1 ใน เทรนด์โฆษณา ที่กำลังได้รับความนิยมในช่วงหลายปีที่ผ่านมา คือ แบรนด์ต้องจริงใจกับผู้บริโภค (Sincerity)

ไม่ว่าจะเป็น โฆษณา โปรโมชั่น รวมไปถึงข้อความที่ส่งออกไปทุกรูปแบบ

และ ไม่มีอะไรจะจริงใจไปกว่า การที่แบรนด์บอกกับผู้บริโภคในโฆษณาว่า “เราจะขายของแล้วนะ”

เทรนด์โฆษณา Behind The Scenes คือ ?

โฆษณาที่มี การเล่าเรื่องผ่านเบื้องหลังทีมงาน (Behind The Scenes) ไม่ว่าจะเป็น เอเยนซี่ ครีเอทีฟ หรือ ผู้บริหาร ซึ่งเบื้องหลังนี้ อาจจะมาระหว่างโฆษณา หรือ ท้ายโฆษณา

ซึ่งการทำโฆษณาลักษณะนี้ ประเทศไทยถือเป็นผู้นำเลยก็ว่าได้ เพราะมีมาให้เห็นทุกเดือน เปลี่ยนมุกไปมา และที่สำคัญ ก็ยังเล่าเรื่องได้สนุกสนานเหมือนเดิมอีกด้วย

เราลองไปดูตัวอย่าง เทรนด์โฆษณา Behind The Scenes ในปี 2018 ที่โดดเด่นมากๆ กัน

 

1.Fujitel by Manolamer

2.BigC

3.Ele
https://youtu.be/vrvSdC2FXtU

4.Potato Corner
https://youtu.be/hnQhtVuL9wE

 

ข้อดีของ โฆษณา Behind The Scenes

1.ความยาวมากขึ้น

ข้อดีของการทำคลิปโฆษณาในออนไลน์ ก็คือ แบรนด์สามารถทำโฆษณาความยาวที่นาทีก็ได้ เพราะผู้บริโภคจะดูจบไหม ขึ้นอยู่กับคุณภาพของโฆษณานั้นๆ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความยาวของโฆษณา

เพราะฉะนั้น โฆษณาความยาวมากกว่า 5 นาที แล้วคนดูจบ เป็นเรื่องปกติไปแล้ว

2.เล่าเรื่องได้เยอะขึ้น

หากเป็นโฆษณา 30 วินาที แบรนด์ไม่มีทางเลือกนอกจาก พูดคุณสมบัติของสินค้า และชื่อแบรนด์ให้ทัน

สำหรับโฆษณาในระดับ 4-5 นาทีขึ้นไป แบรนด์สามารถสร้างเรื่องราว ส่งข้อความให้ผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น ทำให้ผู้บริโภคเข้าใจข้อความที่แบรนด์ต้องการจะสื่อ

แต่ก็ต้องไม่ลืมว่า ถ้าเนื้อเรื่องมันยาว โอกาสที่คนจะจดจำแบรนด์ได้ ก็อาจน้อยลงไปด้วย กลายเป็นปัญหาใหม่ คือ โฆษณาสนุก แต่คนจำแบรนด์ไม่ได้

3.เล่นตัวเอง เจ็บน้อยกว่า

ถ้าแบรนด์ทำคลิปไวรัล แล้วสุดท้ายขายของไม่เนียน หรือขายแบบไม่มีชั้นเชิง สุดท้ายคนก็จะมาว่า มาแซวอยู่ดี

ฉะนั้นการเล่นตัวเอง โดยการแสดงให้เห็นเบื้องหลัง นั้นจะลดผลกระทบเชิงลบได้ดีกว่า… แต่ก็อย่าลืมว่า ถ้าเล่นตัวเองแบบไม่สร้างสรรค์ ก็อาจทำให้ผู้บริโภคเบื่อได้เหมือนกัน

ผู้บริโภค นี่เรื่องมากเหมือนกันเนอะ ฮ่าๆๆ

 

ปัจจัยที่จะทำให้ โฆษณา Behind The Scenes ประสบความสำเร็จ คือ

1.ประเด็นเฉียบ

การทำโฆษณาแบบ Behind The Scene นั้น ประเด็นต้องเฉียบ คนดูต้องไม่รู้สึกว่าคลิปนี้เคยดูแล้ว

ฉะนั้นจึงเป็นเหตุให้ Salmon House เลือกทำคลิปที่ไม่เกี่ยวกับแบรนด์เลย แล้วค่อยขายของตอนท้ายแบบตรงๆ อย่างน้อยคนก็ดูจนจบถึงช่วงขายของ

2.มี Insight ของคนอยู่ในนั้น

การมี Insight ของคนอยู่ในคอนเทนต์ ช่วยให้ผู้บริโภครู้สึกอินกับโฆษณานั้นได้ง่ายยิ่งขึ้น

อย่างเช่น เวรีน่า ที่ใช้ตำรวจเรียกคนขับรถมาปรับนั่นเอง.. ใครๆ ก็ต้องเคยโดนตำรวจโบก

3.Storytelling น่าสนใจ

แม้บางเรื่องที่เกี่ยวกับผู้บริโภค จะเป็นเรื่องที่หลายแบรนด์ทำโฆษณาไปเยอะแล้ว แต่ถ้าโฆษณาของคุณเล่าเรื่องเดิม ได้สนุกกว่าคนก็พร้อมเปิดรับ

“เรื่องเดียวกัน แต่เล่าสนุกไม่เท่ากัน”

 

 

เราไปดูโฆษณา Behind The Scenes ดังๆ ในช่วงก่อนหน้านี้กัน

Ake Demo by Suneta House
คลิปนี้เป็นคลิปของ Suneta House ที่ต้องการจะบอกว่า ทีมงานของพวกเขาว่างมาก และก็เก่งมากด้วย ไม่ว่าจะเป็นงานโฆษณาแบบไหน พวกเขาก็ทำได้หมด

 

เฌอเอม
อย่าเรียกว่าโฆษณาเลย เรียกว่าเป็นเบื้องหลังการทำงานทั้งหมดของทีมเอเยนซี่ ที่ต้องคิดโฆษณาของยาดม เฌอเอม ให้ออก ซึ่งที่น่าสนใจ คือ พวกเขาแซวโฆษณาของคู่แข่ง แซวการทำงานของเอเยนซีด้วยกันเองไว้ครบครัน

 

โก๋แก่ by Salmon House
การสาธิตความปลอดภัยบนรถเมล์ เป็นคลิปที่ดังมากเมื่อ 2-3 ปีที่แล้ว โดยตัวคลิปนั้นไม่ได้เกี่ยวกับอะไรกับ โก๋แก่ เลยแม้แต่น้อย แต่เข้าช่วงขายของแบบ Hard Sell มากๆ ซึ่งกลายเป็นจุดเด่นของ Salmon House ไปแล้ว

 

 

สังเกตได้ว่า โฆษณา Behind The Scenes แทบไม่ได้ปรากฏในโทรทัศน์ เพราะต้นทุนสูง

ช่องทางออนไลน์ จึงเป็นสถานที่แบรนด์ได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ได้เต็มที่

ฉะนั้นความสำเร็จของโฆษณาในออนไลน์นั้น ก็วัดได้จากยอดไลค์ ยอดแชร์ และความรู้สึกที่ผู้บริโภคแสดงออก

ยิ่งวิดีโอนั้นสนุก ให้คุณค่าอะไรบางอย่างกับผู้บริโภค ต่อให้มี Product อยู่ในนั้น คนก็พร้อมแชร์


ติดตามนิตยสาร Marketeer ฉบับดิจิทัล
อ่านได้ทั้งฉบับ อ่านได้ทุกอุปกรณ์ พกไปไหนได้ทุกที
อ่านบน meb : Marketeer