เทรนด์ดิจิทัล หลังโควิด ชีวิตต้องไปต่ออย่างไรฉบับ New Normal (วิเคราะห์)

สถานการณ์วิกฤตโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อโลกและพฤติกรรมมนุษย์ทำให้วิถีชีวิตของผู้คนเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง จนกลายเป็นตัวเร่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว 

ในช่วงที่ผ่านมาไมโครซอฟท์จึงได้ยกแนวความคิด Resiliency หรือ ความสามารถในการปรับตัวและยืนหยัดรับมือคลื่นความเปลี่ยนแปลง แบ่งออกเป็นสามช่วงใหญ่ ๆ ได้แก่ 

Response: การตอบสนองต่อเหตุการณ์และการเปลี่ยนแปลงอย่างทันท่วงที, Recoveryแผนรับมือ ฟื้นฟูระบบงานและธุรกิจให้กลับคืนสู่สภาวะปกติ, Reimagine: ปรับทิศทางของธุรกิจ พร้อมรับความต้องการของโลกที่เปลี่ยนไป 

ธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทยจำกัด เปิดเผยในงานแถลงข่าวไมโครซอฟท์ ‘Reinventing life for New Reality’ ว่า แม้ว่าโควิด-19 จะเข้ามาสร้างผลกระทบกับธุรกิจทั่วโลก ทำให้ธุรกิจหยุดชะงัก แต่ในมุมมองของเทคโนโลยีมองว่า โควิด-19 คือโอกาสที่จะทำให้องค์กรธุรกิจต้องคิดหาทาง Reskill, Upskill, Reimagine ให้เดินต่อไปข้างหน้าได้ 

แม้โควิด-19 จะสร้างผลกระทบต่อการจ้างงานในหลาย ๆ อุตสาหกรรม แต่จากการสำรวจของไมโครซอฟท์พบว่าการจ้างงานในอนาคตในกลุ่มเทคโนโลยีมีมากขึ้นอย่างน่าสนใจทั้งทั่วโลกและในประเทศไทย 

พบว่า ปี 2020 การจ้างงานที่เกี่ยวกับดิจิทัลเทคโนโลยีมีอยู่ราว 41 ล้านตำแหน่ง และจะมีเพิ่มขึ้นไปถึง 190 ล้านตำแหน่งในปี 2025 หรืออีก 5 ปีข้างหน้า 

โดยตำแหน่งงานที่เพิ่มขึ้นมากที่สุดคือด้าน Software Development ถึง 98 ล้านตำแหน่ง 

ประมาณการแนวโน้มการจ้างงานกลุ่มดิจิทัลเทคโนโลยีทั่วโลก, ไมโครซอฟท์

สำหรับในประเทศไทยเอง กรรมการผู้จัดการไมโครซอฟท์ ประเทศไทย ระบุว่า แนวโน้มการจ้างงานกลุ่มดิจิทัลเทคโนโลยีมีเพิ่มมากขึ้นเช่นกัน พบว่าจะมีการจ้างงานกลุ่มดิจิทัลในทุกอุตสาหกรรมในปี 2025 ถึง 3 ล้านตำแหน่ง โดยมีตำแหน่ง Software Development  เป็นเมนหลักเช่นกัน 

แล้วอะไรคือเทรนด์ดิจิทัลเทคโนโลยีที่เห็นหลังจากโควิด-19 กรรมการผู้จัดการไมโครซอฟท์ สรุปให้ฟังเป็นข้อ ๆ อย่างน่าสนใจ 

New Way of Work and Life  

แนวคิดการทำงานและการใช้ชีวิตแบบใหม่ด้วยการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยทั้งในเรื่องการทำงานแบบ WFH การ Conferrence การประชุมต่าง ๆ ผ่านแพลตฟอร์ม  

รวมถึงการเรียนออนไลน์ที่ทั้งโรงเรียนและมหาวิทยาลัยปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์มากยิ่งขึ้น 

ช่วงเวลาหลังจากโควิด-19 แค่ 3 เดือน พบว่าผู้ใช้งาน  Microsoft Teames เกือบ 10 เท่า (936%) เห็นการพัฒนาขององค์กรที่ให้ใช้เทคโนโลยีมากขึ้น และในการเปลี่ยนแปลงไปสู่ Hybrid Workplace

Virtual Century  

ทศวรรษของโลกเสมือนจริงผสมผสานกับโลกจริงมากยิ่งขึ้นพบว่า Virtual เป็นเทรนด์ที่น่าสนใจ ทุกวันนี้คือ Remote Everything ที่ทุกวันนี้ซื้อของออนไลน์ การซื้อของแบบไร้สัมผัส การดูหนังที่ไม่ต้องไปโรงหนัง  

แต่สิ่งสำคัญคือหลายธุรกิจ หลายองค์กรเอาเซอร์วิสต่าง ๆ ขึ้นบนดิจิทัล สิ่งที่ต้องคำนึงคือ Customer Experience หรือประสบการณ์ของผู้บริโภคที่เราต้องหาสิ่งที่ต้องถูกใจ ถูกที่ และถูกเวลา 

Hyper Automation  

เมื่อเทคโนโลยีสามารถช่วยสนับสนุนการทำงานแบบอัตโนมัติได้ในทุกขั้นตอน ยกตัวอย่างกรณีศึกษาการไปโรงพยาบาลในช่วงโควิด-19 ที่การไปโรงพยาบาลอาจจะมีโอกาสในการติดเชื้อได้ 

ไมโคซอฟท์ได้ร่วมกับโรงพยาบาลแห่งหนึ่งด้วยการสร้างแชตบอตตั้งคำถามต่าง ๆ จากนั้นได้ใช้ AI ประเมินผล และแนะนำขั้นตอนต่อไปที่ควรทำ โดยสามารถทำได้อย่างอัตโนมัติทุกขั้นตอนโดยไม่ต้องพบปะกับคนแต่อย่างใด 

Accelerating Digital 

การปฏิรูปธุรกิจด้วยดิจิทัลต้องเร่งความเร็ว เพื่อรองรับการปรับตัวขององค์กรให้เท่าทันสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง 

โควิด-19 เป็นตัวเร่งให้ทุกองค์ต้องปรับตัวด้วยความรวดเร็ว บางอย่างที่ตั้งเป้าไว้จะเห็นในอีก 2 ปี โควิด-19 ทำให้ระยะเวลาอาจจะลดลงเหลือแค่ 2 เดือน 

ซึ่งทุกองค์กรต้องตั้งคำถามกับตัวเองว่า ตอนนี้องค์กรอยู่ในสปีดการปรับตัวระดับไหน วันนี้ความเร็วที่ต้องการอยู่ในความเร็วแบบเฟอร์รารี่ องค์กรตัวเองอยู่ในการปรับตัวด้วยความเร็วระดับนี้หรือยัง 

Business Model Revamp 

 การเปลี่ยนโมเดลธุรกิจทั้งระบบ เพื่อตอบโจทย์ใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นในบริบทใหม่ทางสังคม ซึ่งจะใช้โมเดลบิสซิเนสเดิม ๆ ไม่ได้อีกต่อไป  

ยกตัวอย่างกรณีศึกษาธุรกิจค้าปลีก เมื่อพฤติกรรมลูกค้าเปลี่ยนแปลงไป ผู้ประกอบการจะต้องคำนึงถึงเรื่องความปลอดภัยที่ต้องคิดว่า ทำอย่างไรให้ทั้งลูกค้าและพนักงานปลอดภัย

เพราะฉะนั้นจะต้องมีการปรับปรุงรูปแบบใหม่ของธุรกิจขึ้นมาไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของ touchless, contactless shopping ฯลฯ 

ทั้ง 5 เทรนด์ดิจิทัล ข้างต้นจะต้องขึ้นอยู่บนพื้นฐานของ Security and Privacy 

 trust, ethics, security privacy now 

คือสิ่งที่ต้องมาคู่กันกับดิจิทัล เปรียบเหมือนกับการสร้างบ้านที่มี รปภ. มาคุ้มครอง ในโลกดิจิทัลก็ไม่ต่างกัน สิ่งที่องค์กรธุรกิจต่าง ๆ ต้องทำคือ การลงทุนในเรื่องความปลอดภัย สร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค ทำอย่างไรให้ข้อมูลต่าง ๆ ถูกเก็บอย่างถูกต้องและเหมาะสม 

นอกจากนี้ กรรมการผู้จัดการไมโครซอฟท์ ยังระบุถึง 3 เทรนด์สำคัญสุดที่จะเป็นสิ่งที่ช่วยในการรับมือฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมไทยคือ

1. Cloud computing ที่ให้เทคโนโลยีเป็นสิ่งที่ลดความเหลื่อมล้ำกับทุกคน และเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงได้ 

2. Data ที่เป็นยิ่งกว่า new air การมีข้อมูล และนำข้ามูลมาใช้จะทำให้เรารู้ว่าเรา องค์กรต้องเพิ่มทักษะ พัฒนาอะไรบ้าง 

3. Security เพราะถ้าเราไม่สามารถทำให้คนเชื่อมั่นว่าปลอดภัย จะให้เทคโนโลยีหรูหราแค่ไหน ก็ไม่มีคนใช้ 

ทั้งนี้ อุปสรรคและข้อท้าทายในการนำเทคโนโลยีมาใช้นั้น กรรมการผู้จัดการไมโครซอฟท์ ทิ้งท้ายว่า คือการอย่าถอยหลัง อยากให้มองสิ่งที่เข้ามา hit ต่าง ๆ เป็นโอกาสที่ต้องเปลี่ยนแปลงและพัฒนาต่อไปที่ทุกองค์กร ทุกธุรกิจจะต้องเปลี่ยน Mindset แล้วก้าวไปข้างหน้าให้ได้

I

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน