Marketeer มีโอกาสได้พูดคุยกับ พาที สารสิน อดีตซีอีโอชื่อดังของสายการบิน “นกแอร์”

ที่ในวันนี้ต้องบอกว่าเขาโชคดีมาก ๆ ที่ลาออกมาก่อนที่จะเจอโควิด-19 กระหน่ำซ้ำธุรกิจการบินให้วิกฤตหนักลงไปอีก

และทำให้มีเวลาสนุกกับธุรกิจตัวใหม่ Really Really Cool (เจ๋ง จริง ๆ) บริษัทสตาร์ทอัพเล็ก ๆ ที่เริ่มต้นด้วยไฟของคนวัย 57 ปี ที่มั่นใจว่าจะมีอิมแพ็กต่อผู้คนอย่างมากในอนาคต

ที่จริงวิธีคิดในการทำธุรกิจของพาที ซีอีโอคนแรกของนกแอร์ ที่ใช้กลยุทธ์ CEO Marketing มาสร้างสีสันในการทำตลาดให้ “นกแอร์” เป็นที่รู้จักได้เร็วขึ้น ในช่วง Take off นั้นน่าสนใจทีเดียว

พาที เป็นซีอีโอสายครีเอทีฟ เป็นนักร้อง นักดนตรี หลายคนอาจจะเซอร์ไพรส์กับเสียงร้องของหน้ากากนกอินทรี ในรายการ  The Mask Singer มาแล้ว เขาเคยดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายครีเอทีฟ บริษัท สปา แอดเวอร์ไทซิ่ง จำกัด เป็นผู้จัดการทั่วไป บริษัท มัลติมีเดีย ออร์บิท จำกัด และเคยเป็นกรรมการผู้จัดการ บริษัท เบทส์ แอดเวอร์ไทซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด   

แต่เป็นบทพิสูจน์สำคัญว่าถึงการตลาดเก่ง ประชาสัมพันธ์เก่ง แต่ถ้าโอเปอเรชั่นไม่เจ๋ง ก็เอาไม่อยู่ ยิ่งการทำธุรกิจสายการบิน “โลว์คอสต์” ในยุคเปิดเสรีที่ทำให้เกิดการแข่งขันด้านราคาอย่างหนัก และยังต้องเจอกับปัญหาต่าง ๆ มากมายที่คาดไม่ถึง

นกแอร์ เกิดขึ้นมาเมื่อปี 2547 พาทีก้าวขึ้นเป็นซีอีโอคนแรกในปีนั้น ก่อนที่จะก้าวลงจากตำแหน่งในเดือนกันยายน พ.ศ. 2560

เป็นช่วงเวลา 13 ปี ภายใต้การบริหารของเขาที่นกแอร์ต้องบินฝ่ามรสุมลูกแล้วลูกเล่า

เริ่มจากเจอสึนามิในปลายปี 2547 ปีต่อ ๆ มาก็เจอกับการปิดสนามบินเพราะปัญหาทางการเมือง ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นจนเกือบบินต่อไม่ไหว น้ำท่วมใหญ่ ระบบไอทีล่ม นักบินประท้วง

ตัวเลขขาดทุนเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2557 พอปี 2560 ที่เขาลาออก ขาดทุนถึง 1,854 ล้านบาท (ปี 2562 ขาดทุน 2,051 ล้านบาท)

ท่ามกลางข่าวลือว่าถูกกดดันให้ลาออก จนเขาต้องออกจากนกแอร์แบบปีกหัก

แต่พาทีบอกว่าที่ลาออกเป็นเพราะเขาไม่เด็ดขาดในเรื่องโอเปอเรชั่น และไม่สามารถทำให้ทีมงานคล้อยตามความเห็นของเขาได้   

เราคงต้องพักเรื่องนั้นไว้ตรงนี้

หลัง พาที สารสิน ออกจากนกแอร์ได้ประมาณ 1 ปี พาทีได้เริ่มธุรกิจใหม่ของตนเอง ชื่อ เรียลลี เรียลลี คูล ซึ่งเป็นธุรกิจบริการด้านการท่องเที่ยวบนแพลตฟอร์มออนไลน์ ที่เขามองว่าเป็นธุรกิจที่ใหญ่กว่าสายการบิน และมีโอกาสการเติบโตสูงมาก

เรียลลี เรียลลี คูล เริ่มต้นในโมเดลของ Online Travel Agent (OTA) โดยตั้งเป้าหมาย ท้าชนกับ Global Platform ชั้นนำของโลก เช่น  Booking.com, Agoda, TripAdvisor และอื่น ๆ  

ธุรกิจตัวใหม่เพิ่งเริ่มต้น คนเริ่มรู้จัก แต่วิกฤตโควิดทำให้โลกปิด คนหยุดเดินทาง พาทีก็ได้รับผลกระทบในเรื่องนี้เหมือนกัน แต่บริษัทใหม่เล็ก และไม่เจ็บเท่าสายการบิน ที่เขาบอกว่าวันนี้ถ้ายังอยู่ต้องเจอปัญหาของการบริหารเงินสด ที่ต้องเหนื่อยมากแน่นอน

ที่สำคัญในบริษัทใหม่เขายังมีทางออก  

จากศักยภาพของแพลตฟอร์มออนไลน์ ที่ให้ความสำคัญในเรื่องฐานข้อมูลของลูกค้า เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการแนะนำบริการที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล โดยลงทุนจ้างบริษัทในอเมริกาและแคนาดามาวางระบบ และสามารถพัฒนาต่อไปยังธุรกิจอื่น ๆ ที่เกี่ยวเนื่องกัน เพื่อรองรับความต้องการใหม่ ๆ ของผู้คนในยุค New Normal หลังวิกฤตโควิด-19 ภายใต้แอปพลิเคชัน Really Really Cool

ซึ่งตอนนี้กลายเป็น Online Experience Application (OEA) ที่บริการทั้งท่องเที่ยวออนไลน์ ซูเปอร์มาร์เก็ตออนไลน์ แพทย์ออนไลน์ และช้อปปิ้งออนไลน์

บริการใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นเป็นความต้องการของคนในยุคนี้ที่ไม่ต้องการออกจากบ้าน เช่น แพทย์ออนไลน์ ที่จับมือร่วมกับโรงพยาบาลเทพธารินทร์ คนไข้สามารถพบหมอ ปรึกษาหมอได้ผ่านทางออนไลน์ ไม่ต้องเสี่ยงเดินทางไปโรงพยาบาล

เขาเชื่อว่าทั้ง 3 เรื่อง คือ พฤติกรรมของผู้คนในอนาคตที่มีแต่จะเติบโตเพิ่มขึ้น

“อาวุธสำคัญของผมคือการลงทุนทางด้านเทคโนโลยี ที่ทันสมัยเพื่อบริหารจัดการข้อมูล สามารถตอบโจทย์ลูกค้าได้แบบ Customize เป็นรายบุคคล เพื่อให้เกิดความแตกต่างจากแพลตฟอร์มทั่ว ๆ ไปและสามารถขยายสเกลการให้บริการไปสู่ภาพที่ใหญ่มากขึ้นในระดับโกลบอลได้” 

แอปพลิเคชัน Really Really Cool ยังเปิดให้ทุกธุรกิจด้านการท่องเที่ยวทำการสมัครได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ร้านอาหาร ชั้นเรียนทำอาหาร สถานที่เล่นสกี และทุกธุรกิจที่มอบประสบการณ์ให้แก่นักเดินทางเมื่อพวกเขาท่องเที่ยวไปยังจุดหมายปลายทางนั้น ๆ

ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้ให้แก่ธุรกิจต่าง ๆ เมื่อสถานการณ์ไวรัสที่น่ากลัวสิ้นสุดลง

จากบริษัทใหญ่สร้างรายได้ปีละเกือบ 2 หมื่นล้านบาท มีพนักงานเกือบ 3 พันคน

คราวนี้เขาบอกว่า

“เป็นบทเรียนเลยว่าผมจะไม่สร้างภาระเรื่องคน จะเอาเทคโนโลยีมาใช้ให้มากที่สุดเป็นแพลตฟอร์มที่ใช้คนน้อย ขยายตัวเร็วและเชื่อมต่อกับเซอร์วิสทุกอย่างของการท่องเที่ยว และที่สำคัญจะไม่เข้าตลาดหุ้นเด็ดขาด”

ภายใต้เงื่อนไขของตลาดหลักทรัพย์ เขาบอกว่าทำให้ที่ผ่านมารู้สึกกดดันไม่เป็นอิสระในการทำงาน แต่เขาไม่ปฏิเสธที่จะร่วมทุนกับ วีซี แคปปิตอล ที่มีความคิดเห็นเหมือนกัน

ในเดือนพฤศจิกายนที่จะถึงนี้ ธุรกิจด้าน Online Travel Agent จะเริ่มต้นอีกครั้ง

“แต่การบุ๊กกิ้งโรงแรมจะแตกต่างกับแพลตฟอร์มเดิม ๆ ของเจ้าตลาดที่ตอนนี้หลายรายยังเจ็บหนักจากมรสุมโควิด-19  โดยลูกค้าจะได้รับประสบการณ์ใหม่ ๆ จากการทำตลาดที่ฉลาดมากขึ้น โฟกัสเฉพาะบุคคลมากขึ้น และได้รับความสะดวกรวดเร็วในทุก ๆ เรื่อง ” 

การสร้างความแปลกใหม่ และการสร้างความแตกต่างในการทำธุรกิจ จะทำให้เขาสามารถก้าวผ่านปัญหาสงครามราคา ที่เขาเจ็บปวดมาแล้วจากธุรกิจสายการบิน

เป็นการเริ่ม Take off  อีกครั้งของ พาที สารสิน ผู้ที่เชื่อว่า “Every change brings a brighter future” (ทุกการเปลี่ยนแปลงจะทำให้อนาคตสดใสขึ้น)  

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline

 

 

 

 

 



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer