ตลาดแอร์ 3.7 หมื่นล้านบาท ประกอบด้วยแอร์บ้าน 2.4 ล้านบาท แอร์เชิงพาณิชย์ 1.3 หมื่นล้านบาท แข่งขันกันสร้างความเย็นอย่างร้อนระอุทุก ๆ ปี จากแบรนด์แอร์มากหน้าหลายตา ไม่ว่าจะเป็นไดกิ้น ไซโจเดนกิ พานาโซนิค ชาร์ป รวมถึงมิตซูบิชิ อีเล็คทริค และมิตซูบิชิ เฮฟวี่ดิวตี้ แอร์สองแบรนด์ที่มีชื่อมิตซูบิชินำหน้าเหมือนกัน

แต่ความจริงแล้วธุรกิจแอร์ มิตซูบิชิ อีเล็คทริค และมิตซูบิชิ เฮฟวี่ดิวตี้ในประเทศไทยเป็นธุรกิจที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกันแต่อย่างใด

นอกจากเป็นธุรกิจญาติห่างๆ จากบริษัทลูกที่อยู่ในเครือมิตซูบิชิ ประเทศญี่ปุ่น เข้ามาร่วมลงทุนถือหุ้นเท่านั้น

ที่เราบอกว่าทั้งสองบริษัทเป็นเพียงญาติห่าง ๆ

เนื่องจากมิตซูบิชิ กรุ๊ป ประเทศญี่ปุ่น บริษัทที่เริ่มต้นธุรกิจจากอิวาซากิ ยาตาโร ผู้ประกอบธุรกิจพาณิชย์นาวีกับรัฐบาลญี่ปุ่น ก่อนขยายกิจการไปยังธุรกิจเหมืองแร่ อู่ซ่อมเรือ และธุรกิจการเงิน จากการมองเห็นโอกาสในการเติบโต

จนสิ้นยุค อิวาซากิ ยาตาโร น้องชายที่ชื่อว่า อิวาซากิ โยโนซูเกะ และทายาทของ อิวาซากิ โยโนซูเกะ รับช่วงสานต่อธุรกิจมิตซูบิชิ จากพี่ชายและขยายธุรกิจไปยังอู่ต่อเรือ อุตสาหกรรมรถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ประกันภัย และอื่น ๆ อีกมากมาย

ในปัจจุบัน มิตซูบิชิ กรุ๊ป ประกอบด้วยบริษัทในเครือมากถึง 37 บริษัท ที่ประกอบธุรกิจในอุตสาหกรรมที่คล้ายกันและแตกต่างกันไป

อย่างเช่น

มิตซูบิชิ อีเล็คทริค ประกอบกิจการระบบอวกาศและสารสนเทศและคมนาคม, ระบบพลังงานและไฟฟ้า, อุปกรณ์ไฟฟ้า, ระบบอัตโนมัติอุตสาหกรรม และเครื่องใช้ภายในบ้าน

มิตซูบิชิ เฮฟวี่ อินดัสทรี ประกอบกิจการยานอวกาศ, ขีปนาวุธ, จรวด, ตอร์ปิโด, อากาศยาน, รถหุ้มเกราะ, เครื่องยนต์, ชิ้นส่วนยานยนต์, รถยก, อุปกรณ์ไฮโดรลิก, หุ่นยนต์, เรือพลเรือน, เรือรบ และ เครื่องปรับอากาศ

 

จะเห็นได้ว่า ทั้งมิตซูบิชิ อีเล็คทริค และ มิตซูบิชิ เฮฟวี่ อินดัสทรี มีธุรกิจที่คล้ายคลึงกัน และทั้งคู่นำเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน และแอร์เข้ามาทำตลาดในประเทศไทยด้วยกันทั้งคู่

 

มิตซูบิชิ อีเล็คทริค เข้ามาทำตลาดในประเทศไทยจับมือร่วมกับ กลุ่มกันยง ของตระกูล โพธิวรคุณ ในปี 2514 ทำตลาด ภายใต้เครื่องหมายการค้า “มิตซูบิชิ อีเล็คทริค

โดยมิตซูบิชิ อีเล็คทริค จับกับกลุ่มกันยง ทำธุรกิจหลากหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน และอุตสาหกรรม รวมถึงโรงงานผลิตสินค้าในกลุ่มมิตซูบิชิ อีเล็คทริค ในชื่อบริษัทที่แตกต่างกันไป

ในส่วนของธุรกิจผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน เช่น ตู้เย็น พัดลม ปั๊มน้ำ แอร์ รวมถึงผลิตภัณฑ์สำหรับธุรกิจและอุตสาหกรรม  เช่น แอร์เชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรม ระบบระบายอากาศ พัดลมระบายอากาศอุตสาหกรรม เครื่องเป่ามือ จดทะเบียนในชื่อ บริษัท มิตซูบิชิ อีเล็คทริค กันยงวัฒนา จำกัด

ที่ผ่านมาถึงปัจจุบันแอร์มิตซูบิชิ อีเล็คทริค มีความแข็งแกร่งในตลาดแอร์บ้าน ด้วยการเป็นผู้นำตลาดมาอย่างยาวนาน ซี่งส่วนหนึ่งมาจากมิตซูบิชิเป็นแอร์แบรนด์แรก ๆ ที่เข้ามาทำตลาดในประเทศไทย และสะสมชื่อเสียงมาอย่างยาวนาน

ในปีที่ผ่านมามิตซูบิชิ อีเล็คทริค มีส่วนแบ่งตลาด 33-35% ในตลาดแอร์บ้าน

และคนไทยส่วนใหญ่จะรู้จักในชื่อของ มิตซูบิชิ อีเล็คทริค มิสเตอร์สลิม

อ้างอิงจากเว็บไซต์มิตซูบิชิ อีเล็คทริค ปัจจุบันมิตซูบิชิ อีเล็คทริคมีสินค้าในกลุ่มธุรกิจแอร์บ้าน 82 รุ่น  ทั้งแอร์ติดฝาผนัง, แอร์แขวนใต้เพดาน, แอร์ตั้งพื้น, แอร์ฝังและซ่อนในฝ้าเพดาน เจาะกลุ่มเป้าหมายและความต้องการที่แตกต่างกันไป

ในปีนี้มิตซูบิชิอีเล็คทริค แข่งในตลาดแอร์บ้านด้วยการให้ความสำคัญกับแอร์กลุ่ม Inverter เป็นหลัก จากการมองเห็นโอกาสในธุรกิจแอร์ Inverter ที่ในปัจจุบันมีสัดส่วนมากกว่า 70% ในตลาดแอร์ทั้งหมด

พร้อมสื่อสารถึงกลุ่มเป้าหมายผ่านโป๊ป-ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ พรีเซนเตอร์สร้างภาพลักษณ์แบรนด์ และสื่อสารถึงนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่สอดรับกับพฤติกรรมการใช้งานของผู้บริโภค

เมื่อดูที่รายได้ของมิตซูบิชิ อีเล็คทริค กันยงวัฒนา จากกระทรวงพาณิชย์ พบว่าในปีที่ผ่านมามีรายได้หลัก 11,493.77 ล้านบาท กำไร 70.10 ล้านบาท จากกลุ่มธุรกิจทั้งหมด

 

รายได้ของมิตซูบิชิ อีเล็คทริค กันยงวัฒนา

2560    13,348.48 ล้านบาท        กำไร 315.38 ล้านบาท                            

2561    10,951.81 ล้านบาท        กำไร 129.08 ล้านบาท

2562    11,493.77 ล้านบาท        กำไร 70.10 ล้านบาท

 

 

มิตซูบิชิ เฮฟวี่อินดัสตรี่ ทำตลาดในประเทศไทยด้วยการจับมือกับ กลุ่มมหาจักรดีเวลอปเมนท์ ของตระกูลกาญจนชัยภูมิ ทำตลาดแอร์บ้านและแอร์เชิงพาณิชย์ในกลุ่มอาคารขนาดเล็กและขนาดใหญ่ภายใต้เครื่องหมายการค้า “มิตซูบิชิ เฮฟวี่ดิวตี้”

 

ปัจจุบันในกลุ่มธุรกิจแอร์บ้าน มิตซูบิชิ เฮฟวี่ดิวตี้ ทำตลาดผ่านแอร์แขวนผนังเพียงรูปแบบเดียว และแบ่งตลาดแอร์ออกเป็น 6 เซกเมนต์ ผ่านเทคโนโลยีแอร์ Inverter และ Non Inverter แบ่งเป็น Non Inverter 2 เซกเมนต์ และ Inverter 4 เซกเมนต์

เริ่มตั้งแต่ระดับ Non Inverter ที่เป็นแอร์ Standard เจาะกลุ่ม Entry Level ไปจนถึง Super Deluxe Inverter เจาะกลุ่มไฮเอนด์ รวมกันถึง 41 รุ่น (อ้างอิงจากเว็บไซต์มิตซูบิชิ เฮฟวี่ดิวตี้)

ในฐานะที่มิตซูบิชิ เฮฟวี่ดิวตี้ มีส่วนแบ่งตลาดไล่ตามหลังเบอร์หนึ่งอย่างมิตซูบิชิ อีเล็คทริค ในปัจจุบันมหาจักรดีเวลอปเมนท์จึงเน้นการสร้าง Brand Awareness พร้อมผลักดันยอดจำหน่ายผ่าน มาริโอ้ เมาเร่อ ตอกย้ำภาพลักษณ์คนรุ่นใหม่ไปพร้อมกับสื่อสารถึงผู้บริโภคในแง่ของนวัตกรรมที่โดดเด่นของแบรนด์ และความทนทาน ที่เป็นจุดยืนของมิตซูบิชิเฮฟวี่ดิวตี้มาอย่างยาวนาน

โดยในต้นปี 2563 มิตซูบิชิ เฮฟวี่ดิวตี้ เน้นทำตลาดในกลุ่มแอร์ Inverter เจาะกลุ่มเป้าหมายระดับไฮเอนด์ และนวัตกรรมความเย็นเป็นหลัก เนื่องจากเป็นกลุ่มที่ยังคงมีกำลังซื้อ จากการได้รับผลกระทบจากวิกฤตโควิด-19 ไม่มากนักเมื่อเทียบกับกลุ่มเป้าหมายอื่น ๆ

เมื่อดูรายได้ของมหาจักรดีเวลอปเมนท์ ซึ่งประกอบด้วยธุรกิจแอร์ มิตซูบิชิ เฮฟวี่ ดิวตี้ และธุรกิจเครื่องเสียง เช่น แบรนด์ JBL Shure และอื่น ๆ จากกระทรวงพาณิชย์ พบว่าปี 2561 มีรายได้ 2,689.58 ล้านบาท กำไร 61.42 ล้านบาท

 

รายได้ของ มหาจักรดีเวลอปเมนท์

2559    2,730.36 ล้านบาท         กำไร 64.43 ล้านบาท                              

2560    2,547.29 ล้านบาท         กำไร 58.23 ล้านบาท

2561    2,689.58 ล้านบาท         กำไร 61.42 ล้านบาท

ทั้งนี้ แม้มิตซูบิชิ อีเล็คทริค และมิตซูบิชิ เฮฟวี่ดิวตี้ ในประเทศไทย จะมาจากบริษัทย่อยในมิตซูบิชิ กรุ๊ป ที่เข้ามาร่วมทุนในตลาดแอร์ประเทศไทย ผ่าน 2 กลุ่ม ทั้งกันยงและมหาจักร แต่ก็มีจุดมุ่งหมายเดียวกันคือสร้างการเติบโตให้กับกลุ่มธุรกิจมิตซูบิชิ ประเทศญี่ปุ่นทั้งสิ้น

 

อ่านเพิ่ม

(วิเคราะห์) ตลาดแอร์ยังเย็นได้อีก ถ้าโควิด-19 ไม่ส่งผลกระทบกับตลาด



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer