไดกิ้น” แต่โฆษณานั้น ยังไปไม่สุด ไม่หยุดแม้โดนด่า เท่าดิสกว่าที่คีย์ จึงทำให้คนบ่นน้อยกว่า แต่ก็นำมาใช้น้อยกว่าเช่นกัน

ฉะนั้น คงบอกยากว่า แคมเปญลักษณะนี้จะประสบความสำเร็จมากน้อยขนาดไหน จะเพิ่มยอดขายได้เท่าใด แต่เชื่อแน่ๆ ว่า โฆษณาต่อไปของ แบรนด์ เจน ยู ต้องไม่ธรรมดาแน่ๆ

 

ริด กว่า ที่ ขอน