บี. กริม กรุ๊ป กว่าจะใหญ่ เจออะไรมาบ้าง ? เปิดเส้นทางกว่าศตวรรษในการฝ่าวิกฤตของ บี. กริม

ฮาราลด์ ลิงค์ ประธาน บี. กริม กรุ๊ป และบริษัท บี. กริม เพาเวอร์ เป็นชาวเยอรมัน ได้รับสัญชาติไทย ตั้งแต่ปี 2543  

เป็นทายาทรุ่นที่ 3 ของ บี.กริม กรุ๊ป กลุ่มธุรกิจสัญชาติเยอรมันยักษ์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ที่เข้ามาทำธุรกิจตั้งแต่ปี พ.ศ. 2421  

เป็นคนรวยอันดับที่ 12 ของไทย ในปี 2563 มี มูลค่าทรัพย์สิน 2.3 พันล้านเหรียญ หรือ 7.51 หมื่นล้านบาท จากการจัดอันดับโดย “ฟอร์บส์ ไทยแลนด์”    

ปีหน้าการจัดอันดับกลุ่มบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดของไทยคงมีการพลิกผันกันน่าดู เพราะวิกฤตโควิด 19 ทำให้หลายธุรกิจต้องสะดุดฉุดความมั่งคั่งให้ลดลง เช่น เจ้าของธุรกิจโรงแรม สายการบิน ห้างสรรพสินค้า ธนาคาร  

แต่อาจจะไม่ใช่เขา

เพราะธุรกิจหลัก คือบริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด กำลังเป็นดาวรุ่งพุ่งแรง สวนกระแสวิกฤตโควิดสุด ๆ

 บี.กริม เพาเวอร์ เพิ่งเข้าตลาดหลักทรัพย์ SET ในหมวดพลังงาน-สาธารณูปโภคไปเมื่อปี 2560 ที่ผ่านมา       

และเป็น 3 ปีที่ผลประกอบการและกำไรดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง และฝ่าวิกฤตโควิด-19 ในครึ่งปีแรกของปี 2563  

จากรายได้ 31,924 ล้านบาทในปี 2560 เพิ่มเป็น 44,660 ล้าน ในปี 2562 และในครึ่งปีแรก มีรายได้อยู่ที่ 22,688 ล้านบาท ส่วนกำไร ปีที่แล้วทำไป 2,331 ล้าน ครี่งปีแรก 2563 กำไร อยู่ที่ 1,097 ล้านบาท

วันนี้ (12 ต.ค. 63) ข้อมูลจาก บล. ไทยพาณิชย์ระบุว่า BGRIM ลงทุนใน 7 โรงไฟฟ้าเพื่ออุตสาหกรรมอีก 4 หมื่นล้านบาท บวกกับปัจจัยพื้นฐานที่ยังดีของหุ้นโรงไฟฟ้า ยังเชื่อว่าหุ้นในกลุ่มนี้น่าจะให้ผลตอบแทนที่มั่นคง ในช่วงเวลาที่ตลาดมีความผันผวนสูง

ในขณะที่รายได้ทั้งกลุ่มฮาราลด์ ลิงค์ คาดว่า ปีนี้จะทำยอดขายได้ 6 หมื่นล้านบาท จาก ปี 2562 ที่ทำยอดขายได้ ประมาณ 5.9 หมื่นล้านบาท

Big Story ของ บี. กริม กรุ๊ป  

ในปี พ.ศ. 2421 ธุรกิจแรกของบริษัท บี. กริมในเมืองไทย คือ ร้านขายยา “สยามดิสเป็นซารี่” บนถนนโอเรียนเต็ล โดยชาวยุโรปสองท่าน ท่านแรกเป็นเภสัชกรชาวเยอรมันชื่อ แบร์นฮาร์ด กริม อีกท่านเป็นหุ้นส่วนชาวออสเตรียชื่อ แอร์วิน มุลเลอร์ ถือเป็นร้านยาในรูปแบบแพทย์สมัยใหม่แห่งแรกในประเทศไทย  

หลังจากนั้นก็มีเภสัชกรชาวเยอรมัน นายอดอล์ฟ ลิงค์ ผู้มีความมุ่งมั่นแข็งขันเข้ามาร่วมงาน และขยายกิจการใหญ่โตขึ้น

กว่าจะถึงยุคของฮาราลด์ ลิงค์ ผู้บริหารยุคแรก ของ บี. กริม ต้องฟันฝ่าอุปสรรคที่หนักหนาสาหัสมาหลายครั้ง

เริ่มตั้งแต่กิจการถูกยึดต้องปิดบริษัทเมื่อครั้งสงครามโลกครั้งที่ 1 เพราะผู้ประกอบการเป็นชาวเยอรมัน อดอล์ฟ ลิงค์ และภรรยา นางเออร์ม่า พร้อมทั้งบุตรชายทั้งสอง คือ นายเฮอร์เบิร์ต และ ดร. เกฮาร์ด ถูกส่งไปค่ายกักกันในประเทศอินเดีย

เมื่อสงครามสงบลง อะดอล์ฟ ลิงค์ ได้เปิดห้างใหม่อีกครั้ง กิจการถูกบริหารต่อมาโดย เฮอร์เบิร์ต ลิงค์ ผู้บริหารรุ่น 2  

ในปี 2521 ฮาราลด์ ลิงค์ ซึ่งเป็นหลานของเฮอร์เบิร์ต ได้เข้ามาในประเทศไทยพร้อมกับภรรยา เจ้าหญิง อัสซุนตา วอน ลิกเตนสไตน์ เพื่อสืบทอดกิจการในฐานะผู้บริหารรุ่นที่ 3   

เป็นการเริ่มทำงานที่ บี.กริม วัย 24 ปี หลังจากนั้นอีก 8 ปี และได้ก้าวขึ้นเป็นประธานกลุ่มในปี 2530 ด้วยอายุเพียง 32 ปี

หลังรับตำแหน่งเพียงปีเดียวเขาก็เดินหน้าขยายกิจการไปสู่ธุรกิจด้านพลังงาน, อุตสาหกรรมการผลิตและอสังหาริมทรัพย์ และยังมุ่งเน้นการร่วมทุนกับบริษัทชื่อดังของโลกอีกหลายแห่ง  

ปัจจุบันในวัย 65  ปี บี.กริม กรุ๊ป ขยายธุรกิจเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นจุดแข็งอีกอย่างหนึ่งของกลุ่มนี้ ประกอบด้วย 6 กลุ่มธุรกิจ หลักได้แก่ 1. กลุ่มธุรกิจพลังงาน 2. กลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรม 3. กลุ่มธุรกิจด้านสุขภาพ (Healthcare) 4. กลุ่มธุรกิจด้านเทคโนโลยีดิจิทัล 5. กลุ่มธุรกิจด้านไลฟ์สไตล์ และ 6. กลุ่มธุรกิจด้านการลงทุน

ต้องยอมรับว่าฮาราลด์ ลิงค์ เป็นคนเก่ง มีวิสัยทัศน์ที่แหลมคม ความโดดเด่นของเขาคือการเป็นฝรั่งหัวใจไทย ที่มีความนอบน้อมสุภาพ พูดไทยชัดมาก ๆ เป็น 1 ใน 4 ชาวต่างประเทศที่ได้รับเลือกและเชิดชูเกียรติ “ผู้ใช้ภาษาไทยดีเด่น” เนื่องในวันภาษาไทยแห่งชาติ ประจำปี 2561

รวมทั้งให้ความสำคัญในเรื่องการสร้างคอนเนกชั่นกับผู้คนในวงสังคมต่าง ๆ ที่ส่งผลดีต่อการทำธุรกิจในเมืองไทย

ดังนั้น ถึงแม้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเซนต์กัลป์แลน ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ แต่ก็มีสายสัมพันธ์ที่ดีกับนักการเมือง นักธุรกิจ ผู้บริหารองค์กรดัง ๆ ในเมืองไทย

จากการผ่านหลักสูตรอบรมมากมาย เช่น หลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักรภาครัฐร่วมเอกชน (ปรอ. 17) สถาบันวิทยาการตลาดทุน, สถาบันวิทยาการพลังงาน รุ่นที่ 2 และสถาบันวิทยาการธุรกิจและอุตสาหกรรม รุ่นที่ 1

รวมทั้งให้ความสำคัญกับการทำกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่องทั้งด้านการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ภายใต้ปรัชญาที่ว่า “การดำเนินธุรกิจด้วยความโอบอ้อมอารีเพื่อสร้างความศิวิไลซ์ภายใต้ความเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ”

ล่าสุด เขายังได้รับเลือกเป็นนายกสมาคมขี่ม้าแห่งประเทศไทย ระหว่าง พ.ศ. 2563-2567 ซึ่งสมาชิกล้วนแล้วแต่เป็นคนในวงสังคมชั้นสูง

วิกฤตโควิด-19 อาจจะเป็นวิกฤตครั้งสำคัญที่สุดในยุคของเขา ถึงแม้ธุรกิจหลักไม่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ครั้งนี้ แต่กลุ่มธุรกิจอื่น ๆ ก็หนีไม่พ้นเช่นกัน โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจไลฟ์สไตล์ เช่น ร้านเดอะเม็ท กรุงเทพฯ ร้านปารีสสปา ร้านอาหาร โพรวองซ์

ดังนั้น เขาจึงเป็นนักธุรกิจคนหนึ่งที่ต้องการให้รัฐบาลไทยพิจารณาผ่อนปรนมาตรการเปิดประเทศให้นักลงทุนสามารถเดินทางเข้าประเทศได้เร็วขึ้น  

โดยตั้งเป้าหมายไว้ว่า ในปี 2571  บี. กริม  จะมียอดขาย 1.5 แสนล้านบาท พร้อม ๆกับการฉลองการครบรอบ 150 ปี  

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer