DW13 ยังแรงดีไม่มีตกรั้งตำแหน่งอันดับ 1 มาร์เก็ตแชร์ในตลาด DW กว่า 52% ในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2563 เป็นผู้นำอันดับ 1 ในประเทศไทยด้าน DW ยาวนานกว่า 10 ปี

บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ KGI เผยสถานการณ์การลงทุนของนักลงทุน DW ในช่วง 2 ไตรมาสแรกของปีนี้ หลายภาคธุรกิจได้รับความกระทบกระเทือน แต่ตลาด DW ยังเติบโตตั้งแต่ต้นปีจนถึงเดือนกรกฎาคม 2563 มียอดเฉลี่ยวันละ 1,100 ล้านหน่วยต่อวัน หรือคิดเป็นมูลค่า 6,400 ล้านบาทต่อวัน และ DW13 ยังคงครองแชมป์ยอดซื้อขาย DW สูงสุด

ในแง่การสื่อสารไปยังนักลงทุนและลูกค้าใหม่ที่สนใจในการลงทุนผ่านการเทรด DW13 ทาง KGI ได้เลือกใช้ “ติ๊ก-เจษฎาภรณ์ ผลดี” เป็นพรีเซนเตอร์ พร้อมนำเสนอกลยุทธ์เคล็ดลับการลงทุน เปิดมุมมองมิติใหม่ให้กับผู้ที่สนใจ เเละหลาย ๆ คลิปยังได้รับความนิยมสูง มียอดผู้ชมระดับล้านวิวในเวลาไม่กี่วัน

อีกส่วนความสำเร็จต้องยกให้ความเก๋าเกมในฐานะผู้นำของตลาด DW13 ที่วางหมากกลยุทธ์ แบบ Investor-centric mindset จากความเข้าใจความต้องการของนักลงทุนอย่างแท้จริง ให้ความสำคัญกับการออกแบบผลิตภัณฑ์ ได้ตรงกับความต้องการของนักลงทุนในทุกด้าน

ทั้งการออก DW ที่ครอบคลุมหุ้นอ้างอิงมากที่สุดในตลาด การลงทุนอย่างต่อเนื่องในระบบคอมพิวเตอร์ และเชื่อมต่อตารางราคา DW ที่มีความแม่นยำและรวดเร็ว รวมถึงการให้บริการนักลงทุนผ่านการทำหน้าที่ผู้ดูแลสภาพคล่องอย่างเต็มที่ ส่งผลให้DW13มีสภาพคล่องสูงในการลงทุน สามารถซื้อขายได้ง่าย และสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนได้อย่างต่อเนื่อง

นายเจนวิทย์ ชินกุลกิจนิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ ฝ่ายธุรกิจตราสารอนุพันธ์ บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เผยเทรนด์การลงทุนในตลาดหุ้นไทยในช่วงนี้ว่า

“ครึ่งปีหลังนี้ยังคงเป็นโอกาสทำกำไรในตลาด DW อยู่ ซึ่งนักลงทุนควรเลือกเก็งกำไรบน DW Call ที่อ้างอิงกับหุ้นกลุ่ม Defensive Stock ที่มีอัตราผลตอบแทนสม่ำเสมอ เนื่องจากยังคงมีความกังวลต่อปัจจัยต่าง ๆ ในส่วนของการเก็งกำไรในดัชนี SET50 นักลงทุนควรให้น้ำหนักในการเก็งกำไรฝั่ง SET50 DW Put มากกว่า SET50 DW Call เพราะตลาดโดยรวมมีโอกาสปรับลงค่อนข้างมาก และผันผวน”

วิกฤต Covid-19 รอบนี้คาดว่าคงกินเวลาไปอีกสักพักใหญ่ ๆ แต่ถือว่าอย่างน้อยวิกฤตในครั้งนี้ยังมีเครื่องมือ DW ในการช่วยนักลงทุน เมื่อลองเปรียบเทียบกับวิกฤตการณ์ตลาดหุ้นก่อนหน้า 2 ครั้งล่าสุด คือ วิกฤตต้มยำกุ้ง กับซับไพรม์ ที่ตลาดหุ้นไทยยังไม่มี DW ทำให้นักลงทุนบางคนที่ไม่ได้ถือหุ้นอยู่ก็รอดตัว แต่ถ้าคนไหนขายหุ้นไม่ทันก็ขาดทุนหนักมาก

เเละยังทำให้เห็นว่านักลงทุนที่เปิดรับเครื่องมือการลงทุนใหม่ ๆ เช่น DW Put สามารถนำมาใช้ช่วยลดความเสี่ยงในช่วงที่ตลาดปรับตัวลงแรง ๆ ได้  และหลังจากช่วง Q1 ก็มีนักลงทุนหน้าใหม่ที่เริ่มให้ความสำคัญและศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับ DW มากขึ้น ซึ่งถือเป็นพัฒนาการด้านบวกของตลาด DW ที่ไม่ใช่แค่เครื่องมือเก็งกำไร แต่สามารถมาใช้ลดความเสี่ยงในช่วงวิกฤตได้อีกทาง

นอกเหนือจากความไว้วางใจที่นักลงทุนมอบให้ DW13 แล้ว ในช่วงนี้ตัวนักลงทุนเองก็จำเป็นที่จะต้องปรับตัวตามสถานการณ์ให้เหมาะสมตามคำแนะนำ 3 ข้อ ดังต่อไปนี้

1. แหล่งที่มาของข้อมูล: นักลงทุนควรให้ความสำคัญกับแหล่งที่มาของข้อมูลให้มากขึ้น อย่างช่วงแรก ๆ เราจะได้เห็นว่า ข้อมูลที่นักลงทุนติดตามนั้น มีหลายช่องทาง บางครั้งก็ไม่ได้ให้ข้อมูลที่ครบทุกด้าน และบางแหล่งก็บิดเบือน เมื่อนักลงทุนนำไปใช้ในการตัดสินใจลงทุน DW อาจเกิดความเสียหายได้

2. เรียนรู้การใช้ค่า Indicator สากลต่าง ๆ: นักลงทุนควรหัดใช้ค่าสากล แทนที่จะบริโภคข่าวสารและวิเคราะห์ข่าวกันเองเพียงอย่างเดียว เช่น แทนที่จะนั่งติดตามความรุนแรงของสถานการณ์ Covid-19 ทั่วโลกด้วยตัวเองเพื่อประเมินว่านักลงทุนต่างประเทศกลัวต่อสถานการณ์มากน้อยแค่ไหน นักลงทุนสามารถใช้ค่า VIX Index เป็นเครื่องสะท้อนความกลัวนี้แทนได้ดีกว่า หรือ ถ้าต้องการประเมินว่าสถานการณ์ของประเทศอเมริกาเป็นอย่างไร แทนที่จะตามวิเคราะห์ข่าวเอง ก็ควรติดตามค่า USD Index หรือ US Bond Yield ซึ่งเป็นค่าที่สะท้อนออกมาได้ดีกว่า

3. ให้ความสำคัญกับดัชนี SET50 : มีแนวโน้มว่าปลายปี 2563 ตลาดหุ้นจะผันผวนตามข่าวสารที่มาจากต่างประเทศมากกว่าปัจจัยภายในประเทศ อาจทำให้ดัชนีตลาดหุ้นไทยแกว่งตามตลาดต่างประเทศ นักลงทุนควรให้ความสำคัญกับการเทรด DW ที่อ้างอิงกับดัชนี SET50 เพราะดัชนี SET50 เป็นดัชนีที่สามารถซื้อขายได้และสะท้อนภาพตลาดหุ้นไทยได้ดีที่สุด

สำหรับนักลงทุนที่เพิ่งเริ่มศึกษา สามารถเข้าไปดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.thaiwarrant.com

เพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับกระดานราคา และลักษณะการขึ้นลงของราคา DW เทียบกับหุ้นอ้างอิง จะทำให้เข้าใจถึงโอกาสในการทำกำไร และลดความเสี่ยงที่เกิดขึ้น

โดยอาจเริ่มเทรด DW จากเงินลงทุนที่น้อย ๆ แต่ควรเลือกหุ้นอ้างอิงหุ้นขนาดใหญ่ในการเริ่มลงทุนตอนแรก เพราะราคาหุ้นจะไม่ผันผวนมาก และเลือกเล่น DW ที่มีอายุไม่สั้นจนเกินไป (อย่างน้อย 2 เดือน) เพราะ DW อายุสั้นไปราคาจะแกว่งตัวขึ้นลงรุนแรงมาก

ถอดบทเรียนจากผู้นำตลาดครั้งนี้ อาจจะสรุปได้ว่าการก้าวสู่ความเป็นที่ 1 ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่การรักษาไว้ซึ่งตำแหน่งอันดับ 1 เป็นเรื่องที่ท้าทายยิ่งกว่า เฉกเช่นเดียวกับDW13ที่ไม่ได้มองแค่เรื่องคู่แข่ง แต่พยายามเอาชนะขีดความสามารถของตัวเองในทุกด้าน มุ่งเน้นพัฒนาสินค้าเพื่อให้ตอบโจทย์ โดยมีผลลัพธ์ที่จับต้องได้คือ มาร์เกตแชร์ของDW13ที่ยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง มาจากการที่นักลงทุน DW ยังคงเชื่อมั่นและเชื่อใจใน DW13อย่างต่อเนื่องเสมอมา

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer