ดริปกาแฟดื่มเอง ประหยัดกว่าจริงไหม

พิมพ์ #ทีมประหยัด

เพราะอุปกรณ์เริ่มต้นมีราคาไม่แพง ดริปเปอร์ราคาไม่ถึงร้อยก็ซื้อได้ถ้าไม่ยึดติดว่าต้องเป็นดริปเปอร์แบรนด์เนม ซื้อมาครั้งเดียวสามารถใช้ได้ยาว ๆ และกระดาษกรองไดโซะก็มีขาย 60 บาทใช้ได้หลายเดือน แถมเม็ดกาแฟก็มีราคาเริ่มต้นเฉลี่ยกิโลกรัมละ 300-500 บาทเท่านั้น

พิมพ์ #ทีมไม่ประหยัด

เพราะอุปกรณ์แบรนด์เนมยอดนิยมหลาย ๆ แบรนด์มีราคาสูง

ต้องลงทุนซื้อดริปเปอร์ กระดาษกรอง กาดริปไฟฟ้าที่ควบคุมอุณหภูมิได้ มีอัตราการไหลของน้ำที่คงที่ หรือถ้าไม่ใช้กาดริปแบบไฟฟ้าที่ควบคุมอุณหภูมิก็ต้องมีเทอร์โมมิเตอร์วัดอุณหภูมิเพื่อให้ความร้อนที่เหมาะสมกับระดับการคั่วของเมล็ดกาแฟ

มีที่ชั่งเพื่อชั่งเมล็ดกาแฟให้ได้ปริมาณที่เหมาะสมกับปริมาณน้ำร้อน และเวลาที่ดริปทุกครั้ง

Server หรือกาใส่น้ำกาแฟที่ดริปแล้ว

มีเครื่องบดเพื่อบดกาแฟเองก่อนดริป โดยเฉพาะเครื่องบดมือหมุน ที่ง่ายต่อการพกพา

ไม่รวมอุปกรณ์ที่โดนป้ายยาจากเพื่อน กลุ่มที่ชอบกาแฟเหมือน ๆ กันในโซเชียล และอื่น ๆ ที่ทำให้อุปกรณ์ดริปกาแฟค่อย ๆ งอกมาทีละอันสองอัน จนตอนนี้เต็มบ้าน

โดยเฉพาะดริปเปอร์ที่ไม่รู้พาพวกมาจากไหนมากมาย หลากหลายวัสดุ หลากหลายรูปทรง ที่ทำให้การดริปแต่ละครั้งมีความหมายและเหมาะสมกับเมล็ดกาแฟแต่ละแบบและความชอบในแต่ละวันมากขึ้น

ไม่รวมเมล็ดกาแฟจากโรงคั่วกาแฟต่าง ๆ ที่สรรหามาชิม ในราคาที่ถูกบ้างแพงบ้างแล้วแต่สายพันธุ์กาแฟและความยากง่ายในการคั่ว

สำหรับ #ทีมไม่ประหยัด เรามาดูกันว่ากาแฟดริปแต่ละแก้วต้องสูญเสียเท่าไรกับอุปกรณ์

เราขอยกตัวอย่างอุปกรณ์ดริปกาแฟแบรนด์ยอดนิยมที่ผลิตจากวัสดุ หลายแบบ โดยราคาอ้างอิงจากตัวแทนทางการ หรือห้างสรรพสินค้า ดังนี้

เมื่อพูดถึงกาแฟดริปแล้ว

เราขอเล่าสักหน่อยว่า

ตลาดกาแฟในปีที่ผ่านมามีมูลค่า 42,537 ล้านบาท
แบ่งเป็น

กาแฟสด 4,119 ล้านบาท เติบโต 5.8%

กาแฟสำเร็จรูป 38,418 ล้านบาท เติบโต 3.8%

อ้างอิงจากสถาบันอาหาร

 

แม้ตลาดกาแฟสดจะมีมูลค่าเพียง 9.7% ของตลาดรวม แต่ก็มีโอกาสการเติบโตผ่านพฤติกรรมการดื่มใหม่ ๆ โดยเฉพาะการทำกาแฟสดดื่มเองที่บ้าน ผ่านกรรมวิธีแบบสโลว์บาร์

 

เพราะในช่วงหลายปีที่ผ่านมา การดื่มกาแฟแนวสโลว์บาร์ กลายเป็นเรื่องที่คุ้นเคยสำหรับคนรุ่นใหม่ ที่มาพร้อมกับพฤติกรรมการดื่มกาแฟที่เปลี่ยนไป จากการดื่มกาแฟเย็นที่มีความหวานมันเป็นหลัก เป็นการดื่มกาแฟที่หลากหลาย โดยเฉพาะกาแฟดำที่มีความนิยมดื่มมากขึ้น

เนื่องจากผู้บริโภคบางกลุ่มมีทัศนคติที่เปลี่ยนไปในการดื่มกาแฟ ที่เดิมทีมองว่ากาแฟที่ดี คือกาแฟที่มีรสขม เฝื่อน คือกาแฟที่ดี และกาแฟที่มีความเปรี้ยว หรือมีความเป็นฟรุตตี้สูง คือกาแฟที่ไม่ดี

เป็นกาแฟที่สามารถถ่ายทอดรสชาติของการดื่มที่หลากหลาย ทั้งฟรุตตี้ (หรือที่หลายคนเรียกว่าเปรี้ยว) ความหวานคาราเมล ดอกไม้ หรืออื่น ๆ ตามแต่สายพันธุ์และกรรมวิธีการบ่มและคั่วเม็ดของโรงคั่วในแต่ละโรง รวมถึงวิธีการชงของบาริสต้า

ความเปลี่ยนแปลงด้านพฤติกรรมนี้ ทำให้นักดื่มกาแฟหลายต่อหลายคนเลือกที่จะซื้ออุปกรณ์การทำกาแฟแนวสโลว์บาร์มาใช้ชงเป็นการส่วนตัวแทนการซื้อจากร้าน

เพราะมองว่า

ร้านแถวบ้าน แถวที่ทำงาน ไม่มีกาแฟรสชาติที่ตอบโจทย์ความต้องการ

ต้องการประหยัดค่าใช้จ่ายในการดื่มกาแฟในแต่ละวัน จากราคากาแฟในบางร้านที่ดื่มเป็นประจำมีราคาสูง

ต้องการปรับเปลี่ยนรสชาติกาแฟตามอารมณ์ในการดื่มในแต่ละวัน หรือต้องการแสวงหารสชาติการดื่มใหม่ ๆ จากโรงคั่วต่าง ๆ  ที่ในวันนี้เกิดขึ้นจำนวนมาก

และการที่นักดื่มกาแฟเริ่มพาตัวเองสู่โลกการทำกาแฟสโลว์บาร์ดื่มเองที่บ้านมากขึ้น ด้วยเหตุผลที่เรากล่าวมาข้างต้นทั้งหมด หรือเหตุผลอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือเหตุผลอื่นๆ ที่เราไม่ได้กล่าวมา

แต่ในวันนี้โลกการทำกาแฟดื่มเองที่บ้านได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง

โดยเฉพาะการทำงานจากบ้าน ที่เป็นอีกหนึ่งตัวแปรที่ดึงดูดให้คนเข้าสู่โลกของการทำกาแฟดื่มเองที่บ้านมากขึ้น ซึ่งอาจจะมาพร้อมเหตุผลเพิ่มเติมว่าแถวบ้านหากาแฟดื่มยาก หรือต้องใช้จ่ายในการดื่มกาแฟต่อครั้งมากกว่าเดิมเพราะต้องสั่งเดลิเวอรี่จากร้านที่อยู่ไกลออกไปมาดื่ม

เมื่อผู้บริโภคพาตัวเองสู่โลกของการทำกาแฟดื่มเอง การดื่มกาแฟแนวสโลว์บาร์ในรูปแบบการดริป เป็นวิธีการทำกาแฟแรกๆ ที่ใครหลายคนนึกถึง เพราะมองว่ามีกรรมวิธีที่ไม่ยากนัก มีเพียงดริปเปอร์ กระดาษกรอง กาแฟที่บดแล้ว และน้ำร้อนก็สามารถสกัดกาแฟร้อนเพื่อดื่มได้แล้ว สำหรับนักดื่มที่ไม่ซีเรียสเรื่องรสชาติที่ต้องออกมาเป๊ะตามความตั้งใจของโรงคั่ว หรือออกมาได้รสชาติที่เหมือนกันในทุก ๆ แก้ว ในกรณีที่ใช้กาแฟตัวเดียวกัน

และอุปกรณ์ทำความสะอาดง่าย

แต่สำหรับใครบางคนซีเรียสอาจจะมีการซื้อเครื่องชั่ง กาดริป เทอร์โมมิเตอร์ เพื่อชั่ง ตวง วัด และเวลาที่เหมาะสมกับการสกัดรสชาติกาแฟที่สมบูรณ์แบบมากขึ้น และมีเครื่องบดเป็นของตัวเอง เพื่อให้กาแฟมีรสชาติและกลิ่นหอมใหม่คงที่ที่สุด

ดริปกาแฟดื่มเองที่บ้านประหยัดกว่าจริงไหม คุณเท่านั้นที่รู้คำตอบ

 

 



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน