เกือบ 1 เดือนมาแล้วที่ไวรัสโคโรนาสายพันธ์ุใหม่หรือที่เรียกกันทั่วไปในชื่อไวรัสอู่ฮั่น จากจีนระบาดไปทั่วโลกจนส่งกระทบต่อธุรกิจมากมาย ตั้งแต่ยานยนต์ไปจนถึงสินค้าแบรนด์หรู ทว่าวงการที่ได้รับผลกระทบหนักสุดคืออุตสาหกรรมท่องเที่ยว การคมนาคม และการเดินทางต่างๆ โดยเฉพาะเครื่องบิน ล่าสุดระบาดไปถึงธุรกิจเรือสำราญแล้ว หลังพบผู้โดยสารและลูกเรือจากหลายประเทศอีก 41 คนบนเรือสำราญ Diamond Princess ใกล้ท่าเรือโยโกฮามาของญี่ปุ่นติดไวรัสดังกล่าว

สถานการณ์ดังกล่าวนี้ดันจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสอู่ฮั่นในญี่ปุ่นขึ้นต่อเนื่อง จนมากเป็นอันดับ 2 รองจากจีน แต่อีกประเด็นที่ต้องจับตา คือผลกระทบต่อวงการเรือสำราญ เพราะเป็นหนึ่งในธุรกิจการท่องเที่ยวที่โตไม่หยุดมาตลอด 10 ปี

 

ธุรกิจเรือสำราญ “งานเข้า” หลัง ไวรัสอู่ฮั่นระบาด

ขณะที่ทั่วโลกจับตาการระบาดของไวรัสอู่ฮั่นในจีนที่ล่าสุดเพิ่มเป็นหลายหมื่นคนและการจำกัดวงไม่ให้ไวรัสอู่ฮั่นระบาดเข้ามายังประเทศตน บริษัทในธุรกิจเรือสำราญต่างเริ่มสัมผัสได้ถึงคลื่นลูกใหญ่จากการระบาดครั้งนี้

ทั้งจากจำนวนผู้ติดเชื้อบนเรือ Diamond Princess ที่เพิ่มขึ้น และการที่ผู้โดยสารพร้อมลูกเรือราว 3,700 คนไม่สามารถลงเรือลำนี้ได้ จนเรือสำราญถูกเปลี่ยนให้เป็นเรือกักกันโรคชั่วคราวอีกราว 2 สัปดาห์จากนี้

เรือสำราญ โยโกฮาม่า

สำนักข่าวหลายแห่งรายงานไปในทิศทางเดียวกันว่าทุกคนบนเรือต่างมีความกังวล เพราะไม่สามารถลงจากเรือได้

แย่กว่านั้นผู้โดยสารที่ไม่ใช่กลุ่ม VIP ต้องต่อแถวยาวขึ้นไปสูดอากาศบนดาดฟ้าเรือเพื่อลดความเสี่ยงในการระบาด แม้ทาง Princess Cruises บริษัทเจ้าของเรือสำราญลำนี้ พยายามเยียวยาคนที่ติดอยู่บนเรือด้วยอาหาร สัญญาณ WiFi และสิ่งอำนวยความสะดวกหรือสื่อบันเทิงต่างๆ แล้วก็ตาม

ทุกคนบนเรือต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าอยากกลับบ้านเต็มทีหลังเสร็จสิ้นการท่องเทื่ยวตรุษจีนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นาน 15 วัน

เรือสำราญ 2 เรือ Diamond Princess

สถานการณ์บนเรือ Diamond Princess ทำให้เรือสำราญลำอื่นๆ ทั้งของ Princess Cruises เองและบริษัทอื่น เลี่ยงหรือเปลี่ยนเส้นทางเดินเรือเข้ามาในจีนและหลายเมืองในเอเชียตะวันออก ตลอดกุมภาพันธ์นี้เป็นอย่างน้อย

แล้วเปลี่ยนจุดตั้งต้นการล่องเรือจากท่าเรือในจีนไปเป็นท่าเรือในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น ที่สิงคโปร์หรือฟิลิปปินส์ พร้อมห้ามนักท่องเที่ยวชาวจีนซื้อทัวร์

เรือสำราญ 3

หากหลังจากนี้การระบาดของไวรัสอู่ฮั่นยังไม่ลดลง แน่นอนว่าจะกระทบต่อธุรกิจเรือสำราญที่ถือเป็นการเดินทางที่ทวีความนิยมในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว

เรือสำราญ 4

หลักฐานคือจำนวนผู้โดยสารที่มาล่องเรือสำราญทั่วโลกจาก 17 ล้านคนเมื่อปี 2009 เพิ่มเป็น 30 ล้านคนในปี 2019 จนเป็นธุรกิจที่เงินสะพัดกว่า 3,000 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 93,000 ล้านบาท)

เรือสำราญจีน

อีกประเด็นที่ต้องจับตาคือจำนวนนักท่องเที่ยวกระเป๋าหนักชาวจีนบนเรือสำราญจากเดิมที่สูงถึง 2.4 ล้านคน มากเป็นอันดับ 2 รองจากนักท่องเที่ยวชาวอเมริกัน ซึ่งคงลดลงจนบริษัทเรือสำราญขาดรายได้  

 

ไวรัสอู่ฮั่นทำอุตสาหกรรมท่องเที่ยวทั่วโลก ‘ติดไข้’ ไปด้วย

การที่ชาวจีนต้องอยู่แต่ในประเทศเพื่อจำกัดวงการระบาดจากไวรัสอู่ฮั่นส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวของหลายประเทศ

อินโดนีเซียคาดว่านักท่องเที่ยวจากที่เคยสูงถึง 16 ล้านคนเมื่อปี 2018 มากเป็นอันดับ 2 รองจากชาวมาเลเซีย คงลดฮวบลงจนรายได้เข้าประเทศการท่องเที่ยวไตรมาสแรกปีนี้ตกลงตามไปด้วย

Chinese Travelor เรือสำราญ

ส่วนบริษัทนำเที่ยวในอังกฤษและสหรัฐฯ ที่เน้นรับนักท่องเที่ยวชาวจีนต่างยอมรับว่า ‘ป่วยหนัก’ จากการระบาดครั้งนี้

ด้านฝ่ายปกครองในมาเก๊าจำใจรับสภาพเพราะทั้งเกาะต้องขาดรายได้อย่างหนัก จากกาสิโนและแหล่งท่องเที่ยวปิดอย่างน้อย 2 สัปดาห์เพื่อกันไม่ไวรัสอู่ฮั่นระบาดเข้ามาในพื้นที่

เรือสำราญ จีน อังกฤษ

ทั้งนี้ ตามรายงานขององค์การท่องเที่ยวโลก (WTO) เผยว่าชาวจีนใช้จ่ายระหว่างเดินทางไปต่างประเทศมากเป็นอันดับ 1 ในโลก โดยปี 2018 อยู่ที่ 257,700 สหรัฐ (ราว 7.9 ล้านล้านบาท) ซึ่งจะเพิ่มขึ้นกว่านี้ตามการขยายตัวของกำลังซื้อและเศรษฐกิจของจีน แต่การระบาดของไวรัสอู่ฮั่นคงทำให้การเพิ่มขึ้นไม่มากตามที่คาดการณ์ไว้/japantoday, telegraph, bbc, cruising, farandwide, wikipedia



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer