นิ่งไว้ก่อน – จำไว้เลยว่าเมื่อไหร่ที่เถียงกลับคู่สนทนาในซึ่งอยู่ร่วม Office เดียวกัน เมื่อนั้นคุณก็เปิดทางให้อารมณ์เข้ามาอยู่เหนือเหตุผลแล้ว ถ้าคุณรู้จักว่าคนไหนในบริษัทเป็นพวกเจ้าอารมณ์ หากจำเป็นต้องสนทนากัน ควรตอบโต้ให้น้อยที่สุด ปล่อยเขาพูดไปก่อน เพื่อให้เขาได้ระบาย ส่วนคุณก็ใช้แผนสงบสยบเคลื่อนไหว เพราะเมื่อคนของกำลังขึ้นอุณหภูมิอารมณ์เย็นลง จะคุยอะไรด้วยก็คงง่ายขค่นตามไปด้วย

กันตัวเองไม่ให้ถึงจุดเดือด – นี่เป็นการเตรียมความพร้อมรับมือกับอารมณ์ตัวเอง หากจุดไหนที่กระตุ้นให้โกรธก็เลี่ยงซะหรือกันตัวเองให้ไปถึงจุดนั้น เช่นถ้าต้องไปคุยกับคุณไม่ชอบหน้า และเคยเกิดวิวาทะในบางประเด็นกันมาก่อน ก็ควรเลี่ยงประเด็นร้อนนั้น

ใช้ประโยชน์จาก EQ – ความฉลาดทางอารมณ์ (Emotional Intelligence) หรือที่เรียกย่อว่า EQ นี้จะพิจารณาถึงวิธีที่คุณจัดการความขัดแย้ง สานสัมพันธ์หรือมีปฏิกิริยาต่อเรื่องต่างๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่สามารถเรียนรู้กันได้ โดยหากใช้เป็นจะเป็นอีกอย่างที่เกิดประโยชน์ต่อการรับมือความขัดแย้งในบริษัท กันไม่ให้ขยายเป็นปัญหาใหญ่ ซึ่งปัจจุบันเรียกันติดปากว่า Drama นั่นเอง

ถามคนใกล้ตัวจุดไหนบ้างที่คุณต้องปรับ – ทุกคนล้วนมีจุดอ่อนด้านพฤติกรรม อารมณ์และบุคคลิกภาพที่ทำไปโดยแบบลืมตัว จุดบอดเหล่านี้คุณต้องให้ตัวบอกว่ามีตรงไหนบ้าง เช่นคุณอาจคิดว่าวางตัวดีแล้ว แต่เพื่อนร่วมงานกับเห็นว่าคุณทำตัวเย็นชาหรือพูดมากเกินไป เมื่อรู้แล้วให้ปรับปรุงเพื่อให้เผลอทำพลาด เผลอสร้าง Office Drama แบบไม่รู้ตัวและลดการสร้างศัตรู

ไม่ตกเป็นทาสอารมณ์ตัวเอง – ลองนึกย้อนดูว่าอารมณ์แบบไหนช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน (มีแรงบันดาลใจ ,มุ่งมั่น ,ร่าเริง และสงบ) และอารมณ์ไหนที่ตรงข้าม (โกรธ ,เบื่อ ,กลัว และกังวล) จากนั้นประเมินตัวเองว่าเฉลี่ยแล้วในวันทำงานสัดส่วนอารมณ์ฝั่งดีหรือร้ายมากกว่านั้น และทุกครั้งก่อนคุยกับเพื่อนร่วมงานหรือหัวหน้า สังเกตุอารมณ์ตัวเองก่อนว่าอยู่ในโหมดไหน ถ้าอารมณ์ยังขุ่นมัวอยู่ ให้ตั้งสติและปรับให้ดีขึ้นโดยด่วน เชื่อเถอะพวกเขาสัมผัสได้ และคงไม่ใครอยากทำงานกับคนเจ้าอารมณ์

ที่มา : success.com



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer