เม้ากระจายสไตล์ธีรพันธ์ / ดร.ธีรพันธ์ โล่ห์ทองคำ

สำหรับในตอนแรกนั้น / อ่าน : 8 ขั้นตอน กลยุทธ์การตลาดบนโซเชียลมีเดีย (ตอนแรก) / ผู้เขียนได้เกริ่นถึงความสำคัญของกลยุทธ์การตลาดบนโซเชียลมีเดีย และลงรายละเอียดไปแล้ว 3 ขั้นตอน คือ กำหนดเป้าหมายการตลาดบนโซเชียลมีเดียที่สอดคล้องกับเป้าหมายหลักและสามารถปฏิบัติได้จริง   เข้าใจกลุ่มเป้าหมายทางโซเชียลมีเดียของคุณ   และพิจารณาเลือกช่องทางประเมินผลที่เหมาะสมที่สุด   ส่วนในตอนจบนี้จะได้กล่าวถึงขั้นตอนที่เหลือต่อเลย ดังนี้

  1. ตรวจสอบว่า คู่แข่งของคุณมีวิธีการเข้าถึงโซเชียลมีเดียอย่างไร

บริษัทส่วนใหญ่ไม่ได้ดำเนินธุรกิจเพียงลำพัง แต่มักจะมีคู่แข่งที่ดำเนินกลยุทธ์โซเชียลมีเดีย

เช่นเดียวกัน  คุณจึงต้องรู้ให้แน่ชัดว่า พวกเขากำลังทำอะไร  พวกเขาให้ความสนใจในเรื่องอะไร  ใครคือกลุ่มเป้าหมายของพวกเขา ข้อความสำคัญที่พวกเขาพยายามใช้ในการครองตลาดคืออะไร

คุณต้องทำการวิเคราะห์คู่แข่งของคุณเพื่อช่วยให้เข้าใจจุดอ่อนและจุดแข็งของพวกเขาได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยให้คุณเข้าใจว่า ลูกค้าคาดหวังศักยภาพใดจากธุรกิจของคุณ

คุณอาจจะมุ่งไปที่พื้นที่โซเชียลมีเดียที่อ่อนแอของคู่แข่งและสามารถหาประโยชน์จากช่องว่างนี้ เช่น หนึ่งในคู่แข่งของคุณอาจจะเชี่ยวชาญบนทวิตเตอร์ แต่มีจุดอ่อนในการนำเสนอบนเฟซบุ๊กถึงแม้ว่ากลุ่ม เป้าหมายทางการตลาดกำลังใช้เน็ตเวิร์กช่องทางนี้อยู่ก็ตาม  ในกรณีนี้อาจเป็นโอกาสของคุณในการเพิ่มทรัพยากรเข้าไปในเฟซบุ๊กให้มากกว่าการแข่งขันบนทวิตเตอร์ เพื่อเพิ่มโอกาสในการโจมตีจุดอ่อนของคู่แข่งนั่นเอง

คุณอาจจะใช้เครื่องมืออย่าง “Buzzsumo” ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ทำให้ทราบถึงเนื้อหาที่คนพูดถึงกันมากที่สุดบนโลกออนไลน์  โดยแสดงจำนวนที่ผู้ใช้พูดถึงในทุกแพล็ตฟอร์ม เพื่อสอดแนมคู่แข่งของคุณและค้นหาโซเชียลมีเดียที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดของพวกเขา  เมื่อคุณรู้ว่าคู่แข่งของคุณใช้เนื้อหาประเภทไหน และ มีพลังบนโซเชียลเน็ตเวิร์กผ่านช่องทางไหน คุณก็ต้องหาวิธีการผลิตและแชร์เนื้อหาทำนองเดียวกันแต่ต้องดีกว่าของคู่แข่ง  จึงจะได้รับความสนใจจากลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย

  1. สร้างสรรค์เนื้อหาที่เหมาะสมเพื่อแชร์ให้แก่ผู้ติดตาม

หากต้องการความสำเร็จบนโลกโซเชียลมีเดีย คุณต้องมีเนื้อหาที่มีคุณภาพสูงไว้สำหรับแชร์ หนึ่งใน

ข้อผิดพลาดที่ใหญ่ที่สุดของธุรกิจต่างๆ ก็คือ การแชร์เนื้อหาที่มีการส่งเสริมการขายมากจนเกินไป คุณต้องจำไว้ว่า โซเชียลเน็ตเวิร์กนั้นถูกออกแบบโดยมีจุดมุ่งหมายเน้นสังคม ไม่ได้มุ่งหมายเพื่อตลาดที่มุ่งเน้นการขายสินค้าเท่านั้น

ดังนั้นคุณต้องทำให้เนื้อหาที่คุณแชร์ในวงสังคมเกิดความสมดุล เป็นส่วนผสมของเนื้อหาประเภทที่ให้ความรู้และความบันเทิง และมีเนื้อหาของการส่งเสริมการขายอยู่เพียงเล็กน้อย ซึ่งสิ่งนี้อาจเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ผู้มีอิทธิพลบนโซเชียลมีเดียประสบความสำเร็จ  พวกเขารู้จักกลุ่มเป้าหมายของพวกเขาเป็นอย่างดีและสร้างสรรค์เนื้อหาที่สมบูรณ์แบบเพื่อทำให้ผู้ติดตามของพวกเขาสนใจ  ในฐานะผู้บริหารแบรนด์คุณก็ต้องทำในทำนองเดียวกันกับพวกเขา

หากคุณกำหนดเป้าหมายของคุณและค้นพบแล้วว่า  อะไรได้ผลและอะไรไม่ได้ผลสำหรับคู่แข่งของคุณ คุณก็จะมีบทสรุปเกี่ยวกับความคิดที่สมเหตุสมผลสำหรับประเภทของเครื่องมือที่จะใช้ให้ได้ผลกับ             กลุ่มเป้าหมายของคุณในที่สุด

คำถาม 4 ข้อที่คุณควรถามตัวเองเมื่อคุณจะสร้างสรรค์เนื้อหา  คือ

– ปัจจัยและลักษณะที่เหมาะสมสำหรับช่องทางโซเชียลมีเดียคืออะไร

– จำนวนแฮชแท็กสำหรับข้อความในแต่ละช่องทางโซเชียลมีเดียคือจำนวนเท่าไร

– คุณควรใช้อิโมจิในข้อความโซเชียลมีเดียของคุณหรือไม่ เพราะอะไร

– ประเภทเนื้อหาที่ดีที่สุดสำหรับแต่ละช่องทางคืออะไร

คุณต้องไม่ลืมความสำคัญของรูปและวีดีโอ การสื่อสารด้วยรูปมักจะถูกแชร์บนโซเชียลมีเดียมากกว่า

เนื้อหาประเภทอื่นๆ   อินสตาแกรมนั้นมีการเติบโตอย่างรวดเร็วเมื่อไม่กี่ปีมานี้ และมุ่งเน้นที่การใช้รูปภาพเป็นสำคัญ        แบรนด์อันดับต้นๆ บนอินสตาแกรมได้รายงานอัตราการมีส่วนร่วมต่อผู้ติดตามเท่ากับร้อยละ 4.21 ซึ่งมากกว่าอัตราการมีส่วนร่วมต่อผู้ติดตามบนเฟซบุ๊ก 58 เท่า และมากกว่าบนทวิตเตอร์ 120 เท่า  นี่คือข้อมูลที่คุณควรทราบ  เพื่อประกอบการตัดสินใจเลือกใช้ช่องทางต่างๆ บนโซเชียลมีเดีย

เนื้อหาที่เป็นวีดีโอได้รับความนิยมมากขึ้นทุกปี  ตามรายงานของยูทูบ วีดีโอบนมือถือเติบโตขึ้นร้อยละ

100 ทุกๆ ปี  ลูกค้าร้อยละ 64 บอกว่า พวกเขาชอบซื้อสินค้าออนไลน์หลังจากดูวีดีโอเกี่ยวกับสินค้าดังกล่าว

  1. สร้างปฏิสัมพันธ์กับกลุ่มเป้าหมายของคุณ

ผู้คนไม่ได้เข้ามาในโซเชียลเน็ตเวิร์กเพื่ออ่านหรือดูเนื้อหาเท่านั้น  พวกเขาออนไลน์เพื่อมีปฏิสัมพันธ์

และพบปะกับคนอื่นๆ   ธุรกิจที่ประสบความสำเร็จจะไม่ทำเพียงแค่เผยแพร่เนื้อหาสู่กลุ่มเป้าหมายทางโซเชียลมีเดียของพวกเขาเท่านั้น  แต่พวกเขามุ่งจะสร้างความผูกพันกับกลุ่มเป้าหมายเหล่านั้นด้วย

นี่จึงเป็นเหตุผลว่า ทำไมคุณจึงไม่ควรพยายามใช้ทุกโซเชียลเน็ตเวิร์กเว้นแต่ว่าคุณจะมีกลุ่มเป้าหมายทางการตลาดหลากหลายกลุ่มและมีพนักงานจำนวนมากสำหรับดูแลภารกิจนี้  การทุ่มเทความสนใจไปที่         โซเชียลเน็ตเวิร์กที่กลุ่มเป้าหมายทางการตลาดใช้อยู่เป็นประจำจะทำให้คุณสามารถใช้ทรัพยากรของคุณได้อย่างมีประสิทธิภาพ

บางบริษัทพบว่า การสร้างสรรค์แฮชแท็กสำหรับลูกค้านั้นมีประโยชน์มาก เพราะไม่เพียงแต่จะกระตุ้นการแชร์และการโต้ตอบกัน แต่ยังทำให้คุณสามารถค้นหาโพสต์ที่อ้างอิงถึงธุรกิจของคุณได้โดยง่ายอีกด้วย

ตามหลักแล้วคุณควรตอบกลับทุกโพสต์ที่กล่าวถึงธุรกิจของคุณในโซเชียลมีเดีย เพราะแสดงให้เห็นว่า คุณให้ความสำคัญกับการดูแลเอาใจใส่ลูกค้าเป็นอันดับต้นๆ ในการบริหารธุรกิจ

  1. กำหนดเวลาที่ดีที่สุดในการโพสต์และสร้างปฏิทินเนื้อหา

แม้ว่าคุณจะสามารถจัดการในเรื่องของปฏิทินการโพสต์บนโซเชียลมีเดียของคุณได้ด้วยตัวเอง แต่ก็ไม่ได้การันตีว่าจะมีประสิทธิภาพและได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด  ปัจจุบันนี้โซเชียลเน็ตเวิร์กส่วนใหญ่ใช้รูปแบบบางรูปแบบของอัลกอริทึม (Algorithm) ในการกรองผลลัพธ์ที่ให้แก่ผู้ใช้งานโซเชียลเน็ตเวิร์ก  ดังนั้นหมายความว่าถ้าคุณโพสต์ในเวลาที่แตกต่างจากเวลาที่กลุ่มเป้าหมายของคุณออนไลน์อยู่ พวกเขาก็อาจจะไม่เห็นเนื้อหาของคุณเลย  ซึ่งอัลกอริทึมก็คือ ขั้นตอนหรือลำดับการประมวลผลในการแก้ปัญหาใดปัญหาหนึ่ง โดยมีวิธีการในการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นขั้นเป็นตอนและชัดเจน เมื่อนำเข้าข้อมูลอะไรแล้วจะต้องได้รับผลลัพธ์เช่นไร  โดยทั่วไปจะประกอบด้วยวิธีการเป็นขั้นๆ และมีส่วนที่ต้องทำแบบวนซ้ำๆ โดยใช้ตรรกะในการเปรียบเทียบในขั้นตอนต่างๆ จนกระทั่งเสร็จสิ้นการทำงาน

คุณสามารถใช้เครื่องมือโซเชียลมีเดียชิ้นใดชิ้นหนึ่งจัดการโพสต์หลายๆ โพสต์ได้ในเวลาเดียวกัน  ปัจจุบัน  มีเครื่องมือในการโพสต์และจัดทำตารางโซเชียลมีเดียที่ดีที่สุดอยู่หลายเครื่องมือ  ดังนั้นคุณจึงสามารถหาเครื่องมือที่จะช่วยทำให้ชีวิตของคุณง่ายขึ้นได้ในการจัดการการโพสต์ข้อความบนโซเชียลมีเดีย

สำหรับความคิดเห็นต่อจำนวนโพสต์ที่ควรทำในแต่ละเน็ตเวิร์กของแต่ละวัน และช่วงเวลาที่ดีที่สุดที่ควรโพสต์นั้นมีหลากหลายความคิดเห็นที่แตกต่างกันออกไป  ซึ่งปัจจุบันมีเครื่องมืออย่างเว็บไซต์ “CoShedule” ช่วยให้คำตอบคุณได้  โดยเว็บไซต์นี้จะทำให้ทราบถึงความคิดเห็นกว้างๆ ของข้อมูลสำรวจที่แตกต่างกันหลายชุด พร้อมทั้งช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการโพสต์บนโซเชียลมีเดียของข้อมูลแต่ละชุดในปี 2561 ซึ่งเป็นข้อมูลล่าสุด

  1. ติดตามผลและปรับให้เหมาะสม

ไม่ว่าคุณจะลงมือลงแรงไปกับการวางแผนด้านโซเชียลมีเดียมากเท่าไรก็ไม่สามารถรับประกันได้ว่า

คุณจะบรรลุผลสำเร็จตามที่คาดหวัง  นอกจากนี้หากคุณไม่มีการติดตามผลคุณก็จะยิ่งไม่สามารถรับรู้ถึงความสำเร็จของแคมเปญโซเชียลมีเดียของคุณได้เลย

คุณควรเริ่มต้นกระบวนการทำงานโดยการกำหนดเป้าหมาย จากนั้นก็เลือกเครื่องมือวัดผลที่มีความสอดคล้องสัมพันธ์กันมากที่สุด  แล้วคุณก็ต้องมีการติดตามประเมินผลว่า เครื่องมือวัดผลเหล่านั้นมีความคืบหน้าไปอย่างไร แคมเปญโซเชียลมีเดียของคุณบรรลุผลตามที่ต้องการบนเครื่องมือวัดผลเหล่านั้นหรือไม่

โซเชียลเน็ตเวิร์กส่วนใหญ่มีเครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูลในตัว ซึ่งจะแสดงให้เห็นถึงข้อมูลที่จำเป็นในการติดตามผลการใช้งานของโซเชียลเน็ตเวิร์กนั้นๆ  เช่น  เฟซบุ๊กมีเครื่องมือ  “Facebook Insights”  ซึ่งเป็นเครื่องมือนำเสนอข้อมูลเชิงสถิติเกี่ยวกับการใช้งานบนส่วนต่างๆ ของเฟซบุ๊กอย่างละเอียด  โดยเครื่องมือนี้จะช่วยให้คุณรับรู้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ และสามารถดึงเอาข้อมูลเหล่านั้นมาวิเคราะห์  รวมถึงใช้ในการปรับปรุงการทำการตลาดผ่านเฟซบุ๊กให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น สำหรับทวิตเตอร์ก็มีเครื่องมือ “Activity Dashboard” ทำให้คุณสามารถรับรู้สถิติที่น่าสนใจของชื่อบัญชีทวิตเตอร์ที่ตัวเองมีอยู่ได้อย่างละเอียด  ทั้งจำนวนการตอบกลับ จำนวนการอ่านข้อความ  จำนวนการส่งต่อ  รวมถึงสถิติต่างๆ ที่สะท้อนว่า มีการติดตามข้อมูลจากบัญชีนี้   มากน้อยเพียงใด  นอกจากนี้ยังเจาะลึกได้อีกว่า ผู้ติดตามแต่ละคนเป็นใคร อาศัยอยู่ที่ใด และชื่นชอบบุคคลหรือองค์กรใดเป็นพิเศษ    ส่วนยูทูบเองก็มีเครื่องมือ “YouTube Analytics” ที่จะช่วยให้คุณสามารถดูสถิติของวีดิโอที่ถูกอัพโหลดได้อย่างละเอียด  โดยสามารถวิเคราะห์จำนวนผู้ชม  แหล่งที่มาของผู้ชม ระยะเวลาที่คนชอบเปิดดูวีดิโอ  และการหารายได้จากโฆษณา  ซึ่งเครื่องมือต่างๆ ล้วนมีประโยชน์ในการติดตามผล  และยังสามารถนำข้อมูลเหล่านั้นมาวิเคราะห์เพื่อวางแผนต่อยอดเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการใช้กลยุทธ์การตลาดบนโซเชียลมีเดียได้เป็นอย่างดี

คุณควรใช้เครื่องมือเหล่านี้ติดตามความสำเร็จของคุณ หากเครื่องมือเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า คุณผลิตเนื้อหาที่ได้รับความนิยมและมีการแชร์ต่อเป็นอย่างดี  คุณก็สร้างเนื้อหาลักษณะดังกล่าวให้มากขึ้น แต่ถ้าเนื้อหาของคุณไม่ได้จัดทำอย่างดี มีข้อบกพร่องตรงไหน คุณก็จดบันทึกการทำงานนั้นไว้  รวมทั้งปรับปรุงการแชร์บนโซเชียลของคุณให้มุ่งไปที่เนื้อหาประเภทที่ผู้ติดตามของคุณชื่นชอบและให้ความสนใจ

คุณสามารถทำการสำรวจกลุ่มเป้าหมายในโซเชียลมีเดียของคุณเพื่อค้นหาว่า พวกเขาคิดอย่างไรกับ       กลยุทธ์โซเชียลมีเดียของคุณ ผู้ติดตามของคุณอาจจะให้ความคิดเห็นที่มีค่าที่คุณไม่เคยคิดมาก่อนก็เป็นได้ คุณควรติดตามอ่านข้อคิดเห็นเหล่านั้น แล้วนำมาประมวลและวิเคราะห์เพื่อปรับปรุงให้เกิดประโยชน์มากขึ้นต่อการใช้กลยุทธ์การตลาดบนโซเชียลมีเดียของคุณ

คุณไม่ควรกลัวการเปลี่ยนแปลงหากการเปลี่ยนแปลงนั้นทำให้คุณสามารถพัฒนาความ สำเร็จบนโซเชียลมีเดียของคุณให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้นได้  แล้วพบกับเรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจในฉบับหน้านะครับ!



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer