ไม่สะดุดตา – Social Media ,Internet และ Mobile Device คือ 3 ประสานที่สร้างทั้งผลดีและเสียต่อวงการโฆษณาและการตลาด ด้านดีคือทำให้มีช่องทางประชาสัมพันธ์แบรนด์มากขึ้น แต่ช่องทางเพิ่มขึ้นนี้เองหากแบรนด์ไหน Branding พลาดเช่น สีไม่โดดเด่นหรือ Logo ไม่สะดุดตาก็จะถูกกลืนจนจมหายไปท่ามกลางคลื่นข้อมูลข่าวสารปริมาณมากที่โถมเข้าใส่ผู้บริโภคได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมเปิดโอกาสให้แบรนด์ที่สร้างการจดจำได้ก่อนชิงความได้เปรียบไป

หาจุดจดจำไม่ได้ – ข้อผิดพลาดถัดมาและเกี่ยวโยงกับข้อแรกคือเรื่องการจดจำ โดยท่ามกลางแบรนด์มากมายที่ผู้บริโภคเห็นผ่านตาในชีวิตประจำวัน จะมีกี่แบรนด์ที่พวกเขาจำได้จากทั้งความเชื่อมโยงทางความร้สึก เช่น ใช้มานานหรือจำได้ถึงอัตลักษณ์ (Brand Identity) ทันทีแค่รับรู้ผ่านหนึ่งในห้าประสาทสัมผัส นี่จึงเป็นเหตุให้แบรนด์ต้องพิจารณาเลือก Brand Identity ทางรูป กลิ่น รส เสียง และสัมผัสเพื่อกระตุ้นการจดจำอย่างรอบคอบ โดยผลการศึกษามากมายที่ยืนยันว่าอัตลักษณ์ทางเสียงของแบรนด์ (Audio Identity) สามารถเพิ่มการจดจำและรับรู้แบรนด์ได้มากขึ้น ดังนั้นหากแบรนด์ใดทำให้ผู้บริโภคจดจดไม่ได้ แบรนด์ก็อาจล้มเหลวทางธุรกิจในที่สุด

ทำให้ผู้บริโภครู้สึกขัดแย้ง – การขยายธุรกิจเป็นเรื่องสมควรทำอย่างยิ่ง แต่คงไม่ดีแน่ถ้ามันขัดแย้งกันเอง เช่นถ้าเป็นแบรนด์ที่มีภาพลักษณ์เป็นสินค้าทำมือต้องใช้ความปราณีต (Craftsmanship) ก็ควรระมัดระวังการขยายสู่ตลาดใหญ่ (Mass Market) เพราะอาจทำให้ผู้บริโภคสับสนจุดยืนของแบรนด์ โดยความผิดพลาดดังกล่าวจะไม่เกิดขึ้นถ้ามีการวางแผน ใส่ใจรายละเอียด ระบุตำแหน่งแบรนด์ให้ชัดเจนและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน เช่นเดียวกับแบรนด์ที่ภาพลักษณ์ทันสมัยก็ควรไตร่ตรองให้ดีว่าได้คุ้มเสียหรือไม่ กับการลงไปเล่นตลาดสินค้าย้อนยุค แม้เป็นตลาดที่มีแนวโน้มเติบโตก็ตาม

เปลี่ยนแปลงตลอด – ทุกอย่างที่เกินพอดี ผลที่ตามมาย่อมเสียมากกว่าดี โดยในเรื่อง Branding แบรนด์ควรมีจุดยืนชัดเจน ไม่ใช่วิ่งตาม Trend อยู่ตลอดเวลาแบบพวกมากลากไป หรือเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ เช่น เปลี่ยนจากแบรนด์อาหารสู่สู่อุปกรณ์ช่าง (Hardware) เพราะความผิดพลาดดังกล่าวจะทำให้ผู้บริโภคและคนในองค์กรไม่ว่าระดับใดต้องสับสน /marketingprofs