ไปรษณีย์เอกชน ถึงเวลาปรับตัวเพื่อหาที่ยืนในตลาดรองรับอีคอมเมิร์ซโตต่อเนื่อง (บทวิเคราะห์)

ในปีที่ผ่านมามูลค่าอีคอมเมิร์ซในประเทศไทยอยู่ที่ 3.05 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 9-10% จากข้อมูลของ ETDA และคาดการณ์ว่าจากนี้ต่อไปจนถึงปี 2565 ธุรกิจอีคอมเมิร์ซในไทยจะเติบโตเฉลี่ย 22% ต่อปี จากการแข่งขันของอีมาร์เก็ตเพลส อีรีเทล แบรนด์ดอทคอม และโซเชียลคอมเมิร์ซ

การเติบโตของตลาดอีคอมเมิร์ซเป็นหนึ่งในแรงผลักดันหลักที่สนับสนุนให้ธุรกิจขนส่งย่อยเติบโต และกลายเป็นตลาดที่มีผู้เล่นจำนวนไม่น้อยที่ร่วมลงแข่งขันในธุรกิจ เพื่อแย่งชิงส่วนแบ่งตลาดจากไปรษณีย์ไทยและเคอรี่ เอ็กซ์เพรส ผู้ให้บริการขนส่งย่อยรายใหญ่ในประเทศไทย

โดยปีที่ผ่านมาธุรกิจโลจิสติกส์ย่อยในประเทศไทยเฉพาะรับส่งพัสดุ มีมูลค่า 31,300 ล้านบาท เติบโต 11.3%

 

การเติบโตของธุรกิจโลจิสติกส์ย่อยในประเทศไทยจึงเป็นตลาดที่เนื้อหอมพอสมควร จากผู้เล่นที่เป็นโลจิสติกส์รวมถึงผู้เล่นในตลาดไปรษณีย์เอกชน ที่เน้นไปที่การเป็นตัวแทนไปรษณีย์ไทยในการให้บริการลูกค้าที่ไม่ต้องเดินทางไปส่งพัสดุที่ไปรษณีย์ด้วยตัวเอง เพราะเหตุผลด้านการเดินทาง และเป็นตัวแทนในการชำระ พ.ร.บ. ต่อทะเบียน และค่าบริการต่างๆ

จะเห็นได้ว่าธุรกิจไปรษณีย์เอกชนในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมามีผู้เล่นใหม่ๆ เข้ามาลงเล่นในตลาดนี้หลายแบรนด์ หลากแพลตฟอร์ม เพื่อแย่งชิงส่วนแบ่งตลาดจากผู้ให้บริการไปรษณีย์เอกชนเดิมที่มีอยู่

 

ในธุรกิจไปรษณีย์เอกชนจะมีผู้เล่นรายหลักในตลาดคือ

ควิกเซอร์วิส

วินเซ็นท์ เซ็นเตอร์เซอร์วิส

เก้าหน้าโพสเซอร์วิส

เพย์ พอยท์ เซอร์วิส

 

การเข้ามาแข่งขันในธุรกิจไปรษณีย์เอกชนในแต่ละแบรนด์ที่เข้ามาทำตลาดจะมีจุดแข่งในการแข่งขันที่แตกต่างกันไป แต่โดยส่วนใหญ่แล้วจะเน้นไปที่ศูนย์รวมบริการรับส่งพัสดุ จากไปรษณีย์ไทย และขนส่งรายย่อย รองลงมาจากเคอรี่ อย่างเช่น DHL, Alpha, Flash เป็นต้น

 

การที่ไปรษณีย์เอกชนเน้นการให้บริการกับโลจิสติกส์ย่อยที่รองลงมาจากเคอรี่ เอ็กซ์เพรส ส่วนหนึ่งมาจากเหตุผลทางธุรกิจของเคอรี่

และการที่โลจิสติกส์ย่อยที่รองลงมาจากเคอรี่ เอ็กซ์เพรส เข้ามาจับมือกับไปรษณีย์เอกชนจะมีข้อดีคือ โลจิสติกส์ย่อยเหล่านั้นสามารถจะขยายช่องทางไปยังพื้นที่ต่างๆ อย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องลงทุนด้วยตัวเอง โดยเฉพาะตามหอพัก แหล่งชุมชนขนาดเล็ก ที่โลจิสติกส์ย่อยอาจมองว่าไม่คุ้มทุนถ้าจะไปเปิดด้วยตัวเอง

 

ไปรษณีย์เอกชนที่เป็นผู้เล่นหน้าใหม่ในตลาดจะมีด้วยกัน 2 รูปแบบคือ

ไปรษณีย์เอกชนที่เน้นบริการบนแพลตฟอร์มออนไลน์ อย่างเช่น ชิปป๊อป และชิปจัง

และไปรษณีย์เอกชนที่เป็นแพลตฟอร์มออฟไลน์ อย่างดรอป พอร์ทพลัส และชิปป์สไมล์ เซอร์วิส

สฐีรณัฐ ลาภไกวัล ประธานกรรมการบริหาร ชิปป์สไมล์ เซอร์วิส ได้ฉายภาพการแข่งขันในธุรกิจไปรษณีย์เอกชนให้เราฟังว่า ธุรกิจไปรษณีย์เอกชนมีอยู่ในประเทศมากกว่าพันราย และส่วนใหญ่เป็นตัวแทนของไปรษณีย์ไทยเพื่อเป็นตัวกลางในการให้บริการลูกค้าที่ไม่ต้องเดินทางไปส่งพัสดุที่ไปรษณีย์ด้วยตัวเอง เพราะเหตุผลด้านการเดินทาง

และไปรษณีย์เอกชนยังทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการให้บริการอื่นๆ เช่น บริการต่อ พ.ร.บ. รับชำระค่าบริการต่างๆ ตามที่บริษัทผู้ให้บริการจะดีลกับธุรกิจเหล่านั้นมาได้

 

โดยที่ผ่านมาผู้ประกอบธุรกิจนี้จะมีรายได้จากค่าแฟรนไชส์และเปอร์เซ็นต์ที่แบ่งกับร้านค้าที่ซื้อแฟรนไชส์ไปดำเนินกิจการ ซึ่งเปอร์เซ็นต์นี้มาจากค่าคอมมิชชั่นที่ไปรษณีย์และขนส่งเอกชนให้กับร้านค้าตัวแทนเมื่อมีการให้บริการเกิดขึ้น

 

ส่วนร้าน ไปรษณีย์เอกชน ที่ซื้อแฟรนไชส์ไปประกอบธุรกิจจะมีรายได้จาก

1. ค่าคอมมิชชั่นที่ได้จากการเป็นตัวกลางของไปรษณีย์และแบรนด์อื่นๆ ในการรับส่งพัสดุระหว่างลูกค้ากับไปรษณีย์ หรือเป็นตัวกลางในการรับชำระค่าบริการต่างๆ

2. ค่าธรรมเนียมที่ร้านไปรษณีย์เอกชนเรียกเก็บกับลูกค้าเมื่อใช้บริการ

 

แต่ในปัจจุบันการแข่งขันของไปรษณีย์เอกชน นอกจากจะแข่งขันกับไปรษณีย์เอกชนด้วยกันเอง ยังแข่งขันกับตัวแทนของขนส่งพัสดุย่อยที่มีการขยายกิ่งก้านสาขาไปยังพื้นที่ต่างๆ เพื่อหาลูกค้าให้มาใช้บริการมากขึ้น

 

การแข่งขันที่ว่านี้ในฐานะผู้เข้ามาแข่งขันรายใหม่อย่าง ชิปป์สไมล์ เซอร์วิส ที่มีบริการหลักคือ เป็นตัวกลางรับส่งพัสดุ ของ Flash, Alpha, ไปรษณีย์ไทย และ DHL และเป็น Drop off point ให้กับลาซาด้า โดยบริการหลักเกือบ 100% มาจากพัสดุ

ในการแข่งขัน สฐีรณัฐได้สร้างจุดแข่งขันธุรกิจที่แตกต่างจากคู่แข่ง คือการกำหนดราคาค่าส่งพัสดุให้เป็นราคาเดียวกันกับราคาในศูนย์บริการโลจิสติกส์ย่อยในแต่ละแบรนด์ เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกว่าจะใช้บริการที่ไหนก็เท่ากัน

โดยร้านค้าที่เป็นตัวแทนของชิปป์สไมล์ เซอร์วิส จะมีรายได้จากค่าคอมมิชชั่นประมาณ 15% แล้วแต่ข้อตกลงของโลจิสติกส์ในแต่ละแบรนด์

ส่วนรายได้ที่ชิปป์สไมล์ เซอร์วิส จะมาจากรายได้จากการขายแฟรนไชส์ และรายได้จากการหักเปอร์เซ็นต์ค่าคอมมิชชั่นที่โลจิสติกส์ย่อยให้กับร้านค้าตัวแทนของชิปป์สไมล์ เซอร์วิส

 

แม้ธุรกิจนี้เป็นทั้งโอกาสและความท้าทาย แต่ตลาดไปรษณีย์เอกชนยังมีโอกาสการเติบโตอีกตลาดหนึ่ง ถ้าคนไทยยังสั่งสินค้าออนไลน์อย่างต่อเนื่อง

 

Marketeer FYI

โลจิสติกส์ย่อย แบรนด์ไหนสาขาเท่าไร

ไปรษณีย์ไทย      3,383 แห่ง

เคอรี่ เอ็กซ์เพรส   5,500 แห่ง

แฟลช 1,700 แห่ง

*เฉพาะสาขา

ที่มา: ชิปป์สไมล์ เซอร์วิส

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer