ธุรกิจที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดจากการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 คือ ธุรกิจโรงแรมและท่องเที่ยว

จากการคาดการณ์โดย EIC บนเวทีสัมมนา SCB เที่ยวไทย ไปด้วยกัน” ระบุว่านักท่องเที่ยวไทยปี 2020 จะลดลงเหลือเพียง 37 ล้านคน ลดลง 7.1% เมื่อเทียบกับปีก่อน รวมถึงการฟื้นตัวของแนวโน้มการท่องเที่ยวยังต้องลุ้นยาวไปถึงช่วงเดือน มิ.ย.-ก.ค.

แน่นอนว่าการแพร่ระบาดของ COVID-19 ปิดประตูนักท่องเที่ยวจีนสนิท รวมถึงชาติอื่นๆ ในเอเชียต่างได้รับผลกระทบไม่แพ้ไทย

หนักจริงแต่ยังต้องสู้!
ลองฟังความคิดเห็นและวิธีเอาตัวรอดจาก 2 ผู้ประกอบการโรงแรมที่ได้รับผลกระทบ

หากเหตุการณ์ปกติช่วงปลายปีลากยาวไปจนถึงตรุษจีนหรือสงกรานต์ ถือเป็นช่วงนาทีทองของธุรกิจท่องเที่ยวและโรงแรม บุ๊กกิ้งเข้ามา 90-100% ทุกปี แต่ปีนี้ 10% ยังลุ้นลำบาก…


นวพร จรดล  Revenue Manager จากโรงแรม H5 เเละ O2 Luxury hotel สุวรรณภูมิ เล่าให้เราฟังว่า “รอบนี้หนักกว่าทุกวิกฤตที่เคยเจอมา ตอนไข้หวัดนก ซาร์ส เมอร์ส หรือทัวร์ 0 เหรียญระบาด ยังไม่หนักเท่า เพราะรอบนี้คือการปิดประตูนักท่องเที่ยวจีน”

ด้วยความที่ธุรกิจของโรงแรม H5 เเละ O2 Luxury hotel คือโรงแรมติดสนามบินสุวรรณภูมิลูกค้าหลัก 70-80% เป็นกรุ๊ปทัวร์จากประเทศจีนที่มาเข้าพักระยะสั้น 1-2 คืนก่อนเดินทางต่อเข้ากรุงเทพฯ หรือไปพัทยา การขาดหายไปของนักท่องเที่ยวจีนในช่วงตั้งแต่ตรุษจีนที่ผ่านมาจึงกระทบธุรกิจโดยตรงรวมถึงธุรกิจห้องจัดเลี้ยง


ณิษาภัทร สุวรรณ์คัมภีระ General manager โรงแรมอิลีแกนท์ แอร์พอร์ต โฮเทล และโรงแรมจอมเทียน ฮอลิเดย์ พัทยา เล่าเสริมว่า “ปกติช่วงนี้ของทุกปีโรงแรมต้องเตรียมต้อนรับนักท่องเที่ยวจองเต็มทุกปี โดยสัดส่วนเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติอย่าง จีน เอเชีย ยุโรป 95% และรับนักท่องเที่ยวไทยได้แค่ 5% เท่านั้น”

แน่นอนว่าวิกฤต COVID-19 ทำให้นักท่องเที่ยวจากต่างประเทศไทยหายไป และที่สำคัญไม่ใช่แค่นักท่องเที่ยวจีน แต่ยังกระทบเรื่องของความเชื่อมั่น ความปลอดภัย ของนักท่องเที่ยวชาติยุโรป และประเทศอื่นๆ ไปด้วยพาให้นักท่องเที่ยวรวมลดลงอย่างมาก

นี่คือช่วงเวลาที่ได้มองธุรกิจว่าควรพัฒนาด้านไหนเพิ่ม

เป็นไปได้คงไม่มีใครอยากให้วิกฤต COVID-19 เกิดแต่เมื่อเรามาถึงจุดนี้แล้วสเต็ปต่อไปคือมองหาแสงดาวที่ยังพอสว่างท่ามกลางท้องฟ้าที่มืดมิด

เมื่อถามกลับไปว่า “แบบนี้มีวิธีเอาตัวรอดจากวิกฤตนี้อย่างไร?”

ทั้งคู่เห็นตรงกันว่านาทีนี้ถือเป็นโอกาสที่จะได้ย้อนกลับมายกระดับธุรกิจของตนเอง ไล่ตั้งแต่การปรับปรุงห้องพัก ทำความสะอาด ตกแต่งเพิ่มเติม เพราะช่วงวิกฤตสิ่งที่มาพร้อมกันคือดอกเบี้ยที่ถูกกว่าปกติช่วยลดต้นทุนได้

รวมถึงโอกาสในการพัฒนาอบรมเพื่อเพิ่มความสามารถพนักงาน “เราอาจจัดคอร์สเรียนจัดดอกไม้ให้กับแม่บ้าน ฝึกภาษาเพิ่มเติมหรือพัฒนาทักษะอื่นๆ ที่ส่งผลต่อการทำงาน ต้องอย่าลืมว่าบุคลากรสำคัญมากในธุรกิจบริการ หากสามารถยกระดับตรงนี้ได้ พอทุกอย่างเข้าที่เข้าทาง เราก็จะสามารถเดินหน้าไปได้ไกลกว่าเดิม”

อีกหนึ่งจุดสำคัญคือการมองหาโอกาสและลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ
ถึงเวลา “ไทยเที่ยวไทย โดยเเท้จริง”

แม้โรงแรมเราตั้งอยู่เขตเมืองรอง ไม่มีสถานที่ท่องเที่ยวตามธรรมชาติดึงดูดลูกค้าไทยให้มาอย่างภูเขาหรือทะเล แต่โอกาสของโรงแรม H5 เเละ O2 Luxury hotel สุวรรณภูมิ คือเหมาะแก่การรองรับกรุ๊ปทัวร์ที่เป็นการท่องเที่ยวเชิงธุรกิจ เดินทางไม่ไกลจากกรุงเทพฯ ชั้นใน ใกล้สนามบิน การท่องเที่ยวอาจชะลอตัวได้ แต่พอเป็นเรื่องของธุรกิจอย่างไรก็หยุดไม่ได้”

“รวมถึงการศึกษาดูงานของภาครัฐ ในพื้นที่รอบๆ มีโครงการตัวอย่างที่บริษัทหรือภาครัฐสามารถมาศึกษาดูงานได้ อย่างอ่าวคุ้งกระเบน บางปู หรือ คลองสาขลา อาจเป็นเดย์ทริปแล้วแวะเข้ามารับประทานอาหารที่ห้องอาหารของโรงแรมได้เช่นกัน รวมถึงยังมีธุรกิจให้เช่าสถานที่สำหรับงานแต่งงาน จัดงานพิธีสำคัญๆ ที่กำลังทำการบ้านอยู่”

ข้ามมาที่ฝั่งของ ณิษาภัทร จุดได้เปรียบของธุรกิจของเธอ คือการอยู่ในทำเลอย่างพัทยา เป็นจุดดึงดูด เพียงแต่ต้องเริ่มทำตลาดใหม่ นั่นก็คือกลุ่มนักท่องเที่ยวไทยเที่ยวไทย ที่จะกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ

“สิ่งที่นักท่องเที่ยวไทยต้องการคือ ประสบการณ์ในราคาที่รู้สึกคุ้มค่า การทำโปรโมชั่นราคาพิเศษสำหรับคนไทย และร่วมออกโรดโชว์ไปกับงาน “SCB เที่ยวไทย ไปด้วยกัน” ถือเป็นโอกาสสำคัญที่จะได้เปิดตลาด ไทยเที่ยวไทย โดยแท้จริง และมั่นใจว่าโรงแรมจอมเทียน ฮอลิเดย์ พัทยา จะสามารถเสิร์ฟประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าคนไทยได้ไม่แพ้ต่างชาติ ทั้งทำเล การเดินทาง ความสะดวกในการพักผ่อน รวมถึงรองรับการท่องเที่ยวแบบกรุ๊ปสัมมนาเอาท์ติ้งบริษัท ซึ่งโรงแรมมีประสบการณ์และ Facility ต่างๆ พร้อมอยู่แล้ว”


“SCB 3
ช่วย”

ข้ามกลับมาในฝั่งของ ธนาคารไทยพาณิชย์ การจัดแคมเปญ SCB เที่ยวไทย ไปด้วยกัน” เพื่อให้ผู้ประกอบการโรงแรมของไทยได้มีโอกาสออกบูธเสนอขายแพ็กเกจโรงแรม ที่พัก ให้กับนักท่องเที่ยวชาวไทยโดยตรงแล้ว

ยังเพิ่มโอกาสด้วย Hotel Business Matching จับคู่ธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการโรงแรมและท่องเที่ยวกับเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นตัวแทนท่องเที่ยวออนไลน์เพื่อเข้าถึงนักท่องเที่ยวกลุ่มใหม่ๆ ทั่วโลก และผู้ให้บริการดิจิทัลในด้านต่างๆ เพื่อช่วยลดต้นทุนในระยะยาว

เพื่อให้เห็นภาพชัดๆ ว่ามาตรการ 3 ช่วย เพื่อช่วยผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวและโรงแรมไทยจาก SCB มีอะไรบ้าง ติดตามได้เลย…

1. ช่วยพัก–“นอกจากวิชาเอาตัวรอด ผู้ประกอบการยังต้องมีวิชาตัวเบา” SCB พร้อมลดภาระทางการเงินทันที ด้วยมาตรการยืดระยะเวลาชำระเงินต้นให้กับผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบสูงสุด 12 เดือน

2. ช่วยขาย–เดินหน้าโรดโชว์ต่อเนื่องจัดงาน “SCB เที่ยวไทย ไปด้วยกัน” รวมผู้ประกอบการท่องเที่ยวโรงเเรมไทยกว่า 50 ราย กระจายไปยังบริษัทสำนักงานขนาดใหญ่ของไทย โดยเริ่มที่ธนาคารไทยพาณิชย์ สนง. ใหญ่ รัชโยธิน เเละเตรียมสัญจรไปยังองค์กรพันธมิตร อย่าง เอสซีจี, ปตท., โอสถสภา ฯลฯ และยังช่วยขายผ่านช่องทางการตลาดออนไลน์ที่เป็นของทั้งของธนาคารและอื่นๆ เพื่อเพิ่มยอดขายได้ในอีกทางหนึ่ง

3. ช่วยลดต้นทุน–เชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจเเละพันธมิตร SCB จัดทำ Business Matching เเละ Online Travel Agent เพิ่มโอกาสในฝั่งลูกค้าธุรกิจให้มากขึ้น รวมทั้งการจับคู่เจรจากับคู่ค้าผู้พัฒนาเทคโนโลยีในการบริหารจัดการธุรกิจเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้กับธุรกิจในมิติต่างๆ ได้ดียิ่งขึ้นในระยะยาว

สำหรับผู้ที่สนใจสนับสนุนผู้ประกอบการโรงเเรมไทย
รวมถึงโอกาสจับจองเเพ็กเกจที่พักท่องเที่ยวไทยราคาพิเศษต้องมางาน “SCB เที่ยวไทย ไปด้วยกัน”
ตั้งเเต่วันนี้ถึง-28
กุมภาพันธ์ ที่ธนาคารไทยพาณิชย์ สนง. ใหญ่ รัชโยธิน

ติดตามข้อมูลต่างๆ เพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/scb.thailand/