TNR ทุ่ม 471 ล้านซื้อสิทธิ์ PALYBOY ท้าชน Durex ชิงเบอร์ 1 ภายใน 10 ปี

TNR ทุ่ม 471 รุกซื้อสิทธิ์ PLAYBOY ทำตลาดถุงยางอนามัยและเจลหล่อลื่นทั่วโลก พร้อมประกาศท้าชน Durex ชิงเบอร์ 1 ภายใน 10 ปี ส่วนตลาดถุงยางเชื่อปีนี้กลับมาโต 7% จากสถานการณ์โดยรวมดีขึ้น สามารถทำตลาดได้มากขึ้น

อมร ดารารัตนโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยนิปปอนรับเบอร์อินดัสตรี้ จำกัด (มหาชน) หรือ TNR ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายภายใต้แบรนด์ Onetouch และ Niptex กล่าวว่า ล่าสุดบริษัทได้เข้าซื้อสิทธิ์การขายและทำการตลาดถุงยางอนามัยและเจลหล่อลื่นแบรนด์ PLAYBOY ต่อจาก United Medical Devices หรือ UMD ซึ่งเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์คือ Playboy Enterprises International, Inc. ประเทศสหรัฐอเมริกา

ได้สิทธิ์ในการขายและทำการตลาดถุงยางอนามัยและเจลหล่อลื่นแบรนด์ PLAYBOY ทั่วโลก 188 ประเทศ เป็นระยะเวลา 10 ปี และต่อสัญญาอัตโนมัติทุก ๆ ปี ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนดตามสัญญาเดิม โดยจะใช้งบลงทุนไม่เกิน 15 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณกว่า 471 ล้านบาท แบ่งจ่าย 2 งวด โดยงวดแรกจะจ่าย 10 ล้านเหรียญสหรัฐ หลังจากทำสัญญาเสร็จสิ้น ส่วนอีก 5 ล้านเหรียญสหรัฐ จะจ่ายเมื่อเริ่มมีกำไร นอกจากนี้ยังต้องจ่ายค่า ปีละ 8% อีกด้วย

เหตุที่ซื้อลิขสิทธิ์ PLAYBOY เพราะมองว่า บริษัทมีโรงงานอยู่แล้ว ทำให้ง่ายที่จะผลิตสินค้า อีกทั้งยังไม่ได้ลงทุนอะไรเพิ่มมาก เพราะแบรนด์ PLAYBOY เป็นที่รู้จักอยู่แล้ว สิ่งที่เราต้องทำก็แค่หาตลาดใหม่ๆ จากเดิมที่ UMD ทำตลาดอยู่แล้ว 34 ประเทศ

อีกอย่างคือทางทีมได้ประเมินอัตราผลตอบแทนภายในจากการลงทุน (Internal Rate of Return หรือ IRR) พบได้ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 15 ซึ่เชื่อว่าจะคุ้มทุนภายในระยะเวลาประมาณ 5 ปี และยังทำให้รายได้และกำไรสูงขึ้นอีกด้วย

ปัจจุบัน TNR มีสัดส่วนรายได้ 3 ส่วนได้แก่ 10% Own Brand จำนวน 2 แบรนด์คือ Onetouch และ Niptex, 20% ธุรกิจประมูล และอีก 70% เป็นรับจ้างผลิต

โดยหลังจากที่ได้ PLAYBOY  เข้ามาเชื่อว่าสัดส่วนรายได้ของ Own Brand จะเพิ่มเป็น 15% พร้อมทั้งผลักดันให้รายได้โต 30% เป็น 1,294 ล้านบาท

สำหรับแผนการตลาดนั้นด้วางตำแหน่งแบรนด์ PLAYBOY ในต่างประเทศเป็นสินค้าระดับบน แบรนด์ ONETOUCH เป็นสินค้าระดับกลางบน และแบรนด์ Niptex เป็นสินค้าระดับกลางซึ่งปัจจุบันวางจำหน่ายในประเทศเวียดนาม โดยได้เตรียมงบ 25% จากรายได้ในการทำการตลาด เพื่อสร้างการรับรู้ให้กับเป้าหมาย

วันนี้ PLAYBOY มีส่วนแบ่งตลาดราว 7% ภายใตปีนี้ตั้งเป้าเพิ่มเป็น 14% โดยวางแผนที่จะเข้าไปท้าชนกับเจ้าตลาดนั้นคือ Durex ที่ถือว่าอยู่ในตลาดมานาน เพื่อชิงเบอร์ 1 ให้ได้ภายใน 10 ปีนี้ หลังจากนี้จะมีการออกสินค้าใหม่อีกเรื่อยๆ จากปัจจุบันที่มี 12 SKU”

ทั้งนี้ตลาดถุงยางอนามัยมีมูลค่าประมาณ 1,400 ล้านบาท เติบโต 1% น้อยกว่าทุกๆปีที่โตราย 7% เนื่องจากส่วนใหญ่ไม่สามารถทำการตลาดอะไรได้มากนัก เพราะติดสถานการณ์ที่ไม่เหมาะสม คาดว่าปีนี้จะกลับมาโต 7% เนื่องจากสถานการณ์โดยรวมดีขึ้น

สำหรับส่วนแบ่งตลาดมี Durex เป็นเจ้าตลาดด้วยสัดส่วน 52% ตามด้วย Onetouch 24%,Okamoto 12%,PALYBOY 7% และอื่นๆอีก 5%


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่  WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer