เพราะในยุคนี้การทำธุรกิจที่พึ่งตัวเองอย่างเดียวคงไม่พอ และถึงแม้ตัวคนเดียวจะพาธุรกิจเติบโตได้ แต่การจับมือ จูงมือไปด้วยกันมันทำให้ธุรกิจเติบโตได้ไกล และเร็วกว่า

ในปี 2562 นี้ เราจึงเห็นหลากหลายธุรกิจที่งัดกลยุทธ์การ “Collaboration” หรือการ X  กันมากมายทั้งในวงการเดียวกัน และข้ามสายพันธุ์กัน

ที่มองว่ากลยุทธ์ทางการตลาด “Collaboration” เป็นดาวเด่นในปีนี้ และเชื่อว่าในปี 2563 การ X กันของธุรกิจจะให้เห็นมากขึ้น

Marketeer พาส่องบางส่วนของการ Collaboration ในธุรกิจอาหาร ขนมขบเคี้ยว ของปี 2562 ว่าตั้งแต่ต้นปีมีอะไร X กันบ้าง  ติดตามได้จากข้างล่างนี้

ก่อนอื่นขอพาดูมูลค่าตลาดอาหารและขนมขบเคี้ยวในปี 2562 มีมูลค่าเท่าไร

ตลาดธุรกิจอาหารมูลค่า 4 แสนล้านบาท

ส่วนตลาดขนมขบเคี้ยวมูลค่า 3.8 หมื่นล้านบาท

โดยข้อดีของการ X นั้นมองว่า เป็นการทำการตลาดที่ win-win ทั้งคู่ เพราะแต่ละแบรนด์ได้ฐานลูกค้าเพิ่มขึ้น โดยไม่ต้องเสียเวลาในการปั้นแบรนด์ใหม่ที่ต้องใช้ทั้งเวลา และงบลงทุนที่มากกว่า

ไล่เรียงตั้งแต่ต้นปี “บอนชอน” แบรนด์ไก่ทอดสัญชาติเกาหลีที่มีรายได้ระดับพันล้าน ที่ตอนนี้อยู่ในมือของไมเนอร์ ฟู้ด กับ “อาฟเตอร์ ยู” ขนมหวานสัญชาติไทยที่จากร้านขนมหวานเล็กๆ สู่หุ้นอาหารที่เติบโตดีที่สุดในโลก

จับมือกันเอาของคาวและของหวานมาอยู่ในเมนูเดียวกันอย่าง “Chicken Toast” ที่เป็นเมนูพิเศษขายเพียง  1 เดือนเท่านั้น

อ่าน: ทำไม After You ถึงขึ้นชื่อว่าเป็นหุ้นอาหารที่เติบโตดีที่สุดในโลก

อ่าน: “บอนชอน” ไก่ทอดเกาหลีรายได้พันล้านที่ใครๆ ก็อยากได้ ไม่เว้นแม้แต่เครือไมเนอร์

ถัดมากับ “บาร์บีคิว พลาซ่า x พิซซ่า ฮัท” ที่เปลี่ยนคู่แข่งทางธุรกิจมาเป็นคู่ค้าไปด้วยกัน บาร์บีคิว พลาซ่า ในเครือฟู้ดแพชชั่น ต้องการฐานลูกค้ากลุ่มครอบครัวรุ่นใหม่ ส่วนฝั่งพิซซ่า ฮัท ของตระกูลมหากิจศิริก็ต้องการฐานกลุ่มวัยรุ่นและคนรุ่นใหม่มากขึ้น

ทั้งสองจึงจับมือออกเมนูใหม่ทั้ง 2 แบรนด์ ไป Bar B Q Plaza ก็จะมีชุดหมูบาร์บีฮัท เมื่อไปที่ร้าน Pizza Hut ก็จะมีเมนูพิซซ่าฮัทบีก้อน พร้อมตั้งเป้ายอดขายโต 18% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

วีคอร์น x ซอสต๊อด” กลยุทธ์ X แบบข้ามสายพันธุ์ ที่ทั้งสองหวังว่าจะสร้างความแตกต่างในวงการอาหาร รวมทั้งขยายฐานลูกค้าระหว่างกัน

วีคอร์น แบรนด์ข้าวโพดหวานของ ‘อภิรักษ์ โกษะโยธิน’ กับซอสต๊อด ของ ’ปิติ ภิรมย์ภักดี’ ที่ทั้งสองแบรนด์มีวิชั่นที่ตรงกันคือมองว่าการ X กันจะประสบความสำเร็จต้องมี 4 ข้อด้วยกันคือ รสชาติ (Tasty) คุณภาพ (Quality) สุขภาพ (Healthy) และความแตกต่าง (Differentiation) จนทำให้เกิด “วีคอร์นรสซอสต๊อด” ที่เริ่มต้นเอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะเซเว่น อีเลฟเว่นในกรุงเทพฯ และปริมณฑล จำนวน 5,000 สาขา

นอกจากวีคอร์นจะจับมือกับซอสต๊อดแล้วยังจูงมือกับร้านตำมั่ว ในเครือเซ็นคอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป ที่มีรายได้ปีละ 1,500 ล้านบาท เป็นเมนูส้มตำที่ 400-500 ล้านบาท

โดย “วีคอร์น x ตำมั่ว” มีด้วยกัน 3 รูปแบบคือ

1. ร้านตำมั่วจะใช้ข้าวโพดจากแบรนด์วีคอร์นในการทำเมนูอาหาร

2. ร่วมกันพัฒนาเมนูตำข้าวโพด แบบ ready to eat วางขายตามร้านสะดวกซื้อ

3. แตกแบรนด์ใหม่ที่ขายข้าวโพดปิ้งและข้าวโพดถ้วย “Crazy Corn” ที่เป็นร้านคีออสแบบแฟรนไชส์

 

นอกจากนี้ ยังมีทั้ง “สตาร์บัคส์ x เนสท์เล่” ที่ส่งแคปซูลกาแฟสดระดับพรีเมียม เครื่องชงกาแฟแคปซูล NESCAFÉ Dolce Gusto สำหรับคอกาแฟ

“MK x ชานม Fire Tiger” ที่ฟากเอ็มเคส่งไวรัลออกมาบอกใบ้ให้ชาวเน็ตสงสัย ก่อนจะเฉลยด้วยการจับมือกับชานมเสือพ่นไฟ  “FIRE TIGER by Seoulcial Club”ด้วยการออกเมนูพิเศษ 2 เมนูที่มีขายเฉพาะในร้านเอ็มเค และขายถึงสิ้นเดือน ม.ค. 63 เท่านั้น

ส่วนในตลาดขนมขบเคี้ยวปีนี้เราได้เห็น “พริงเกิลส์ x เถ้าแก่น้อย” “เพรซ x แม่ประนอม” รวมทั้ง X กันเองระหว่างแบรนด์ในเครืออย่างมอนเดลีซ อินเตอร์เนชันแนล ที่ส่ง ”โอรีโอ้ x แคดเบอรี” ออกมาวางขาย



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน