เพชรลดา พูลวรลักษณ์ จาก Passion ส่วนตัวที่กลายเป็นจุดขายของ เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์

เพราะเป็นคนหนึ่งที่รักสัตว์มาก และเลี้ยงพวกเขาเหมือนสมาชิกคนหนึ่งของครอบครัว 

คุณโอ๋” เพชรลดา พูลวรลักษณ์ กรรมการบริหาร บริษัท เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) จึงเจ็บปวดทุกครั้งที่เห็นป้ายโต ๆ เขียนไว้หน้าคอนโดต่าง ๆ ว่า ห้ามนำสัตว์เข้ามาในพื้นที่

เมื่อมีโอกาสมาพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยเอง เธอจึงเปิดโอกาสให้ลูกค้าสามารถนำสัตว์มาเลี้ยงได้ โดยเริ่มตั้งแต่คอนโดมิเนียมโครงการแรก “แฮมป์ตัน ทองหล่อ” เมื่อ 20 ปีก่อน 

ปัจจุบันทุกโครงการของเมเจอร์ฯ เป็น Pet friendly residences พร้อม ๆ กับเทรนด์การเลี้ยงน้องหมา น้องแมว ที่มาแรงเกินต้าน ประสบการณ์ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา 20 กว่าปี  เลยกลายเป็นจุดขายที่แตกต่างโดยไม่ตั้งใจ

เป็นการสัมภาษณ์ผู้บริหารโครงการ อสังหาริมทรัพย์ที่ต่างไปจากทุกครั้ง เพราะมีน้องหมา “เจ้ามันนี่” และ “ปีใหม่”  พร้อมแขกรับเชิญอีกตัวคือ คือ “เจ้าแฮปปี้” นกกระตั้ว วัย  2 เดือนกว่าที่กำลังซน มาร่วมด้วย

 “อย่ากัดรถนะลูกถ้ารถพังพี่ไม่ซื้อให้ใหม่นะ” 

ระหว่างที่นั่งสัมภาษณ์ชั่วโมงกว่า คุณโอ๋ต้องหันไปเขย่ารถเข็นของแฮปปี้ เบา ๆ ไปมาเป็นช่วง ๆ  เมื่อเริ่มส่งเสียงร้องเรียกความสนใจ และจิกกัดรถเข็นเล่นแก้เบื่อ ส่วนมันนี่กับปีใหม่นั่งฟังอยู่ด้วย อย่างเงียบ ๆ สุภาพที่สุด

เธอเล่าย้อนกลับไปในช่วงชีวิตวัยเด็กว่า ไม่แน่ใจว่าตัวเอง บอนทูบี คนรักสัตว์ หรือเกิดจากการดูแลเลี้ยงดูของผู้เป็นยาย ที่มักให้อาหารสุนัขและแมวจรเป็นประจำ จนหลายตัวกลายเป็นสัตว์เลี้ยงประจำบ้าน  และเธอมีหน้าที่ช่วยคุณยายให้อาหารสัตว์เหล่านั้นจนเกิดความรักและผูกพันมาเรื่อย ๆ

“เคยเอาสุนัขจรขึ้นรถกลับบ้านมาเลี้ยง เพราะให้อาหารแล้วเขาวิ่งตามรถ จนต้องจอดรถเอามาเลี้ยงจนเสียชีวิต จนเวลาหลัง ๆ ไปไหนแทบไม่อยากจ้องตาหมาแมวจรจัดข้างทางเพราะสงสาร  ต้องเอามาเลี้ยงอีก ”

ตอนเรียนมัธยมมีเงินไปซื้อสุนัขมาเลี้ยงเป็นของตัวเองตัวแรกในชีวิต พอไปศึกษาต่อที่ต่างประเทศ พักทาวน์โฮมก็เลยสามารถเลี้ยงได้ทั้งนก กระต่าย ปลา และน้องหมา

เป็นชีวิตที่ผูกพันกับสัตว์เลี้ยงมาโดยตลอด 

เพชรลดา พูลวรลักษณ์ บอกว่าป้ายหน้าที่พักตากอากาศในต่างจังหวัด หรือคอนโดมิเนียมต่าง ๆ ที่เขียนตัวหนังสือใหญ่โตไว้ว่า ห้ามนำสุนัขหรือสัตว์เลี้ยงต่าง ๆ เข้ามานั้น ทำร้ายจิตใจคนที่มีสัตว์เลี้ยงมาก

 “ทำไมต้องรังเกียจสิ่งที่เรารักด้วย ยิ่งคนสมัยนี้เลี้ยงสัตว์เหมือนลูก ไม่ใช่สัตว์เลี้ยง ก็เลยคิดว่าโครงการของเราจะไม่ห้าม เพราะนี่คือชีวิตของเขา ก็เลยอนุญาตให้เลี้ยงสัตว์ได้ตั้งแต่ทำโครงการแรก”

 คุณโอ๋เริ่มมาทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ร่วมกับน้องชายอีก 2 คนคือ สุริยน และ ดร.สุริยา พูลวรลักษณ์ เมื่อประมาณปี 2542

 “ตอนนั้นคิดว่าเราไม่ได้ต้องการแค่สร้างที่อยู่อาศัย แต่ต้องการตอบโจทย์ การใช้ชีวิตของคนในทุกเรื่อง และการเลี้ยงสัตว์ก็เป็นส่วนเติมเต็มที่ทำให้คนมีความสุข  เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ”

 โชคดีที่น้องชายทั้ง 2 คนก็เป็นคนรักสัตว์ด้วย ทำให้ไม่มีใครคัดค้านความคิดที่อาจจดูแปลก ๆ ในสมัยนั้น

 “เป็นการคิดจากความรู้สึกภายในเราจริง ๆ เพราะเมื่อก่อนเทรนด์ของคนที่เลี้ยงน้องหมา น้องแมว ไม่ได้มากเหมือนสมัยนี้ เลยไม่ได้คิดว่าเป็นจุดขาย จนกระทั่ง 5-6 ปี ก่อนเทรนด์ของคนเลี้ยงสัตว์เพิ่มมากขึ้น จึงได้เอาเรื่องที่เมเจอร์ฯ ให้ความสำคัญมาตลอดมาพูดให้คนรับรู้มากขึ้น”

การทำให้คน 2 กลุ่มที่มีสัตว์เลี้ยง และไม่มีสัตว์เลี้ยงอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข ในสถานที่ที่ไม่ใช่บ้าน แต่เป็นคอนโดมิเนียม  ผ่านกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาเรื่อย ๆ เรียนรู้จากปัญหาเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เกิดขึ้น เอามาปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง

 เริ่มตั้งแต่ต้องเอาสัตว์เลี้ยงซึ่งส่วนใหญ่เป็นน้องหมา น้องแมว มาลงทะเบียน มีรูป บอกเพศ อายุ  มีสมุดรับรองการฉีดวัคซีนจากสัตวแพทย์ หากเป็นน้องหมาต้องเป็นพันธุ์เล็ก มีน้ำหนักเต็มที่ ไม่เกิน 15 กก. ห้ามเลี้ยงสัตว์อันตรายหรือมีพิษต่าง ๆ ต้องใช้สายจูงเมื่ออยู่ในพื้นที่ส่วนกลาง และกำหนดพื้นที่เพ็ตโซนให้ชัดเจน เช่น ห้ามไปบริเวณสระว่ายน้ำ พื้นที่ฟิตเนส กำหนดลิฟต์ตัวไหนใช้ได้ ตัวไหนใช้ไม่ได้

และที่สำคัญคนเลี้ยงสัตว์ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มประมาณ 3,600 บาทต่อปี เพราะทางโครงการจะต้องมีค่าใช้จ่ายในเรื่องการดูแลรักษาความสะอาดสถานที่เพิ่มขึ้นมากกว่าโครงการทั่วไป

การเป็นคอนโดที่อนุญาตให้เลี้ยงสัตว์ได้ อาจจะทำให้ลูกค้ากลุ่มหนึ่งไม่ซื้อ เพราะกลัวความไม่สงบของที่อยู่อาศัยจากสัตว์เลี้ยง ทั้ง ๆ ที่อาจจะถูกใจเรื่องราคาและโลเคชั่นเหลือเกิน

ซึ่งเรื่องนี้คุณโอ๋ยอมรับว่ามีอยู่แล้วอย่างแน่นอน

 “แต่ตลอดเวลาที่ทำมา 20 ปี ประมาณ 17 โครงการ  เรื่องลูกค้าไม่ซื้อเพราะกลัวความวุ่นวายไม่เป็นประเด็นเลย เพราะไม่อย่างนั้นคงจะให้เลี้ยงสัตว์ได้แค่บางโครงการ แต่ยังมั่นใจว่าการเลี้ยงสัตว์คือส่วนหนึ่งของชีวิตคน และโครงการใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นยังคงให้เลี้ยงได้ต่อไปแน่นอน”

ตัวเลขหนึ่งที่คอนเฟิร์มว่าเธอคิดไม่ผิด คือสัดส่วนของลูกค้าที่เลี้ยงสัตว์ในคอนโดมิเนียมของเมเจอร์ดีเวลลอปเม้นท์ เพิ่มขึ้นทุกปี โดยเฉลี่ยแล้วทุกโครงการมีไม่ต่ำกว่า 20%  แต่ในปีหลัง ๆ นี้บางโครงการเพิ่มสูงถึง 40-50% เพราะจากสัตว์เลี้ยงของคนในครอบครัว กลายเป็นสัตว์เลี้ยงของคนโสด และหนุ่มสาวที่ยังไม่ต้องการมีลูก

พร้อมๆ กับเริ่มเห็นป้าย ห้ามนำสัตว์เลี้ยงเข้ามา ของสถานที่ต่าง ๆ ถูกปลดลงหลายโครงการทั้งคอนโดมิเนียม คอมมูนิตี้มอลล์ ศูนย์การค้าบางแห่ง ร้านอาหาร คนเริ่มเวลคัมกับสัตว์เลี้ยงมากขึ้น 

“หมาแมวพวกนี้คือ Your best friend มีใครบ้างเราเดินลับตาไปแค่ 5 นาที กลับมาเขาตื่นเต้น วิ่งวนรอบ ๆ ตัวเราเหมือนไม่เจอกันมา 5 ปี”

เมื่อเป็นไลฟ์สไตล์ของคน ไม่มีเหตุผลเลยที่เมเจอร์ดีเวลลอปเปอร์จะไม่เข้าไปเติมเต็มชีวิตของลูกค้าให้สมบุรณ์แบบ

“วันอาทิตย์นี้ (20 ก.ย.) เป็นวันกอดสุนัขแห่งชาติ National Hug Your Hound Day อย่าลืมกอดน้องหมากันนะคะ”

เธอกล่าวทิ้งท้าย ก่อนที่จะเข็นรถพาครอบครัวกลับออกไป 

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer