ทำไม Bill Gates และ Jeff Bezos ล้างจาน เอง?

พูดถึง การ ล้างจาน หลายคนคงเซ็ง เพราะมันหมายถึงงานที่ต้องทำหลังจากกินข้าวเสร็จ แต่มหาเศรษฐีอย่าง Bill Gates ผู้ก่อตั้ง Microsoft และ Jeff Bezos แห่ง Amazon กลับไม่คิดอย่างนั้น

ถึงสองคนนี้จะรวยจนซื้อเครื่องล้างจาน จ้างแม่บ้าน หรือใช้จานใหม่ทุกมื้อก็ยังได้ แต่พวกเขาก็ยังล้างจานเอง เพราะการล้างจานนั้นให้ประโยชน์ในหลายด้าน

 

Bill Gates

ในปี 2014 มีคนถาม Bill Gates ใน Reddit ‘Ask me anything’ ว่า ‘อะไรคือสิ่งที่คนอื่นคาดไม่ถึงว่า คุณจะชอบทำ?’ เขาตอบกลับว่า “ผมล้างจานเองทุกคืน มีคนอาสาทำให้นะ แต่ผมชอบที่ผมได้ทำเอง”

Jeff Bezos
ส่วน Jeff Bezos เคยให้สัมภาษณ์กับ Business Insider ว่า “ถึงแม้ผมจะอายุ 50 แล้วแต่ชีวิตผมก็ไม่ได้เปลี่ยนไปมากนัก ผมเต้นอย่างมีความสุขตอยมาทำงาน ผมรักชีวิตของผม ผมมีลูกสี่คน ภรรยาของผมยืนยันว่ายังรักผมอยู่ ผมล้างจานทุกคืน และผมเชื่อว่ามันเป็นสิ่งที่เซ็กซี่ที่สุดที่ผมทำ”

การทำเช่นนี้มีข้อดีหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการทำให้ลดอีโก้ลง เพราะการล้างจานเป็นใครๆ ก็ทำ และสำหรับคนที่ต้องบริหารเรื่องใหญ่ๆ การล้างจานเป็นการย้ำเตือนว่า ระหว่างทางคุณก็ต้องทำเรื่องเล็กๆ เพื่อก้าวไปสู่ความสำเร็จ

ถึงแม้ว่าสองคนนี้จะไม่ได้บอกตรงๆ ว่าประโยชน์คืออะไร แต่มีงานวัยหลายชิ้นที่รองรับเรื่องนี้

 

การตระหนักรู้ ช่วยให้มีความสุขในการเรื่องที่น่าเบื่อได้

นักวิจัยที่ Florida State University ได้ทำการสำรวจในปี 2014 โดยแบ่งครึ่งนักเรียน 51 คน ไปล้างจาน กลุ่ม 1 ก่อนที่จะล้างจาน ให้อ่านข้อความเตือนสติ และให้ทำสมาธิในการล้างจาน ส่วนกลุ่ม 2 เป็นข้อความเหมือนกัน แต่เป็นข้อความที่บอกให้ล้างจานตรงๆ

ผลออกมา กรุ๊ป 1 รู้สึกมีแรงบันดาลใจเพิ่มขึ้น 25% ลดความกังวลลง 27% ส่วนกรุ๊ป 2 ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ผลสรุปของงานวิจัยนั้น พบว่าหากเราทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งด้วยความตระหนักรู้ และใช้เวลาอยู่กับตัวเอง จะทำให้มีสมาธิมากขึ้น และสมาธินี้เอง

ถึงแม้ว่างานวิจัยชิ้นนี้ จะทำแค่ 51 คน ซึ่งเป็นกลุ่มที่เล็กมาก แต่ส่วนตัวผู้เขียนเองก็เคยเบื่อกับการทำงานประเภทนี้เช่นกัน ยกตัวอย่าง ตอนเรียนรด. จะต้องมีการตรวจความเงาของรองเท้า ถ้าไม่อยากโดนทำโทษ เราก็ต้องขัดรองเท้า ฉะนั้นเราก็เลยต้องทำ แต่ทำด้วยความไม่เต็มใจ ทำให้มันเสร็จๆ

แต่พอโตขึ้นตอนใส่รองเท้าหนัง กลับขัดมันด้วยความเต็มใจ เพราะเราอยากให้มันเงางาม อยากให้มันดูดี
ถึงแม้จะเป็นการขัดรองเท้าหนังเหมือนกัน แต่เป้าหมายในการทำต่างกัน

 

ความน่าเบื่อ กระตุ้น ความคิดสร้างสรรค์

มีอีกงานวิจัยหนึ่งที่น่าสนใจ เป็นงานวิจัยของ Dr.Sandi Mann and Rebekah Cadman จาก University of Central Lancashire ที่ทำการทดลองกับกลุ่มตัวอย่าง 80 คน

กลุ่มที่ 1 ให้ทำงานที่น่าเบื่อ อย่างการคัดลอกเบอร์โทรศัพท์ เป็นเวลา 15 นาที หลังจากนั้นให้ไปทำงานที่ใช้ความคิดสร้างสรรค์

กลุ่มที่ 2 ให้ทำงานที่ใช้ความคิดสร้างสรรค์เลย

ปรากฏว่า ผลงานของกลุ่มที่ 1 มีความคิดสร้างสรรค์มากกว่า ซึ่ง Dr.Sandi Mann เชื่อว่าเกิดจากความเบื่อในงานที่ทำตอนแรก ทำให้ใจลอยไปเรื่องอื่น (Daydreaming) พอมีโอกาสได้ทำงานที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ จึงใช้ได้เต็มที่ ในขณะคนที่ถูกสั่งให้ทำอะไรที่สร้างสรรค์เลย จะทำได้ไม่ดีเท่า

 

คุณอาจจะคิดว่า “ใช่สิ สองคนนั้นประสบความสำเร็จแล้วนี่ ทำอะไรก็มีความสุข ลองมาทำงานงกๆ ดูสิ”

แต่คุณไม่จำเป็นต้องรวยแบบพวกเขา ถึงจะนำแนวคิดนี้มาใช้ได้

ครั้งหน้าที่เห็นกองจานที่ต้องล้าง ผ้าที่ต้องซัก ลองตั้งสมาธิถึงสิ่งที่ทำ คุณอาจจะมีความสุขมากขึ้น และอาจพบได้ไอเดียดีๆ จากงานที่น่าเบื่อเหล่านี้

 

ที่มา : cnbc, Time, Inc และ Business Insider


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่  WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer