Wongnai จับมือกันอีกครั้งหลังจากประสบความสำเร็จเมื่อปีที่แล้วในการจับมือเป็นผู้ให้บริการส่งอาหารเดลิเวอรี่ โดยในปีนี้เป็นการจับมือครั้งใหม่ระหว่าง Wongnai x eatigo ผู้ให้บริการจองโต๊ะอาหารจบในแอปเดียว

ยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ผู้ร่วมก่อตั้ง Wongnai กล่าวว่า “ภาพรวมตลาดฟู้ดเดลิเวอรี่และการจองโต๊ะมีมูลค่ากว่า 12,000 ล้านบาท เติบโตจากปีที่แล้ว 3-4 เท่า โดยการร่วมมือกันระหว่าง Wongnai และ eatigo จะเป็นการปักธงในการเป็นพาร์ตเนอร์อันดับ 1 ที่บริการบนแอปเดียวเพื่อตอบโจทย์การบริการ”

“จากการทดลองระบบการใช้งานเป็นระยะเวลา 1 เดือน ทำให้วันนี้ Wongnai จับมือและเซ็นสัญญากับ eatigo เปิดตัวเป็นผู้ให้บริการที่นำจุดแข็งผสานกันเกิดเป็นผู้ให้บริการค้นหาร้านอาหารและจองโต๊ะ” คุณยอดกล่าว

ภูมินทร์ ยุวจรัสกุล ประธานเจ้าหน้าที่ผู้บริหาร ผู้ร่วมก่อตั้ง eatigo กล่าวว่า “ความร่วมมือครั้งนี้เป็นการนำเอา คนไทย 12 ล้านคนบน Wongnai มาพบกับโต๊ะว่างในร้านอาหารมากมายและดีลสุดพิเศษบน eatigo โดยเราเชื่อว่าฟีเจอร์จองโต๊ะนี้จะช่วยแก้ปัญหาทั้งจากฝั่งผู้บริโภคที่ไม่จำเป็นต้องรอคิวหน้าร้านเป็นเวลานาน”

Wongnai จากจุดเด่นเรื่องข้อมูล ผนวกกับจุดเด่นการจองโต๊ะของ eatigo

ปัจจุบัน Wongnai มีผู้ใช้งานบนแอปที่เป็นคนไทย 12 ล้านรายต่อเดือน และมีฐานข้อมูลร้านค้าทั่วประเทศไทยกว่า 3 แสนร้าน เมื่อบวกกับจุดแข็งของ eatigo ที่มีร้านอาหารในมือที่สามารถจองได้ 4,000 ร้านค้าทั่วเอเชียตั้งแต่โรงแรมหรูไปจนถึงร้านค้ายอดนิยม เมื่อต่อจิ๊กซอว์เข้าด้วยกันทำให้ผู้ใช้งานสามารถค้นหาข้อมูลใน Wongnai และจองโต๊ะใน eatigo โดยไม่ต้องโทรหรือรอต่อคิวหน้าร้าน เพียงแค่กดจองผ่านจอโทรศัพท์

ณ ตอนนี้ eatigo เปิดให้จองโต๊ะกว่า 850 ร้านในกรุงเทพฯ-พัทยา-เชียงใหม่ ปีหน้าเตรียมขยาย 1,500 ร้านภายใน 6 เดือน

“ภาพรวมตลาดฟู้ดเดลิเวอรี่-จองโต๊ะออนไลน์โตขนาดนี้ แต่เชื่อไหมว่ามีเพียง 20% เท่านั้นของร้านค้าในประเทศไทยที่ใช้งานบริการเดลิเวอรี่-การจองโต๊ะออนไลน์สัดส่วน 80% ยังไม่เปิดรับการใช้งานออนไลน์”

สำหรับสัดส่วนนี้อาจจะสมเหตุสมผลหากเทียบกับร้านค้าที่มีจำนวนมากในประเทศไทย แต่ในอนาคตจำนวนร้านค้าที่ใช้งานออนไลน์จะมากขึ้นจาก 2 ปัจจัย (1) นักธุรกิจหน้าใหม่วิ่งเข้าหาช่องทางออนไลน์ (2) พ่อไม่ทำลูกทำเอง ร้านอาหารในบ้านเราที่เปิดมานานแต่ยังไม่ใช้งานมีจำนวนมากอาจเป็นที่มาของสัดส่วน 80% อาจเกิดจากความไม่มั่นใจ แต่เมื่อเปลี่ยนผ่านเจเนอเรชั่นจะเป็นรุ่นลูกเองที่เปิดรับการเชื่อมต่อแพลตฟอร์ม อีกทั้งร้านค้าสามารถเสนอ Up-Sale Cause-Sale และโปรโมชั่นเป็นการเพิ่มโอกาสทำกำไรเข้าร้าน

คุณยอดกล่าวสรุป “การจับมือกันครั้งนี้ไม่มีใครได้เปรียบหรือเสียเปรียบ การที่เรานำจุดแข็งของทั้งสองแอปมาผนวกกันทำให้ประโยชน์เกิดกับทุกฝั่งทั้งตัวเราผู้ให้บริการ Wongnai และ eatigo ที่จะมีคนใช้งานบริการมากขึ้น ฝั่งตัวธุรกิจที่มีคนเข้าร้านมากขึ้น ฝั่งลูกค้าที่ได้โปรโมชั่นที่ดีขึ้นเป็นการวิน-วินทุกฝ่าย (Win-win)”



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer