ในขณะที่เจ้าของธุรกิจหลายคนต้องการโตอย่างรวดเร็วแบบ ยูนิคอร์นสตาร์ทอัป

แต่บริษัท ศรีนานาพร มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SNNP ใช้เวลาในการสะสมประสบการณ์นานถึง 30 ปี ก่อนที่จะเข้าไประดมทุนในตลาดหลักทรัพย์

ขณะนี้กำลังรอ ก.ล.ต. อนุมัติไฟลิ่งคาดว่าน่าจะได้เทรดวันแรกในเดือน ก.ค. 2564 นี้

เอ่ยชื่อศรีนานาพร หลายคนคงไม่คุ้น แต่ถ้าบอกว่าเป็นเจ้าของขนมขบเคี้ยวสินค้ายี่ห้อ เบนโตะ, ขนมขาไก่ ตราโลตัส ขนมปังปี๊บ ช๊อคกี้เวเฟอร์ และเครื่องดื่มเจเล่ เยลลีพร้อมดื่ม ฯลฯ

เชื่อว่าหลายคนร้องอ๋อ เพราะเคยเป็นลูกค้ามาตั้งแต่เด็ก ๆ

ขนมและเครื่องดื่มกินเล่น ยอดขายไม่ได้เล่น ๆ แต่โตเป็นหลักหลายพันล้านมาหลายปี

ข้อมูลผลประกอบการของบริษัท ศรีนานาพร มาร์เก็ตติ้ง ระบุว่า

ปี 2561 รายได้ 4,827 ล้านบาท กำไร 249.7 ล้านบาท

ปี 2562 รายได้ 4,708 ล้านบาท กำไร 83.8 ล้านบาท

ปี 2563 รายได้ 4,392 ล้านบาท กำไร 74..2 ล้านบาท

จุดเริ่มต้นของบริษัทนี้เกิดขึ้นที่ย่านมหานาคเมื่อปี 2515 เมื่อตระกูล “ไกรพิสิทธิ์กุล” ได้เริ่มทำธุรกิจเป็นยี่ปั๊วส่งขนมภายใต้ชื่อร้านศรีวิวัฒน์

สินค้าตัวแรกของบริษัทเริ่มขึ้นเมื่อปี 2520 คือ เมล็ดแตงโมใส่ซอง หลังจากนั้นก็มีสินค้าตัวอื่นเกิดขึ้นเรื่อย ๆ

จนกระทั่งปี 2534 ได้ขยายกิจการในรูปแบบบริษัทจำกัด และก่อตั้งบริษัท ผลิตภัณฑ์อาหารกิมเฮง จำกัด (“KHF”) บริษัท สยามเดลี่ฟู้ดส์ จำกัด (“SDF”) และ บริษัท ศรีนานาพร มาร์เก็ตติ้ง จำกัด

เป็นจุดเริ่มต้นของธุรกิจผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่มและขนมขบเคี้ยวของบริษัทฯ ในเวลาต่อมา

วันนี้ศรีนานาพรมีโปรดักต์แชมเปี้ยนที่มีส่วนแบ่งการตลาดเป็นอันดับ 1 ติดต่อมาหลายปีคือ “เบนโตะ ประเภทขนมขบเคี้ยว ปลาหมึกอบ ปลาหมึกเส้น และ “เจเล่” ประเภทเยลลี่พร้อมดื่มและเยลลี่คาราจีแนน (จากรายงานของนีลเส็น)

แต่แค่นั้นยังไม่พอ

เพราะถ้าย้อนกลับไปดูผลประกอบการ จะเห็นว่ารายได้และกำไรของบริษัทในช่วง 3-4 ปีหลังลดลงอย่างต่อเนื่อง

ซึ่งเหตุผลสำคัญน่าจะมาจากในตลาดขนมขบเคี้ยวและเครื่องดื่มเยลลี่ มีผู้เล่นรายใหม่เพิ่มขึ้น มีการแข่งขันรุนแรงขึ้น และเป็นสินค้าที่สามารถทดแทนกันได้ง่าย

เบนโตะ มี ทาโร่ ฟิชโช สควิดดี้ เต่าทองเป็นคู่แข่งสำคัญ ส่วนเจเล่ มี “ปีโป้”, กาโตะ ที่เป็นของกลุ่มยักษ์ใหญ่ “บีเจซี”

การตัดสินใจเข้าตลาดหลักทรัพย์ในครั้งนี้ จึงเป็นการ Speed หนีคู่แข่งไปอีกก้าว โดยหวังว่าเงินที่จะได้จากการระดมทุนครั้งนี้จะช่วยให้โครงสร้างทางการเงินของบริษัทมีความเข้มแข็งขึ้น

รวมทั้งเดินหน้าแผนขยายการลงทุนในประเทศเวียดนาม เพื่อต่อยอดในการรุกตลาด ไปสู่ภูมิภาค CLMV อีกด้วย

ช้า ๆ แต่มั่นคงแค่ไหน ยังต้องเจอกับความท้าทายอะไรอีกบ้าง ต้องติดตามภาคต่อไปหลังการเข้าตลาดหลักทรัพย์

สำหรับรายชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่ทั้งก่อนและหลัง IPO คือ Concord I. Capital Limited และบริษัท บริษัท แอสเซนด์ ไอ.โฮลดิ้ง ซึ่งเป็นของตระกูล ไกรพิสิทธิ์กุล ทั้ง 2 บริษัท

 


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน