เราเริ่มเห็นบริษัทประกันออกมาแจกประกันคุ้มครองแพ้วัคซีนฟรี ให้ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนรับความคุ้มครอง
การให้ประกันฟรีนี้มีทั้งให้กับบุคคลทั่วไปและลูกค้าของบริษัทประกัน
แล้วทำไม บริษัทประกันถึงกล้าให้ประกันฟรี
ในมุมของ Marketeer แล้ว มองว่ามาจากเหตุผลที่น่าสนใจ 3 ประการ ได้แก่
1. Data Base ของผู้รับฟรีประกันเพื่อต่อยอดสู่ประกันอื่น ๆ
การที่บริษัทประกันให้บริการประกันคุ้มครองแพ้วัคซีนให้กับบุคคลทั่วไปที่ไม่ใช่ลูกค้าของบริษัท เป็นแนวทางหนึ่งที่ทำให้บริษัทประกันได้ Data Base ของบุคคลที่คิดว่าในอนาคตอาจจะเป็นลูกค้า เพื่อเสนอประกันอื่น ๆ ผ่านตัวแทนได้ในอนาคต
เนื่องจากการลงทะเบียนรับฟรีความคุ้มครองจะมีข้อกำหนดว่าผู้รับสิทธิ์จะต้องยินยอมให้บริษัทประกันนำข้อมูลที่ลงทะเบียนไปวิเคราะห์เพื่อนำเสนอข่าวสารบริการ หรือผลิตภัณฑ์ประกันของบริษัท
ซึ่งการแข่งขันในยุคนี้การมี Data Base ของผู้บริโภคและข้อมูล พร้อมเบอร์โทรศัพท์ที่ถูกต้องจะสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน และการเข้าถึงลูกค้าใหม่ ๆ ที่อาจจะเป็นลูกค้าของบริษัทในอนาคต
เพราะในวันนี้ตลาดประกันยังมีช่องว่างในการแข่งขันอีกมาก จากอัตราการทำประกันของคนไทยมีอัตราที่ต่ำ
โดยคนไทยทำประกันชีวิตมีสัดส่วนกว่า 10% เมื่อเทียบกับประชากรทั้งประเทศเท่านั้น
2. CSR สร้างความรักให้กับแบรนด์
การให้ความคุ้มครองฟรี เป็นเหมือนการทำ CSR อีกรูปแบบหนึ่ง ซึ่งเป็นการทำ CSR ช่วยเหลือให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการฉีดวัคซีน และการสร้างการรับรู้ถึงผู้บริโภคถึงความห่วงใยของแบรนด์ที่มอบสิทธิ์ความช่วยเหลือให้กับผู้บริโภคฟรี ๆ เป็นหนึ่งในการสร้าง Brand Love ให้ผู้บริโภครู้สึกรักแบรนด์ที่ทำเพื่อพวกเขา (แม้จะมีผลประโยชน์อื่น ๆ แฝงบ้างก็ตาม)
3. CRM ให้ลูกค้าได้อะไรมากกว่าคู่แข่ง
บางบริษัทประกันให้บริการประกันคุ้มครองแพ้วัคซีนฟรีเฉพาะลูกค้าที่มีกรมธรรม์กับบริษัท ที่จะสามารถลงทะเบียนขอรับสิทธิ์ได้
ซึ่งการที่บริษัทประกันจำกัดสิทธิ์เฉพาะลูกค้าที่มีกรมธรรม์ของบริษัทเท่านั้น เป็นหนึ่งในการทำ CRM กับลูกค้า ให้ลูกค้ารู้สึกว่าการซื้อกรมธรรม์กับบริษัทจะได้รับอะไรที่มากกว่าคู่แข่ง
การที่ได้อะไรมากกว่าคู่แข่งเป็นแม่เหล็กดึงดูดให้กับบุคคลอื่น ๆ ที่คิดจะทำประกันเลือกทำประกันกับบริษัทที่ให้สิทธิพิเศษที่มากกว่า
การที่บริษัทประกันกล้าที่จะให้ประกันคุ้มครองแพ้วัคซีนฟรี Marketeer มองว่าเป็นแนวทางในการทำตลาดที่คุ้ม
เนื่องจากการแพ้วัคซีนไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน และวงเงินที่จ่ายในกรณีเป็นวงเงินที่ไม่สูงมาก เมื่อเทียบกับสิ่งต่าง ๆ ที่แบรนด์ได้กลับมา
เพราะในปีนี้ ศปภ. หรือสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย ได้คาดการณ์ว่า
ธุรกิจประกันในปี 2564 จะอยู่ในภาวะเติบโตเพียง 0.64% เมื่อเทียบกับปี 2563
โดยธุรกิจประกันชีวิตเป็นกลุ่มที่การหดตัวของเบี้ยประกันภัยรวม 5.85 แสนล้านบาท หดตัว 0.42%
ส่วนธุรกิจอื่น ๆ มีการเติบโต แต่เป็นการเติบโตที่ไม่สูงมากนัก
โดยธุรกิจประกันวินาศภัย เบี้ยประกันภัยรวม 2.62 แสนล้านบาท เติบโต 3.11%
และประกันสุขภาพ เบี้ยประกันภัยรวม 1.01 แสนล้านบาท เติบโต 1.59%
–
