Power Buy กับ Power Mall 2 เจ้าพ่อเครื่องใช้ไฟฟ้าเดินเกมอย่างไรในวันที่โควิดบุก (วิเคราะห์)

แม้บางเซกเมนต์ของตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างสินค้ากลุ่มเครื่องครัว ไอที เครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก มียอดเติบโตเพราะได้รับอานิสงส์จากสถานการณ์โควิด-19 ที่ผู้คนอยู่บ้าน WFH กันมากขึ้น

แต่ภาพรวมตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าในรอบ 9 เดือนที่ผ่านมาก็ยังติดลบอยู่ราว 17% จากการที่ไม่ได้เปิดสาขา แม้จะมีรายได้จากการขายผ่านช่องทางออนไลน์มาทดแทนก็ตาม

จักรกฤษณ์ กีรติโชคชัยกุล ผู้อำนวยการใหญ่อาวุโส บริหารสินค้าเพาเวอร์มอลล์ บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด เปิดเผยภาพรวมของตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้า ในช่วง 9 เดือนแรกนั้นติดลบราว 17% ไม่ได้ขายราว 3 เดือน แต่มองว่าดีกว่าที่คาดการณ์ไว้

และหลังจากคลายล็อกดาวน์ ธุรกิจเริ่มกลับมาเปิดมาทำงานอีกครั้ง ตัวเลขก็ไม่ได้ต่ำกว่าปีที่แล้ว  เดือน มิ.ย.-ก.ค. ดีกว่าปีที่ผ่านมา น่าจะมาจากสาเหตุช่วงที่ผ่านมาถูกอั้นการจับจ่าย  และค่อย ๆ ลดลงในเดือนต่อมา ตอนนี้อยู่สถานการณ์ปกติ

ขณะที่กลุ่มสินค้าที่น่าเป็นห่วงและมูลค่าลดลงอย่างเห็นได้คือ กล้องถ่ายรูป ทีวี และเครื่องเสียง

ตลาดกล้องถ่ายรูปที่ลดลงมาจากปัจจัยคือนักท่องเที่ยว การท่องเที่ยวหายไป ซึ่งอาจจะเป็นครั้งแรกในรอบสิบปีที่มูลค่าตลาดกล้องถ่ายรูปจะลดลงไปต่ำกว่า 5,000 ล้านบาท

ส่วนตลาดทีวีที่โดนกระทบจากที่ไม่มีการจัดกีฬาโอลิมปิก

ถ้าลองโฟกัสในตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้า แหล่งรวมเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เรานึกถึงคงหนีไม่พ้น 2 แบรนด์ใหญ่อย่าง Power Buy กับ Power Mall

แล้วเกมกลยุทธ์อะไรที่ทั้งเพาเวอร์ มอลล์ และเพาเวอร์ บาย ใช้มาสู้กันในตลาด ที่ในวันนี้ไม่ได้สู้กันเอง แต่ยังสู้กับร้านค้าออนไลน์ที่ราคาถูกกว่า

Power Mall  

ของกลุ่มเดอะมอลล์ กรุ๊ป ที่มีสาขาไม่มาก มีตามจำนวนสาขาของห้างเดอะมอลล์ ดิ เอ็มโพเรียม, พารากอน, บลูพอร์ต หัวหิน, เดอะคริสตัล เอสบี ราชพฤกษ์ รวมแล้ว 10 สาขา

กลยุทธ์ที่เพาเวอร์มอลล์ใช้คือการเดิมเกมด้วย Customer Experience ที่ยังคงเน้นสาขาที่มีขนาดใหญ่ให้ผู้บริโภคได้มีประสบการณ์ตรงในการเลือกซื้อสินค้า

ที่ในทุกวันนี้ลูกค้าไม่ได้มองเรื่องของราคาถูกเพียงอย่างเดียว

จะเห็นว่าในปีนี้เพาเวอร์มอลล์มีการปรับโฉมครั้งใหญ่ของ 2 สาขา คือ สาขาพารากอน ดีพาร์ทเม้นต์ สโตร์ และสาขางามวงศ์วานให้ทันสมัย และสอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคมากขึ้น

เน้นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีนวัตกรรม IOT และ AI เข้ามาตอบโจทย์กลุ่มคนรุ่นใหม่มากขึ้น และยังมองว่ากำลังซื้อของคนระดับกลางไปถึงบนยังมีกำลังซื้ออยู่

ส่วนช่วงที่เหลือของปีนี้ที่ปกติคือไฮซีซั่นของการขาย พาวเวอร์ มอลล์ ส่งมหกรรม “POWER MALL ELECTRONICA Showcase” ลดราคาสินค้าสูงสุดถึง 50%

และมีสินค้าใหม่ ๆ จากแต่ละแบรนด์มากระตุ้นดีมานด์ของผู้บริโภค ที่บริษัทหวังว่าโชว์เคสครั้งจะสร้างรายได้ส่งท้ายปีให้ได้ราว 1,000 ล้านบาท

Power Buy

ของกลุ่มเซ็นทรัล ที่มีสาขามากกว่า 100 สาขา มีทั้งสาขาไซส์เล็กไปจนถึงใหญ่ และไม่ได้มีแค่ในเซ็นทรัล แต่ยังมีใน baan and beyond, ไฮเปอร์มาร์เก็ต, สแตนด์อโลน

ที่ก็ชูจุดเด่นเรื่องประสบการณ์ของลูกค้าไม่แตกต่างกัน ช่วงกลางปีเราได้เห็น  Power Buy x B2S  ที่เสริมแกร่งให้มาที่เดียวครอบคลุมทุกมิติ

ที่ได้เปรียบคือสาขาของเพาเวอร์ บาย มีมากกว่าคู่แข่งอยู่มาก การเข้าถึงผู้บริโภคย่อมมีมากกว่าแน่นอน

ในฝั่งเดอะมอลล์กระตุ้นตลาดด้วยมหกรรมลดราคา ส่วนฝั่งเซ็นทรัลก็เดินเกมด้วยการคืนกำไรให้ลูกค้ามีทั้งแคมเปญลด แลก แจก ให้ลูกค้าลุ้นรางวัลหลังการซื้อต่อเนื่อง

สุดท้ายคนที่ตัดสินคือ ‘ผู้บริโภค’ ว่าจะเลือกช้อปที่ไหน

เพราะนอกจากราคา สาขา สิ่งที่ผู้บริโภคใช้พิจารณาด้วยก็คือ บริการหลังการขายที่เจ้าใหญ่ตอบโจทย์ได้ดีกว่ากัน

 

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer