การปรับตัวของร้านอาหาร กรณีศึกษา Sizzler To Go และ Zen Box (วิเคราะห์)

แม้จะเป็นร้านอาหารที่มี Positioning แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง 

Sizzler คือร้านอาหารเพื่อสุขภาพ

ส่วน ZEN คือร้านอาหารญี่ปุ่น

แต่หากได้ลองค้นดูประวัติ กลับพบว่าทั้งสองมีความคล้ายคลึงกันในบางอย่าง

ไม่ว่าจะเป็นในแง่ของระยะเวลาที่เข้ามาทำตลาดในประเทศไทย 

คือ Sizzler เข้ามาในช่วงปี พ.ศ. 2535 (28 ปี) 

ส่วน ZEN เริ่มทำในช่วงปี พ.ศ. 2534 (29 ปี)

 

หรือการเป็นแบรนด์ร้านอาหารของเชนใหญ่ ที่เป็นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ 

Sizzler อยู่ภายใต้การดูแลของ บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)

ZEN อยู่ภายใต้การดูแลของ บริษัท เซ็น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

 

และจุดร่วมที่ทั้งสองแบรนด์มีเหมือนกันคือการเป็นร้านอาหารที่เติบโตและมีสาขาในห้างสรรพสินค้าเป็นส่วนใหญ่

ใช้พื้นที่ในการทำร้านแต่ละสาขามากกว่า 200 ตารางเมตรขึ้นไป 

มีต้นทุนค่าเช่าพื้นที่ และ operation ที่สูง 

ลูกค้าที่เข้ามานั่งกินในร้านใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 40 นาที

 

ซึ่งจุดร่วม 3-4 ข้อที่ว่ามานี้กลายเป็นข้อจำกัดในการเติบโตของการทำธุรกิจอาหารในยุคปัจจุบัน 

เพราะสิ่งที่ผู้บริโภคในยุคนี้ต้องการจากร้านอาหารไม่ได้มีแค่ความอร่อย แต่ยังรวมไปถึงความรวดเร็วและสะดวกสบาย 

บทบาทของร้านอาหารจึงเปลี่ยนไป 

จากที่เคยเป็นฝ่ายตั้งรับลูกค้าที่เดินเข้ามาต่อคิวหน้าร้านยาวเหยียด 

ก็ต้องเป็นฝ่ายเข้าหา เปิดเกมรุกพาตัวเองไปอยู่ในที่ที่ ผู้บริโภคเข้าถึงง่าย 

และนี่ก็เป็นเหตุผลที่ทำให้ Sizzler และ ZEN ตัดสินใจย่อไซส์ร้านอาหารของตัวเองให้มีขนาดเล็กลงเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 30 ปีตั้งแต่เริ่มทำแบรนด์ในประเทศไทย ในนามของ Sizzler To Go และ ZEN Box 

เพราะขนาดที่เล็กลง ทำให้แบรนด์สามารถเข้าไปแทรกตัวอยู่ในจุดที่ผู้คนเข้าถึงได้ง่าย

กับโมเดลร้านในลักษณะ Grab & Go คือซื้อไวไปไว ไม่จำเป็นจะต้องนัดเพื่อนหรือใช้เวลาเกือบชั่วโมงก็สามารถกินได้ 

ทั้งยังช่วยเพิ่มเวลาในการขาย ที่ไม่จำเป็นต้องอิงเวลาเปิด-ปิดร้าน ตามห้าง

ที่สำคัญในอนาคต ‘ร้านอาหารย่อไซส์’ ยังเป็นส่วนสำคัญในการเข้ามาช่วยเติมรายได้ ในวันที่ยอดขายของสาขาในห้างอาจลดลงตามเทรนด์ของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป

และเมนูที่นำมาขายในสาขาย่อไซส์เหล่านี้ ก็ล้วนแต่เป็นเมนูที่เอื้ออำนวยต่อการส่งแบบเดลิเวอรี่

ซึ่งก็อย่างที่รู้กันดี ว่าตลาดฟู้ดเดลิเวอรี่นั้นมีแนวโน้มเติบโตขึ้นทุกวัน

 

โดย ณ ตอนนี้ Sizzler To Go ยังมีเพียง 1 สาขา ตั้งอยู่บนสถานีรถไฟฟ้าศาลาแดง ใช้พื้นที่ 2 ตารางเมตร 

พร้อมที่จะเปิดเพิ่มอย่างน้อย 4-5 สาขา ภายในครึ่งปีแรกของปี 63 นี้

สำหรับราคาอาหารของ Sizzler To Go อยู่ที่ราว 79-99 บาท

การปรับตัวของร้านอาหาร เพื่อความอยู่รอด

ส่วน ZEN Box มีทั้งหมด 2 สาขาด้วยกันคือที่ไบเทคบางนา และสามย่านมิตรทาวน์ ใช้พื้นที่ต่อสาขาประมาณ 30 ตารางเมตร 

ใช้งบลงทุนต่อสาขาไม่เกิน 2 ล้านบาท 

โดยราคาอาหารของ ZEN Box เฉลี่ยอยู่ที่ 150 บาท 

ที่ทาง ZEN ก็เล็งจะขยายสาขา Zen Box ในทำเลที่มี Traffic ของผู้คนสัญจรไปมา ในปีนี้เช่นกัน  

หัวใจสำคัญของการย่อไซส์ไม่ใช่แค่การนำอาหารบางชนิดที่เคยอยู่ในร้านมาวางบนเชลฟ์เท่านั้น

แต่คือการรักษา Brand Image และ Character ที่แม้จะย่อไซส์ ย่อราคา แต่ต้องไม่ย่อคุณภาพให้ลดลงตามไปด้วย

และจากการปรับตัวของร้านอาหารที่อยู่ภายใต้เชนใหญ่ทั้งสองนี้ เราจึงเชื่อว่าในอนาคตคงจะต้องมีร้านอาหารร้านอื่นที่เป็นแบรนด์ใหญ่ ออกมาย่อไซส์และพาตัวเองออกนอกห้างอีกเป็นแน่

แต่จะเป็นแบรนด์ไหนบ้าง คงต้องมารอดูกันต่อไป

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer