โตคิว ห้างสัญชาติญี่ปุ่นที่กำลังจะโบกมือลาไทยไปอีกราย (วิเคราะห์)

ห้างโตคิวที่อยู่คู่กับ MBK มาอย่างยาวนานถึง 35 ปี กำลังจะปิดตัวลงปลายมกราคม 2564

สำนักข่าว Nikkei Asia รายงานว่า โตคิวกรุ๊ป บริษัทแม่ที่ญี่ปุ่นมีแผนจะปิดสาขาโตคิวในกรุงเทพฯ ลง จากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ทำให้นักท่องเที่ยวซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าหลักไม่สามารถเดินทางเข้าประเทศได้ ทำให้ห้างโตคิวอยู่ในภาวะขาดทุนอย่างหนัก

ซึ่งการขาดทุนของห้างโตคิว นอกจากการลดลงของนักท่องเที่ยวเพราะโควิด-19 แล้ว ที่ผ่านมา ห้างโตคิวยังมีการขาดทุนสะสมอย่างต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งมาจากการแข่งขันที่รุนแรงของธุรกิจห้างสรรพสินค้าไทย

ในตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่ปี 2557 ข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า พบว่า ห้างโตคิวอยู่ในภาวะขาดทุนมาตลอด และในปี 2562 ห้างโตคิวประสบสภาวะขาดทุนถึง 193.56 ล้านบาท

2556       1,591.12 ล้านบาท                 กำไร 14.37 ล้านบาท

2557       1,333.19 ล้านบาท                 ขาดทุน 42.86 ล้านบาท

2558       1,375.69 ล้านบาท                 ขาดทุน 48.64 ล้านบาท       

2559       1,357.82 ล้านบาท                 ขาดทุน 48.23 ล้านบาท

2560       1,271.33 ล้านบาท                 ขาดทุน 288.44 ล้านบาท

2561       1,219.49 ล้านบาท                 ขาดทุน 90.03 ล้านบาท

2562       1,120.70 ล้านบาท                 ขาดทุน 193.56 ล้านบาท     

และหลังจากการปิดตัวของโตคิวในประเทศไทยจะมีเพียงห้างสยามทาคาชิมาย่า ซึ่งเป็นห้างญี่ปุ่นเพียงแห่งเดียวในประเทศไทย

 

Marketeer FYI

เมื่อ โตคิว ปิดตัวตามโตคิว 2

31 มกราคม 2562 โตคิว2 ปิดตัวลง หลังจากขาดทุนอย่างต่อเนื่อง

โดยโตคิว 2 เป็นห้างที่กลุ่มโตคิวร่วมทุนกับบริษัท พาราไดซ์ รีเทล จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ เอ็มบีเค จำกัด (มหาชน) เพื่อจัดตั้งเป็นบริษัท “พีที รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด” บริหารโตคิว สาขา 2 โดยมีสัดส่วนการร่วมทุน 50:50 และใช้งบลงทุน 400 ล้านบาท บนพื้นที่ 13,000 ตารางเมตร อยู่ในศูนย์การค้า พาราไดซ์ พาร์ค

อ้างอิง Nikkei Asia 

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer