หากเดินไปถามคนรุ่นใหม่ว่ารู้จัก Coworking Space ไหม? ส่วนใหญ่จะตอบว่ารู้จัก
แต่ถ้าให้อธิบายต่อว่าคืออะไร? คำตอบที่ได้ ก็คือ ออฟฟิศ หรือ ที่ทำงาน ที่ตกแต่งสวยๆ
ความหมายที่แท้จริงของ Coworking Space ก็คือ พื้นที่ที่ให้คนมาทำงาน มีปฏิสัมพันธ์ระหว่างกัน แลกเปลี่ยนข้อมูล ความรู้ซึ่งกันและกัน
โดย Coworking Space แต่ละที่ จะมีเสน่ห์ที่แตกต่างกันออกไป
-บางที่เป็นแหล่งของดีไซน์เนอร์ ก็จะมีห้องถ่ายรูป มุมออกแบบ ไว้คอยอำนวยความสะดวก
-บางที่เป็นแหล่งของ Startup ก็จะเจอ Startup เข้ามาใช้พื้นที่ไม่ขาดสาย
-บางที่เป็นแหล่งธุรกิจเพื่อสังคม ก็จะมี Social Enterprise ต่างๆ ไปรวมตัวกัน
สิ่งที่สำคัญที่สุด ก็คือ Coworking–Space แต่ละที่จะต้องมี ผู้ประสานงาน (Coordinatior) ที่จะเป็นคนดูแลสถานที่ ให้บริการ และช่วยให้ทุกคนให้ Community เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เพราะธรรมชาติของคน ไม่มีใครจะเดินมาทักทายกัน นั่งคุยกันได้เหมือนรู้จักกันมาก่อน
ฉะนั้น Coworking–Space ก็จะต้องมีพื้นที่ส่วนกลาง ไว้จัดกิจกรรมให้คนมาเข้าร่วม และรู้จักกันด้วย กิจกรรม เช่น โยคะ วันกินพิซซ่า สอนใช้ Tools ต่างๆ สอนการ Pitching พัฒนาบุคลิกภาพ หรือ จัดแข่งปิงปอง เป็นต้น
ซึ่งสิ่งเหล่านี้ หาไม่ได้จากร้านกาแฟ, บ้าน หรือแม้แต่ออฟฟิศให้เช่ารูปแบบอื่นๆ
คำถาม คือ Coworking–Space ในไทย ยังเวิร์คอยู่ไหม ในเมื่อเราเห็น Coworking–Space หน้าใหม่ๆ มากมายในไทย
Marketeer จะพาไปหาคำตอบกัน
สถานการณ์ Coworking Space ทั่วโลก ตอนนี้

จากอินโฟกราฟฟิคด้านบนจะเห็นได้ว่า จำนวน Coworking–Space และ จำนวนผู้ใช้งาน เพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงในช่วงปี 2012 จากนั้นก็ค่อยๆ ลดลง แต่ก็ยังถือว่าอยู่ในระดับสูงอยู่ดี ซึ่งจากข้อมูลนี้ก็พอจะคาดการณ์ได้ว่า ตัวเลขนี้จะยังเติบโตไปอย่างน้อยอีก 5 ปี
ในขณะที่ผู้ใช้เฉลี่ยต่อที่นั้น ก็เพิ่มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
โดยปัจจุบันผู้ใช้เฉลี่ยต่อที่อยู่ที่ประมาณ 85 คน ถ้าพิจารณากราฟทั้ง 2 ด้าน ก็จะสรุปได้ว่า เมื่อมี Coworking–Space สร้างเพิ่มขึ้น (Supply) ก็มีความต้องการเข้าไปอยู่เพิ่มทันที (Demand)
Noelle Coak ผู้อำนวยการใหญ่ สเปซเซส ประจำประเทศไทย ไต้หวัน และเกาหลี กล่าวว่า“ตอนนี้ มีความต้องการใช้ Coworking Space ในประเทศไทย ยังมีมากกว่าปริมาณ Coworking–Space ในท้องตลาดเป็นจำนวนมาก ฉะนั้นเราเชื่อว่า Coworking Space จะยังเติบโตได้อีกมากในปะเทศไทย”
เมื่อถูกถามว่าเป้าหมายที่จะให้คนเข้ามาใช้เป็นกี่ % ของ Spaces คำตอบที่ได้ คือ 100% เลยทีเดียว
ข้อมูลที่น่าสนใจ จากการสำรวจของ Deskmag พบว่า ผู้ที่ใช้งาน Coworking–Space ในปัจจุบัน
-45% ทำงานที่บ้านมาก่อน
-26% ออฟฟิศดั้งเดิม
-10% Coworking–Space ที่อื่น
-6% ร้านกาแฟ
เพราะฉะนั้น Coworking–Space ที่มีในตลาดตอนนี้ ยังไม่ได้คาบเกี่ยวกันมากนัก เพราะลูกค้าที่เข้ามา ส่วนใหญ่ไม่ได้มาจากแบรนด์อื่น แต่มาเพราะที่ทำงานเดิมนั้นไม่ตอบโจทย์ในการทำงานนั่นเอง
4 เทรนด์ ที่จะติดจรวดให้ Coworking-Space
1.ความยืดหยุ่นด้านเวลา และสถานที่ : Coworking–Space ส่วนใหญ่จะเปิดนานกว่าออฟฟิศทั่วไป และบางที่เปิด 24 ชั่วโมงเลยทีเดียว เพราะงานในปัจจุบันไม่ได้เกิดแค่ตอน 8 โมงเย็น ถึง 5 โมงเย็น อีกต่อไป
2.ลดต้นทุนทางธุรกิจ : Coworking–Space สามารถเช่ารายเดือนได้ ซึ่งต่างจากออฟฟิศให้เช่าส่วนใหญ่ที่ต้องทำสัญญาเป็นปี ซึ่งมันจะช่วยให้งบการเงินดูดีขึ้นด้วย เมื่อไม่มีสำนักงานมาเกี่ยวข้อง
3.ลดความยุ่งยาก : แค่มี Laptop ตัวเดียวก็สามารถมาทำงานที่ Coworking–Space ได้ทันที เพราะทุกอย่างที่เหลือมีคนคอยดูแลให้แล้ว เอาเวลาไปคิดเรื่องสร้างสรรค์ดีกว่า
4.ต้องการคอนเนคชั่น : นี่คือจุดแตกต่างของ Coworking–Space อย่างแท้จริง เพราะออฟฟิศให้เช่าถูกๆ มีเยอะแยะ แต่คอนเนคชั่นนี่แหละที่หาไม่ได้ง่ายๆ ฉะนั้นถ้า Coworking–Space แบรนด์ไหน สามารถดึงดูดให้ Talent เก่งๆ มาเข้าร่วมได้ บอกเลยว่าโอกาสในการประสบความสำเร็จก็อยู่ไม่ไกล
4 กุญแจ วัดความสำเร็จ Coworking Space
1.ผู้ประสานงานดี : จะช่วยให้พื้นที่นั้นมีความเป็นมืออาชีพ และทุกคนได้รับประโยชน์
2.บรรยากาศดี อีเวนท์เยอะ : กิจกรรมที่มีทุกสัปดาห์จะทำให้บรรยากาศ ใน Coworking–Space ดีขึ้น และสร้างแบรนด์ให้ Coworking–Space นั้นๆ ด้วย เพราะกิจกรรมเหล่านี้ คือสิ่งที่ที่ทำงานแบบอื่นไม่มีให้
3.พื้นที่หลากหลาย : Coworking–Space ไม่ได้มีแค่คนมานั่งพิมพ์งาน แต่มีคนที่อยากประชุม อยากโทรทัพท์ อยากจัดปาร์ตี้เล็กๆ หรือ อยากหามุมเงียบๆ นั่งคิดไอเดีย ฉะนั้น Coworking–Space ที่มีครบจะได้เปรียบ
4.เดินทางสะดวก : ยิ่งเดินทางสะดวกเท่าไหร่ ยิ่งดีเท่านั้น เพราะเวลาเป็นสิ่งที่มีค่ามากที่สุด สำหรับคนยุคนี้
หากดูจากปัจจัยข้างต้น ออฟฟิศ หรือ พื้นที่ให้เช่า เหล่านี้อาจจะถูก Disrupt ได้ง่าย
1.ออฟฟิศราคาแพง : จะมีคนเข้าไปเช่าอยู่น้อยลงเรื่อยๆ เพราะบริษัทขนาดเล็ก-กลาง ไม่จำเป็นต้องเสี่ยงเช่าออฟฟิศบนตึกใหญ่ๆ
2.ออฟฟิศที่ดูล้าสมัย : ไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ คนก็อยากทำงานในสถานที่ที่มีสไตล์ และช่วยเพิ่มความคิดสร้างสรรค์ ฉะนั้นจะเห็นได้ว่า องค์กรสมัยใหม่ก็พยายามปรับปรุงที่ทำงานเพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน
3.ออฟฟิศที่ขาดสิ่งอำนวยความสะดวก : สิ่งอำนวยความสะดวกในที่นี้ รวมไปถึง ใกล้รถไฟฟ้า ใกล้ร้านอาหาร ใกล้ร้านกาแฟ ใกล้ฟิตเนส หรือ สวนสาธารณะ
