ฤดูร้อนนี้ ธุรกิจโรงแรมจะต้องตายไปอีกกี่ราย เป็นเรื่องที่น่าคิด

เพราะในวันนี้ ธุรกิจโรงแรมมากถึง 47% มีสภาพคล่องเพียงพออยู่ได้ไม่เกิน 3 เดือน

โดยเฉพาะในเดือนเมษายน โรงแรมกว่า 56% มีสภาพคล่องที่ลดลงมากกว่า 20% จากสภาพคล่องที่เคยมีในเดือนมีนาคม 2564

 

และมีโรงแรมมากถึง 13% ต้องปิดกิจการชั่วคราว  

46% ยังคงเปิดกิจการตามปกติ

และ 41% เปิดกิจการบางส่วน

ซึ่งโรงแรมที่ปิดกิจการชั่วคราวส่วนใหญ่แล้วเป็นโรงแรมทางภาคใต้ที่ในอดีตเน้นรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นหลัก และผู้ประกอบการโรงแรมภาคใต้เชื่อมั่นว่าจะสามารถเปิดได้ภายในไตรมาสสี่ของปีนี้เป็นต้นไป

 

ถ้ามองไปที่เดือนเมษายน 2564 เพียงเดือนเดียวซึ่งเป็นฤดูการท่องเที่ยวทะเล ธุรกิจโรงแรมภาคใต้อาจจะพอยิ้มออกกว่าโรงแรมภาคอื่น จากอัตราเข้าพักเฉลี่ย 23% เป็นอัตราการเข้าพักที่สูงกว่าทั้งประเทศที่มีเพียง 18%  เท่านั้น

อัตราเฉลี่ยนี้ไม่รวมโรงแรมที่เป็นสถานที่กักตัวทางเลือก หรือ ASQ

โดยภาคเหนือมีอัตราการเข้าพักต่ำสุดเพียง 4.1%

ตะวันออกเฉียงเหนือ 10.9%

และภาคกลาง 18.7%

อัตราการเข้าพักที่ลดลงนี้มาจากโรงแรมมากกว่า 51% ถูกยกเลิกพักมากกว่าครึ่งหนึ่งของที่พักที่จองไว้

 

ส่วนเดือนพฤษภาคม 2564 คาดการณ์ว่าอัตราการเข้าพักทั้งประเทศเฉลี่ยจะอยู่เพียง 9% เท่านั้น โดยภาคเหนือต่ำกว่า 5% เนื่องจากไม่ใช่ฤดูการท่องเที่ยวของภาคนี้

 

สำหรับโรงแรมที่ยังเปิดกิจการไม่ใช่ว่าจะอยู่รอดปลอดภัยในระยะยาว เนื่องจากโรงแรมมากถึง 39% ของโรงแรมที่เปิดกิจการอยู่มีรายได้กลับมาไม่ถึง 10% เมื่อเทียบกับช่วงก่อนที่การแพร่ระบาดของโควิด-19 จะเกิดขึ้นในประเทศไทย

และมีโรงแรมเพียง 25% ที่มีรายได้กลับมาเกินครึ่งจากการปรับตัวในรูปแบบต่าง ๆ

 

ทั้งนี้ ตัวเลขนี้อ้างอิงทั้งหมดมาจากผลสำรวจของธนาคารแห่งประเทศไทย จากดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการที่พักโรงแรม ในเดือนเมษายน 2564 ที่ได้จากการสำรวจผู้ประกอบการที่พักโรงแรม 188 แห่ง (เป็น ASQ 30 แห่ง) หรือโรงแรมที่เป็นสถานที่กักตัวทางเลือก หรือ Alternative State Quarantine (ASQ) ระหว่างวันที่ 12-26 เมษายน 2564



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer