TikTok ทำไมฮิต ? วิเคราะห์ความสำเร็จของแอปแก้เหงาที่กำลังโตวันโตคืน

โควิด-19 ทำให้คนออกไปใช้ชีวิตนอกบ้านน้อยลง ทำกิจกรรมนอกบ้านน้อยลง

และอยู่บ้าน เบื่อ ๆ แบบเหงา ๆ มากขึ้น ที่มาพร้อมกับความเครียดที่อาจจะสะสมในใจลึก ๆ โดยไม่รู้ตัว

เพราะคำว่าเหงา ตัวเท่าบ้าน จึงเป็นสาเหตุหนึ่งที่ผลักดันให้ แอป TikTokเติบโตอย่างรวดเร็วทั่วโลก ไม่เว้นแม้แต่ประเทศไทย

ในไตรมาสแรกปี 2563 ข้อมูลจาก Sensor Town พบว่า แอป TikTokถูกดาวน์โหลดมากถึง 315 ล้านดาวน์โหลดทั่วโลก และเป็นยอดการดาวน์โหลดสูงสุดของ TikTok หลังเปิดให้บริการมาตั้งแต่กันยายน 2559 ในประเทศจีน ภายใต้ชื่อ Douyin ที่อ่านออกเสียงว่า โต่วยิน ก่อนที่จะออกทำตลาดนอกประเทศจีนในชื่อ TikTokในปี 2560

 

เหงา ๆ เพราะโควิด-19 TikTok ดาวน์โหลดเพิ่มขึ้น

Q1/60 22.4 ล้านดาวน์โหลด

Q2/60 26.6 ล้านดาวน์โหลด

Q3/60 33.6 ล้านดาวน์โหลด

Q4/60 46.8 ล้านดาวน์โหลด

Q1/61 110.3 ล้านดาวน์โหลด

Q2/61 156.0 ล้านดาวน์โหลด

Q3/61 183.8 ล้านดาวน์โหลด

Q4/61 205.7 ล้านดาวน์โหลด

Q1/62 187.3 ล้านดาวน์โหลด

Q2/62 155.9 ล้านดาวน์โหลด

Q3/62 175.9 ล้านดาวน์โหลด

Q4/62 199.4 ล้านดาวน์โหลด

Q1/63 315 ล้านดาวน์โหลด

ที่มา : Sensor Town,2563

อ่าน

TikTokและ Podcast จะกลายเป็น New Land

 

การเติบด้านผู้ใช้งาน Active User ของ TikTokถือว่ามีการเติบโตที่น่าสนใจเช่นกัน จากข้อมูลของ Oberlo พบว่า ในปี 2562 TikTokมีผู้ใช้งานที่เป็น Active User มากถึง 500 ล้านยูสเซอร์ต่อเดือน เป็นอันดับ 9 ของโซเชียลมีเดียโลกที่มี Active User สูงสุด

ผ่านมาไม่กี่เดือนในช่วงโควิด-19 ข้อมูลอัปเดตจาก We Are Social วันที่ 20 เมษายน 2563 พบว่า TikTokมีผู้ใช้งาน Active ต่อเดือนเพิ่มเป็น 800 ล้านยูสเซอร์ ซึ่งถือว่าเป็นการเติบโตที่ก้าวกระโดด จนทำให้โซเชียลมีเดียแพลตฟอร์มหลักต้องออกมาเปิดฟีเจอร์ใหม่ ๆ ที่มีกลิ่นอายของ TikTokเพื่อแก้เกม เช่น การพัฒนาฟีเจอร์ Shorts ที่ให้ผู้ใช้อัปโหลดวิดีโอสั้น ๆ และนำเพลงลิขสิทธิ์ที่มีอยู่ใน Youtube มาใช้ได้เลย

อ่าน

YouTube ประกาศสงครามคลิปสั้น เตรียมเปิดตัว “Shorts” ฟีเจอร์ใหม่ท้าไขว้ TikTok

Google เปิด Deal ซื้อคู่แข่ง TikTok หวังรุก Social Video App

 

สิ่งที่ทำให้ TikTokประสบความสำเร็จมาจากอะไร

1. ขายความบันเทิงผ่านคลิปสั้นที่แตกต่างจากคู่แข่ง

สิ่งที่ทำให้ TikTokประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็วมาจากการเป็นแพลตฟอร์มที่แตกต่างจากคู่แข่งที่เป็นโซเชียลมีเดียอื่น ๆ

โดย TikTokขายความเป็นแพลตฟอร์มวิดีโอขนาดสั้นเพียง 15 วินาที ที่มาพร้อมกับลูกเล่นที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นเอฟเฟกต์ในรูปแบบต่าง ๆ ที่ใช้ AI ในการประมวลผลที่รวดเร็ว ใช้งานง่าย การมีเพลงประกอบที่หลากหลายและสติกเกอร์เพิ่มสีสันในการสร้างคอนเทนต์ เน้นไปที่ความสนุกคลายเครียด ดูแล้วไม่คิดอะไรมาก

2. ซื้อธุรกิจต่อยอดTikTok

ลิปซิงค์เพลง ถือเป็นฟีเจอร์ลูกเล่นได้รับความนิยมใน TikTokฟีเจอร์นี้มาจากการวางกลยุทธ์การซื้อธุรกิจที่ใช่มาต่อยอดธุรกิจของตัวเอง โดยบริษัท ByteDance ผู้พัฒนา TikTokซื้อกิจการ Musical.ly แพลตฟอร์มวิดีโอโซเชียลมีเดียที่ให้ผู้ใช้งานสร้างคลิปลิปซิงค์ และวิดีโอสนุกสนานเพื่อโพสต์ลงในแพลตฟอร์มได้

การซื้อกิจการของ Musical.ly ถือเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญของTikTok

โดย TikTokควบรวมกับ Musical.ly เมื่อสิงหาคม 2561 และนำฟีเจอร์เด่น ๆ ของ Musical.ly มาเป็นจุดขายสร้างแรงดึงดูดในการใช้งานที่มากขึ้น พร้อมกับการขยายฐานลูกค้าผ่านฐานผู้ใช้งานของ Musical.ly มาเป็นฐานลูกค้าของ TikTokที่สามารถสร้างพลังในการก้าวไปข้างหน้าได้ทางหนึ่ง

3. พัฒนาฟีเจอร์ใหม่อย่างต่อเนื่อง

ความท้าทายของโซเชียลมีเดียในรูปแบบคลิปวิดีโอสั้น ๆ คือ ทำอย่างไรที่จะดึงผู้ใช้งานเข้ามาอย่างต่อเนื่อง และรู้สึกไม่เบื่อในการสร้างสรรค์คลิปใหม่

เพราะลูกเล่น ฟีเจอร์ และเอฟเฟกต์ต่าง ๆ ใน TikTokเน้นที่ความสนุก และให้ผู้ใช้งานครีเอตคอนเทนต์บนฟีเจอร์ ลูกเล่นและเอฟเฟกต์เหล่านี้

ซึ่งการที่ผู้ใช้งานใช้ฟีเจอร์และเอฟเดิม ๆ บ่อย ความเบื่อจะมีมากขึ้นตามมา เพราะมองสิ่งเหล่านี้จากที่เคยว้าวและน่าสนใจ กลับไม่มีความว้าวแล้ว เพราะเห็นและใช้งานจนช้ำ และอาจจะเลิกเล่น หรือเข้ามาในแพลตฟอร์มน้อยลง

TikTok จึงนำกลยุทธ์ความถี่ในการเปิดฟีเจอร์ และลูกเล่นใหม่ ๆ ให้ผู้ใช้งานรู้สึกตื่นเต้นและสนุกในการเข้ามาใน TikTok ทุกครั้งอยู่เสมอ มาเป็นจุดขายหลักอีกจุดหนึ่ง

4. สร้างกระแสด้วยบุคคลมีชื่อเสียง

นอกจากครีเอเตอร์ที่เป็นบุคคลทั่วไปมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อน TikTok เติบโตอย่างก้าวกระโดดแล้ว จำนวนบุคคลมีชื่อเสียง และดารา ที่เข้ามาเล่น TikTok เพิ่มขึ้น ที่มาพร้อมกับคลิปใหม่ ๆ อยู่เสมอ เป็นหนึ่งสิ่งที่ดึงแฟนคลับเข้ามาอยู่ในโลกของ TikTokมากขึ้นเช่นกัน

อย่างเช่นในประเทศไทยช่วงเวลาโควิด-19 ที่ทำให้คนกักตัวอยู่บ้านมากขึ้น เราได้เห็นดาราไทยออกมาโชว์ลีลาการเต้น และอื่น ๆ บนโลกTikTok โดยเฉพาะตัวแม่อย่าง ชมพู่ อารยา อั้ม พัชราภา ที่มีผู้ติดตามอันดับต้น ๆ ในโซเชียลมีเดีย ก็มาเล่น TikTokด้วยเช่นกัน

5. Challenge คือ Viral ชั้นดี

การตลาดที่น่าสนใจในการดึงผู้ใช้งาน TikTokเข้ามาสร้างคอนเทนต์อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้าง Viral ใหม่ ให้ผู้ใช้งาน TikTokทำคอนเทนต์ออกมาให้คนดูอย่างต่อเนื่อง และใช้เวลากับ TikTokต่อวันมากขึ้น

คือ Challenge  และมีม ที่สนุกสนาน

โดย Challenge ส่วนใหญ่ของ TikTokเป็น Challenge ที่ TikTokแต่ละประเทศเป็นผู้สร้างขึ้นเพื่อให้เข้ากับพฤติกรรมของผู้ใช้งานแต่ละประเทศเป็นหลัก

อย่างเช่น ในเดือนเมษายน 2563 Challenge ยอดนิยมในประเทศไทยได้แก่ #คนไทยเป็นตลก #มีมไทย #หน้าตาที่เปลี่ยนไป เป็นต้น

6. โซเชียลมีเดียอื่นร่วมแชร์โชว์พลังTikTok

ความน่าสนใจของ TikTokอีกเรื่องหนึ่งคือการอาศัยประชากรในโซเชียลมีเดียอื่น ๆ แชร์คอนเทนต์ต่าง ๆ ของตัวเอง และคอนเทนต์ที่น่าสนใจใน TikTokไปยังโซเชียลมีเดียอื่น ๆ เช่น Facebook ที่มีประชากรโซเชียลทั่วโลกที่มากถึง 2,320 ล้านยูสเซอร์ทั่วโลก

และการที่ประชากรโซเชียลมีเดียอื่น ๆ เห็นคอนเทนต์จาก TikTokมากขึ้น เป็นการสร้าง Awareness ให้กับแพลตฟอร์มได้เป็นอย่างดี และเพราะลูกเล่นของเอฟเฟกต์ และ Challenge ที่น่าสนใจใน TikTokเป็นแรงดึงดูดให้ผู้ที่ไม่เคยเล่น TikTokมาก่อน ลองดาวน์โหลดเข้ามาเล่นด้วยเช่นกัน

7. อยู่บ้านเหงา ๆ เล่นเหมือนเขาดีกว่า

การที่ TikTokเติบโตอย่างมากในช่วงโควิด-19 นอกจากกลยุทธ์ที่เรากล่าวมาแล้ว ยังมีปัจจัยอีกประการหนึ่งคือ ความเบื่อ ความเหงา ความต้องการคลายเครียดของคนทั่วโลกที่ต้องกักตัวอยู่บ้านเพราะโควิด-19 และเมื่อมาเจอกับแอปที่ให้ความบันเทิงอย่าง TikTokทำให้ผู้บริโภคเลือกที่จะเลือก TikTokเป็นหนึ่งในเครื่องมือคลายเครียดอีกรูปแบบหนึ่ง

 

ทั้งนี้ แม้ TikTokจะมีความสดใหม่ บนความน่าสนใจที่ไม่เหมือนใคร แต่เราคงต้องมาดูกันระยะยาวว่า TikTokจะสามารถมัดใจผู้เล่นได้นานแค่ไหน แต่ที่แน่นอน การแข่งขันของ TikTokนับจากนี้ไปคงสนุกขึ้นแน่ จาก Kevin Mayer ประธานฝ่าย Streaming Media ของ Disney มาเป็น CEO คนใหม่ของTikTok

อ่าน

TikTok คว้าตัวบอสใหญ่ Streaming ของ Disney นั่งเก้าอี้ CEO

 

Marketeer FYI

TikTokประเทศไทย เติบโต Top3 ในอาเซียน

ข้อมูลของ TikTokประเทศไทยปีที่ผ่านมาพบว่า TikTokประเทศไทย เติบโต Top3 ในอาเซียน  ด้วยการใช้งานเฉลี่ย 35 นาทีต่อวัน และมีการครีเอตคอนเทนต์เฉลี่ย 140 คอนเทนต์ต่อคนต่อปีในปีที่ผ่านมา

 

TikTokประเทศไทยมีกลุ่มผู้ใช้งานในสัดส่วน

13-17 ปี 36%

18-24 ปี 48%

25-34 ปี 14%

35-44 ปี 1%

45-55 ปี 1%

 

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer