โรงแรมโอเรียนเต็ล รายได้เท่าไร ? วิเคราะห์สถานการณ์โรงแรมแบรนด์เก๋าที่วันนี้รายได้เท่าอาฟเตอร์ยู

ใครจะเชื่อว่าโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล  โรงแรมดังอายุกว่าศตวรรษในประเทศไทย  และเคยได้รับรางวัลดีที่สุดในโลกในหลาย ๆ ด้าน

 ปี 2562 ที่ผ่านมาจะมีผลประกอบการพอ  ๆ กับ อาฟเตอร์ ยู ร้าน ขนมหวานที่มีอายุเพียง 15 ปี

ในขณะที่อาฟเตอร์ ยู มีกำไร 237 ล้านบาท แต่โอเรียนเต็ลขาดทุน 370 ล้านบาท

ครึ่งปีแรก 2563 เจอพิษโควิดหนัก รายได้รวมของโอเรียนเต็ลลดเหลืออยู่ที่  426 ล้านบาท ขาดทุน 234 ล้านบาท

อาฟเตอร์ ยู ก็หนัก รายได้หดลดเหลือ 365 ล้านบาท กำไร 10 ล้านบาท

โรงแรมโอเรียนเต็ล เมื่อรายได้ไม่มาตามนัด

นอกจากนักท่องเที่ยวหาย โรงแรมถูกปิด รายได้จากร้านอาหารและสปาแทบเป็นศูนย์ ตัวเลขขาดทุนยังมาจากที่ก่อนหน้านั้นโอเรียลเต็ลใช้เงินจำนวนมากถึง 2 พันล้านบาท  ปรับปรุงโรงแรมเพื่อรองรับการแข่งขันริมแม่น้ำเจ้าพระยา และการเติบโตของธุรกิจการท่องเที่ยว

การเกิดขึ้นของไอคอนสยาม และการเปิดตัวเฟสที่ 2 ของเอเชียทีค  เป็นตัวเร่งสำคัญที่ทำให้คุ้งน้ำเจ้าพระยาสะเทือน 

ตามแผน หลังการรีโนเวตใหม่แล้วเสร็จในช่วงปี 2563–2564 อัตราการเข้าพักคาดว่าจะเท่ากับร้อยละ 53-ร้อยละ 58 และตั้งแต่ปี 2565 เป็นต้นไป อัตราการเข้าพักจะคงที่ประมาณร้อยละ 60

และหลังจากห้องพักโฉมใหม่เสร็จสิ้น โรงแรมสามารถปรับปรุงค่าห้องพักเฉลี่ยจะเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 15  

แต่ทุกอย่างก็ไม่เป็นไปตามแผน เมื่อโควิด-19 ระบาดขึ้นโดยไม่นัดหมาย

จากนี้ไปทีมงานการตลาดต้องทำงานกันอย่างหนัก ในการที่จะดึงลูกค้ากลับมาใช้บริการให้ได้

เพียงแต่คราวนี้ ในระยะแรกจะเป็นการสื่อสารกับกลุ่มลูกค้าคนไทยเป็นหลัก

อาฟเตอร์ ยู จะหวานต่อไปอย่างไร

ถึงไม่เจอโควิด-19 อาฟเตอร์ ยู ก็มีการแข่งขันกันเดือดมากในช่วง 7-8 ปีที่ผ่านมา เพราะมีร้านขนมหวานต่าง ๆ เกิดขึ้นตามมามากมาย

หลังเข้าตลาดหลักทรัพย์เมื่อปี  2559 อาฟเตอร์ ยู ยังมองกลุ่มเป้าหมายใหม่เป็นนักท่องเที่ยวด้วย  การขยายสาขาเลยไปปักหลักตามเส้นรถไฟฟ้า รถไฟใต้ดิน ย่านราชประสงค์ ฯลฯ

ซึ่งก็เจอปัญหาจากการล็อกประเทศเข้าอย่างจัง    

ตอนที่ปิดร้านการขายทาง Delivery อาจทำรายได้เพียงพอหล่อเลี้ยงองค์กรแต่ไม่ได้ทำกำไร

ถ้าไม่มีการระบาดระลอกใหม่หรือกลายพันธุ์ที่รุนแรง ก็นับว่า After You ได้ผ่านจุดต่ำสุดของการขายแล้ว

แต่อย่างไรก็ตาม จำนวนนักท่องเที่ยวที่หายไป สภาพเศรษฐกิจที่ยังซบเซา น้อยคนที่จะมีรายได้เพิ่ม มีแต่เสมอตัว หรือไม่ก็ลดลง ดังนั้นคนเราก็จะตัดการใช้จ่ายสิ่งฟุ่มเฟือยออก  

การขยายสาขา การเช่าพื้นที่ขนาดใหญ่คงต้องพับแผน เพื่อลด Fix Cost หันไปเพิ่มการขายผ่าน Delivery หรือ Take Home รวมถึงการพัฒนาสินค้าใหม่ที่สามารถสร้างรายได้ ไปพร้อมกับลดค่าใช้จ่ายที่สาขา เช่น สินค้า Frozen ที่เก็บได้นาน นำมาเข้าเตาอบแล้วรับประทานได้เลย  

แต่สิ่งหนึ่งที่ทั้ง 2 แบรนด์มีก็คือ

โอเรียนเต็ล เป็นแบรนด์เก่าแก่ที่มีอายุนานถึง 144 ปี มีจุดแข็งในเรื่องการบริการ เป็นที่ยอมรับไปทั่วโลก

ส่วนอาฟเตอร์ ยู แม้จะมีอายุเพียงแค่ 15 ปี แต่คือสินค้าที่เป็นความสุข เป็นอาหารใจ และยังเป็น Wishlist ของนักท่องเที่ยวต่างชาติด้วย

 เมื่อสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายลง เศรษฐกิจดีขึ้นเชื่อว่าทั้ง 2 แบรนด์นี้ต้องไปต่อได้อย่างสวยงาม อีกครั้งแน่นอน

ที่มา: ตลาดหลักทรัพย์-ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer