สถาบันไทยพัฒน์ มูลนิธิบูรณะชนบทแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ประกาศแนวโน้ม CSR ปี 63 ใน 6 ทิศทางสำคัญ พร้อมแนะภาคธุรกิจนำเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) มาผนวกเข้ากับกระบวนการทางธุรกิจ ในรูปแบบ SDG-in-process เพื่อส่งมอบคุณค่าให้แก่ธุรกิจและผลกระทบที่ดีต่อโลกไปพร้อมกัน

ดร. พิพัฒน์ ยอดพฤติการ ประธานสถาบันไทยพัฒน์ ได้กล่าวในงานแถลงทิศทาง CSR ปี 2563 ที่จัดขึ้นวันนี้ (25 กุมภาพันธ์ 2563) ว่า “การขับเคลื่อนเรื่องความยั่งยืนของภาคธุรกิจในปีนี้ จะเกี่ยวข้องกับ 3 คำสำคัญ คือ การให้ความสำคัญกับผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มอย่างทั่วถึง ภายใต้กระแสที่เรียกว่า Stakeholder Capitalism หรือ วิถีทุนนิยมที่เอื้อต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มในระบบเศรษฐกิจ ซึ่งธุรกิจที่จะดำเนินการตามวิถีนี้ จะต้องมีการกำหนดสิ่งที่เรียกว่า Corporate Purpose หรือความมุ่งประสงค์ของกิจการ ที่จำต้องสอดรับกับพัฒนาการด้านความยั่งยืนในระดับสังคม รวมถึงการตอบสนองต่อ SDGs โดยเฉพาะผลกระทบของกิจการที่มีต่อเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ Corporate SDG Impact

องค์ประกอบในภาคความมุ่งประสงค์ (Purpose) ภาคปฏิบัติการ (Performance) ที่คำนึงถึงผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้องในทุกกลุ่ม และภาคผลกระทบ (Impact) ที่มีต่อเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน สถาบันไทยพัฒน์ เรียกรวมว่าเป็น ภาวะผู้ประกอบความยั่งยืน หรือ Sustainpreneurship ที่กิจการต้องสร้างความเชื่อมโยงให้เกิดขึ้นระหว่าง Purpose – Performance – Impact ด้วยการดำเนินงานในรูปแบบ SDG-in-process โดยผนวกเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนเข้ากับกระบวนการทางธุรกิจ และส่งมอบคุณค่าให้แก่ธุรกิจและผลกระทบที่ดีต่อโลกไปพร้อมกัน

ในปีนี้ สถาบันไทยพัฒน์ได้ทำการประเมินทิศทางความรับผิดชอบต่อสังคม หรือ CSR ภายใต้รายงานที่มีชื่อว่า 6 ทิศทาง CSR ปี 2563: The Year of Sustainpreneurship เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับหน่วยงานและองค์กรธุรกิจในการใช้เป็นแนวทางเสริมสร้างภาวะผู้ประกอบความยั่งยืนให้เกิดขึ้น ในอันที่จะส่งมอบคุณค่าร่วมแก่ผู้มีส่วนได้เสียทั้งผู้ถือหุ้น พนักงาน ลูกค้า ผู้ส่งมอบ ชุมชนท้องถิ่น และสังคมโดยรวม

ในงานแถลงทิศทาง CSR ปีนี้ สถาบันไทยพัฒน์ยังได้จัดให้มีการเสวนาเรื่อง ‘Corporate SDG Impact: From Purpose to Performance’ เพื่อแนะนำแนวทางสำหรับภาคธุรกิจในการตอบสนองต่อ SDGs ด้วยชุดตัวชี้วัดหลักในกระบวนการธุรกิจ และเครื่องมือ SDG Business Model Canvas สำหรับใช้เสริมสร้างภาวะผู้ประกอบความยั่งยืนให้เกิดขึ้นในกิจการ ด้วยการดำเนินงานในรูปแบบ SDG-in-process

นายวรณัฐ เพียรธรรม ผู้อำนวยการสถาบันไทยพัฒน์ กล่าวว่า “นับตั้งแต่ที่ SDGs ประกาศใช้เมื่อ 5 ปีที่แล้ว องค์กรธุรกิจที่มีการตอบสนองต่อ SDGs โดยส่วนใหญ่ แสดงความเชื่อมโยงของการดำเนินการไปที่ระดับเป้าประสงค์ (Goal-level) 17 ข้อ และมีกิจการอีกบางส่วนที่แสดงความเชื่อมโยงไปได้ถึงระดับเป้าหมาย (Target-level) แต่ด้วยเครื่องมือ SDG Business Model Canvas ที่สถาบันไทยพัฒน์พัฒนาขึ้น จะเป็นครั้งแรกที่ภาคธุรกิจสามารถแสดงความเชื่อมโยงของการดำเนินงานไปถึงระดับตัวชี้วัด (Indicator-level)ได้อย่างเป็นทางการ ตามแนวทางที่องค์การภายใต้สหประชาชาติให้การรับรอง และอนุมัติให้ใช้เป็นข้อมูลแสดงความก้าวหน้าของการดำเนินงาน ภายใต้เป้าหมายที่ 12.6 ตั้งแต่นี้ไปจนครบวาระของ SDGs ในปี ค.ศ. 2030”

นายฌานสิทธิ์ ยอดพฤติการณ์ วิทยากรสถาบันไทยพัฒน์ กล่าวเสริมว่า “เครื่องมือ SDG Business Model Canvas ชี้ให้เห็นถึงความเชื่อมโยงระหว่าง Purpose – Performance – Impact ที่นำไปสู่การพัฒนาภาวะผู้ประกอบความยั่งยืน (Sustainpreneurship) ของกิจการ และชุดตัวชี้วัดหลักจำนวน 15 รายการ (33 ตัวชี้วัด) สำหรับใช้เป็นจุดตั้งต้นหรือจุดนำเข้าที่แสดงถึงการมีส่วนในการตอบสนองต่อ SDGs และเป็นตัวชี้วัดที่กิจการจำเป็นต้องใช้ในการประเมินผลกระทบด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และธรรมาภิบาล ซึ่งหาพบได้ในรายงานของกิจการ และในกรอบการรายงานที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน”

ในการเสวนาครั้งนี้ยังได้มีการแนะนำหนังสือ “Corporate SDG Impact: From Purpose to Performance” ที่สถาบันไทยพัฒน์จัดทำขึ้นเพื่อช่วยให้องค์กรธุรกิจสามารถนำเสนอข้อมูลการดำเนินงานด้านความยั่งยืนให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง ภายใต้บริบทของเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน และใช้เป็นเครื่องวัดการดำเนินงานในระดับกิจการ เพื่อให้ได้ข้อมูลในระดับตัวชี้วัด (Indicator-level SDGS) ที่มีความคล้องจองกับข้อมูล SDGs ที่รัฐบาลจัดเก็บในระดับประเทศ

ผู้สนใจสามารถติดต่อขอรับหนังสือ Corporate SDG Impact: From Purpose to Performance ได้ที่สถาบันไทยพัฒน์ (ไม่มีค่าใช้จ่าย) ได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมทางเว็บไซต์ http://www.thaipat.org 



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer