บุพเพสันนิวาส “จุดเปลี่ยน” ก้าวแรกของ ตึกมาลีนนท์

กำไรแค่ 61 ล้านบาทในปี 2017 ที่ผ่านมา ติดลบถึง 95% หากเทียบกับปี 2016 กำลังเป็นตัวเลขที่ทำให้กลุ่ม บริษัท บีอีซี เวิลด์ จำกัด (มหาชน) ที่มีทีวีดิจิทัลอยู่ในมือถึง 3 ช่อง อยู่ในสภาวะหลังพิงฝาไม่ใช่น้อย

ภารกิจฟื้นฟูรายได้ จึงถูกนำมาใช้ในหลายๆ มิติ โดยหนึ่งในไฮไลท์ที่น่าสนใจคือคือการปรับผังช่อง 3 HD ซึ่งเป็นช่องที่มีเม็ดเงินโฆษณาหมุนเวียนเยอะที่สุดจากทั้งหมด 3 ช่องในตึกมาลีนนท์

การปรับผังครั้งนี้คือลดเวลาออกอากาศรายการข่าวจากที่เคยเป็นสินค้าขายดี แต่เวลานี้กลับถูกคู่แข่งหลายช่องแซงหน้า จากเคยมีเวลาออกอากาศ 38.5% เหลือ 36.5% จากเวลาออนแอร์ทั้งหมด 1 วัน จากนั้นก็หันไปเพิ่มเวลาละครจาก 20% มาเป็น 26% 

เมื่อหันมาโฟกัสละครมากขึ้นไปอีก ช่อง 3 ก็ต้องหา “จุดเปลี่ยน” ให้เร็วที่สุด โดยเฉพาะช่วงละครหลังข่าวที่ถือเป็นเวลาที่ช่อง 3 ขายโฆษณาได้แพงที่สุดอยู่ที่ 450,000 บาท/ นาที โดยที่ผ่านมาถูกคู่แข่งอย่างช่อง ONE และช่อง 7 แย่งชิงเรตติ้งและเม็ดเงินโฆษณาไปมากพอสมควร

เกมที่ช่อง 3 ต้องทำอย่างเร่งด่วนคือต้องค้นหาละครที่สร้างกระแสดังปัง ให้คนพูดถึงทั่วบ้านทั่วเมือง นอกจากเป้าหมายหลักคือเม็ดเงินโฆษณาแล้วนั้น การเรียกแฟนละครเก่าๆ ให้กลับมากดรีโมทหยุดที่ช่อง 3 คือหนึ่งภารกิจสำคัญ

โดยก่อนหน้านั้นในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมายังไม่มีละครหลังข่าวเรื่องไหนมีเรตติ้งเข้าเป้า จนมาถึงคิวผู้ผลิตละครระดับ ลูกหม้อ อย่างค่ายบรอดคาซท์ ของ ”หน่อง อรุโณชา” เลือกหยิบนวนิยายชื่อดังที่ตีพิมพ์มา 30 รอบแถมยังได้รับรางวัลเซเว่นบุ๊คอวอร์ดในปี 2553  อย่าง “บุพเพสันนิวาส” มาสู่โลกของจอแก้ว

การตลาดละคร ช่อง 3

แล้วเชื่อไหมว่าละครเรื่องนี้ได้ทำลายกำแพงพฤติกรรมดูย้อนหลังออนไลน์ ซึ่งเป็นศัตรูตัวฉกาจในการแย่งเรตติ้งเวลาออกอากาศปรกติ เทรนด์การกลับบ้านก่อน 20.00 เพื่อเปิดช่อง3 เพราะกลัวจะเม้าส์กับคนอื่นไม่รู้เรื่องในวันพรุ่งนี้ ได้กลับมาอีกครั้ง

การตลาดละคร ช่อง 3

สูตรปั้น “ออเจ้า” ฮิตติดจอ

จะเห็นได้ว่ายิ่งออนแอร์เรตติ้งก็ยิ่งตีบวกๆ ต่อเนื่องนั้นเพราะ เพราะละครเรื่องนี้ขายความแปลกใหม่ของวงการละครแนวย้อนยุคบ้านเรา ที่ยังไม่เคยมีช่องไหนเคยทำมาก่อน ที่เน้นความฮาแตกของนางเอก และอิงประวัติศาสตร์สมัยพระนารายณ์  พร้อมกับลงทุนโปรดักชั่นฉาก เครื่องแต่งกายได้สมจริง และใช้เวลาถ่ายทำนาน 2 ปีเลยทีเดียว

อีกทั้งพล๊อตเรื่องยังเป็นการสลับร่างย้อนยุคไปหลายร้อยปี ที่ใช้ความร่วมสมัยในยุคนี้ของนางเอกที่ชื่อเกศสุรางค์ (คนยุคใหม่) ในร่างการะเกศ (คนยุคเก่า) ที่ต้องปรับตัวไปกับยุคสมัยพระนารายณ์

และหากสังเกตละครไทยตั้งแต่อดีตจนถึงยุคนี้ พล๊อตเรื่องที่มักจะมีอัตราความสำเร็จสูงนั้นคือ พระเอกจะต้องมีมาดขรึมๆ ปากกับใจไม่ตรงกัน ส่วนนางเอกจะต้องมีบุคลิก กวนๆ ,โก๊ะแตก, พกพาความกุ๊กกิ๊กน่ารักให้ผู้ชมนั่งอมยิ้มหน้าจออย่างไม่มีเหตุผล ซึ่งก็ไม่ต่างจากซีรีย์เกาหลีที่ขายพล๊อตเรื่องประมาณนี้จนโด่งดังไปหลายเรื่องโด่งดังไปทั่วเอเซีย

ขณะเดียวกัน “บุพเพสันนิวาส” ก็เลือกที่จะฉีกกฎการเลือกพระเอก นางเอกที่ต้องเป็นคู่จิ้นของช่องเหมือนละครเรื่องอื่นๆ โดยเฉพาะคู่ฮิตที่ช่อง 3 ชอบใช้บริการเป็นประจำอย่าง ณเดชน์ – ญาญ่า ที่มีทั้งประสบความสำเร็จแล้วก็ล้มเหลวในแง่เรตติ้งปะปนกันไป

แต่ในแง่ความเป็นจริงการเลือกพระนางให้เหมาะกับบทต่างหากที่จะเสิร์ฟรสชาติใหม่ๆให้แก่แฟนละครไทยแล้วการเลือก “เบลล่า ราณี” กับ “โป๊ป ธนวรรธน์” ถือเป็นอะไรที่มาถูกทางเพราะได้กลายเป็นคู่ขวัญที่มาแรงเกินคาด

แต่แท้จริงแล้ว “เบลล่า ราณี” เธอคือนางเอกตัวสำรอง เพราะก่อนหน้านี้บท แม่หญิงการะเกด ถูกวางตัวไว้นานแล้วว่าต้องเป็น “ชมพู่ อารยา”เพียงคนเดียว แต่ด้วยคิวงานไม่ลงตัวก็เลยต้องเปลี่ยนตัวนางเอกแบบ “สายฟ้าแลบ”

บุพเพสันนิวาส ช่อง 3 แจ้งเกิดในออนไลน์ เต็มตัว

นอกจากละครเรื่องนี้จะเสมือน “ปลุกชีพ” ธุรกิจละครในช่วงไพร์มไทม์ของช่อง 3 แล้วนั้นอีกหนึ่งผลพลอยได้ทางอ้อมก็คือทำให้ผู้ชมรู้จักช่องทางการรับชมช่อง 3 ทางออนไลน์มากขึ้นกว่าในอดีต

โดยเฉพาะเว็บไซต์ Mello.me ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มออนไลน์ของช่อง 3 ที่สร้างมากับมือได้ไม่นานโดยปรกติทั่วไปมี User จำนวน 50,000 กว่าคน/วัน แต่การมาของ “บุพเพสันนิวาส” ทำให้มีผู้เข้าชมเว็บไซต์นี้ 380,000 User เลยทีเดียว ซึ่งเป็นการเสริมรากฐานให้เว็บไซต์นี้อย่างรวดเร็ว และจะทำให้ช่อง 3 หาเม็ดเงินในออนไลน์มากกว่าในอดีต

เป็นเรื่องที่ผู้บริหารช่อง 3 ยังพอยิ้มได้ในยามวิกฤติตัวเลขผลกำไรลดน้อยลงต่อเนื่องในช่อง 2 – 3  ปีที่ผ่านมา

มากไปกว่านั้นยังเป็นการลบคำสบประมาทว่าจะหมดยุคทองของช่อง 3 ในสายละคร ที่ตัวเองเปรียบเสมือน รุ่นพี่สายเก๋า มากประสบการณ์มีฐานผู้ชมมหาศาลอยู่ในมือ กำลังถูกช่องน้องใหม่อย่างช่อง ONE ช่อง 8 ที่มีความสดใหม่ เตรียมแซงหน้าในอนาคต

แต่ไม่ว่าจะเป็นละคร และรายการบันเทิงอื่นๆ จะออนไลน์หรือ ออฟไลน์ สิ่งที่จะตัดสินว่าใครคือ ผู้แพ้ หรือ ผู้ชนะ ในเกมนี้ ยังไม่เคยเปลี่ยนแปลงไปไหน

Content is the King ยังคงเต็มไปด้วยมนต์ขลัง ไม่แพ้ มนต์กฤษณะกาลี 

การตลาดละคร ช่อง 3


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline

 

 


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่  WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer