WHART น่าสนใจไหม ? มองอนาคตธุรกิจโลจิสติกส์ไทยและโอกาสการลงทุน (วิเคราะห์)

ธุรกิจโลจิสติกส์ กุญแจสำคัญในระบบเศรษฐกิจ ที่หลายคนบอกตอนนี้กำลังเจอเรื่องท้าทายจากการที่ได้รับผลกระทบการนำ-เข้าส่งออกที่ชะลอตัว โดยมีสาเหตุมาจากสถานการณ์โควิด-19 ที่ผ่านมา

แต่รู้หรือไม่ ในความท้าทายที่ว่านี้ มีโอกาสและการเติบโตรออยู่

สังเกตจาก Infrastructure ที่กำลังมา การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐอย่าง โครงการรถไฟความเร็วสูง ที่เชื่อมกรุงเทพฯ กับพื้นที่ EEC ภายในระยะเวลาไม่เกิน 60 นาที

ถัดมาคือคลังสินค้าหรือศูนย์กระจายสินค้า ซึ่งตอนนี้ได้รับอานิสงค์จากเมกาเทรนด์อย่าง ธุรกิจ E-Commerce ที่ไม่อาศัยหน้าร้าน แต่อาศัย Supply Chain โลจิสติกส์ กว่า 95% และหากมีการจัดการระบบโลจิสติกส์ที่ดีจะช่วยลดต้นทุนด้านนี้และส่งผลต่อการแข่งขันทางเศรษฐกิจของประเทศ

จรีพร จารุกรสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น ให้ความเห็นว่า ต้นทุนโลจิสติกส์ประเทศไทยเมื่อ 10 ปีก่อนประมาณ 18% ของ GDP ซึ่งถือว่าสูงมาก ปัจจุบันมีการพัฒนาด้านต่างๆ มากขึ้น ทำให้ลดอยู่ที่ราว 13.4% แต่ถ้าจะให้ประเทศไทยมีแต้มต่อในการแข่งขันทางธุรกิจได้ ต้นทุนโลจิสติกส์ต้องอยู่ที่ประมาณ 9%

“เมื่อเทียบศักยภาพการแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคยกเว้นสิงคโปร์แล้ว ไทยเรามี Index ที่ดีกว่า ตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐานทั้งหมด หรือกระทั่งคลังสินค้าหรือศูนย์กระจายสินค้าที่มีการพัฒนาให้ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าแต่ละประเภท อย่างคลังสินค้าแบบ Built-to-suit ที่ WHA ทำเป็นรายแรกในประเทศไทย ช่วยให้ธุรกิจต่างๆ ลดต้นทุนด้านนี้ได้จริง นอกจากนี้ เรายังมีการพัฒนาระบบอย่างต่อเนื่อง ทั้ง Smart Logistics, ระบบ Robot, IOT ตลอดจน 5G ตรงนี้คืออนาคตของโลจิสติกส์ไทยที่ต้องพัฒนาต่อไป”

เมื่อมีโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อม คลังสินค้าที่ดี และเทคโนโลยีที่ช่วยลดต้นทุน อีกหนึ่งสิ่งสำคัญคือ Location หรือที่ตั้งของคลังสินค้าที่ต้องอยู่บน Strategic Locations เดินทางสะดวกและเอื้อต่อธุรกิจของผู้เช่ามากที่สุด

ตอกย้ำโอกาสและการเติบโตของธุรกิจโลจิสติกส์ในปัจจุบัน

ด้วยข่าวการเพิ่มทุนของทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าดับบลิวเอชเอ พรีเมี่ยม โกรท หรือ WHART

ที่เตรียมเพิ่มทุนครั้งที่ 5 เพื่อลงทุนทรัพย์สินเพิ่มเติม มูลค่าไม่เกิน 3,234 ล้านบาท

โดย WHART เป็นกองทรัสต์ที่ลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ประเภทศูนย์กระจายสินค้า คลังสินค้า และโรงงานระดับพรีเมี่ยม ที่เริ่ม IPO ปี 2557 ซึ่งตอนนั้นมีพื้นที่ภายใต้การบริหารประมาณ 167,000 ตร.ม.

จากนโยบายนำทรัพย์สินคุณภาพระดับพรีเมี่ยมเข้ากองทรัสต์ทุกปี ทำให้มูลค่าทรัพย์สินเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ปัจจุบัน WHART มีโครงการภายใต้การบริหารมากถึง 29 โครงการ และมีพื้นที่ภายใต้การบริหารประมาณ 1.3 ล้านตร.ม.

อนุวัฒน์ จารุกรสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดับบลิวเอชเอ เรียล เอสเตท แมเนจเม้นท์ จำกัด ในฐานะผู้จัดการกองทรัสต์ WHART เล่าถึงจุดเด่นของกองทรัสต์ WHART ให้ฟังว่า

“WHART คือกองทรัสต์ที่มีพื้นที่ภายใต้การบริหารมากที่สุด และมีมูลค่าทรัพย์สินรวมกว่า 39,000 ล้านบาท เมื่อรวมกับอันดับความน่าเชื่อถือ ที่ระดับ A ด้วยแนวโน้ม “Stable” จากทริสเรทติ้ง ที่สะท้อนถึงทรัพย์สินของทรัสต์ฯ ที่มีคุณภาพสูง มีความเสี่ยงต่ำ มีรายได้ที่มั่นคงในระยะยาวจากรายได้ค่าเช่า ทำให้ WHART ได้รับความเชื่อมั่นเป็นที่สนใจของนักลงทุนรายใหญ่ หรือนักลงทุนสถาบันทั้งในและต่างประเทศ

“ถัดมาคือเรื่อง Location ที่ทรัพย์สินส่วนใหญ่ตั้งอยู่บน Prime Locations สำหรับธุรกิจโลจิสติกส์โดยเฉพาะ ซึ่งมีทำเลหลักๆ คือ ถนนบางนา-ตราด ทำเลที่อยู่ใกล้เมือง ใกล้มอเตอร์เวย์ และสนามบินสุวรรณภูมิ สามารถออกไปภาคตะวันออกหรือภาคอื่นๆ ได้ง่าย ทำเลที่ 2 คือ โซนตะวันออกและ EEC ที่จะมีการเติบโตในอนาคต และอีก 2 ทำเลที่เหลือคือ กรุงเทพตอนเหนือ วังน้อย สระบุรี และตะวันตกอย่างสมุทรสาคร

“จุดเด่นอีกอย่างของกองทรัสต์ WHART คือ ความหลากหลายของผู้เช่า ที่เป็น Multi National Brand ที่กระจายตัวในหลายอุตสาหกรรม ซึ่งถือเป็นการกระจายความเสี่ยงให้กับกองทรัสต์ เพราะเมื่อมีเหตุการณ์ใดก็ตาม ยกตัวอย่าง โควิด-19 กองทรัสต์เราได้รับผลกระทบค่อนข้างน้อย”

จากจุดแข็งข้างต้น สอดคล้องกับการเพิ่มทุนครั้งล่าสุดของ WHART ที่มุ่งเน้นโครงการประเภทศูนย์กระจายสินค้า คลังสินค้าและโรงงานประเภท Built-to-Suit ระดับพรีเมี่ยม ที่ครบทั้งระบบสาธารณูปโภค-พลังงาน และ Digital Infrastructure โดยผู้เช่าส่วนใหญ่เป็นบริษัทชั้นนำ มีสถานะทางการเงินที่มั่นคง และมีสัญญาเช่าระยะยาว

โดยทรัพย์สิน 3 โครงการที่กองทรัสต์ WHART จะเข้าลงทุนในครั้งนี้ ประกอบด้วย

1.โครงการ WHA Mega Logistics Center (แหลมฉบัง 1) โดยลงทุนในกรรมสิทธิ์ที่ดิน และกรรมสิทธิ์ในอาคารคลังสินค้า โรงงาน และสำนักงาน รวมถึงสิ่งปลูกสร้างและทรัพย์สินอื่นๆ ตั้งอยู่ที่ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี

2.โครงการ WHA Mega Logistics Center (แหลมฉบัง 2) โดยลงทุนในสิทธิการแบ่งเช่าในที่ดิน และกรรมสิทธิ์ในอาคารคลังสินค้าและสำนักงาน รวมถึงสิ่งปลูกสร้างและทรัพย์สินอื่นๆ ในโครงการ WHA Mega Logistics Center (แหลมฉบัง 2) ตั้งอยู่ที่ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี

3.โครงการ WHA KPN Mega Logistics Center (ถนนบางนา-ตราด กม. 23 เฟส 3)โดยลงทุนในสิทธิการแบ่งเช่าช่วงในที่ดิน และสิทธิการเช่าในอาคารคลังสินค้า และสำนักงาน ตั้งอยู่ที่ อำเภอบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ

ทั้ง 3 โครงการ ปัจจุบันมีผู้เช่าระดับชั้นนำที่เข้าทำสัญญาแล้ว เช่น บริษัท ฮอนด้า โลจิสติกส์, ซัมซุง, Shopee,  DKSH และวอลโว่ คาร์ เป็นต้น

“การเพิ่มทุนรอบนี้ นอกจากจะทำให้พื้นที่ภายใต้การจัดการของWHART เพิ่มเป็น 1.4 ล้านตร.ม. หรือเพิ่มมา 10% แล้ว ยังมีการคาดการณ์ว่าการจ่ายประโยชน์ตอบแทนและเงินลดทุนให้ผู้ถือหน่วยจะเพิ่มจาก 0.78 บาทต่อหน่วย เป็น 0.79 บาทต่อหน่วย*ในปีแรก

“สำหรับผู้ที่สนใจลงทุนในกองทรัสต์ WHART ราคาเสนอขายสูงสุดไม่เกิน 13.8 บาทต่อหน่วย โดยจะมีการคืนเงินให้ผู้จองซื้อในกรณีที่ราคาเสนอขายสุดท้ายต่ำกว่าราคาเสนอขายสูงสุด ผู้ถือหน่วยทรัสต์เดิมเฉพาะกลุ่ม จองซื้อวันที่ 2-6 และ 9-12 พ.ย. 2563
บุคคลทั่วไป จองซื้อวันที่ 2-6 และ 9-13 พ.ย. 2563 ที่ธนาคารกสิกรไทยทุกสาขา” อนุวัฒน์ กล่าวทิ้งท้าย

*ตามประมาณการงบกำไรขาดทุน ซึ่งได้รับการสอบทานโดยผู้สอบบัญชี สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2564 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2564

คำเตือน: การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลในหนังสือชี้ชวนก่อนการตัดสินใจลงทุน

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer