มาม่าผลิตซองแรกในไทยเมื่อปี 2515 ปีหน้ามาม่าจะอายุครบ 50 ปี

เริ่มทำการส่งออกเมื่อประมาณ 30 ปีก่อน 

 ในขณะที่สินค้าบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปทั้งอินเตอร์แบรนด์ โลคอลแบรนด์ วางขายมากมายหลายร้อยแบรนด์ในแต่ละประเทศ

แต่ทำไมลูกค้าถึงได้เลือกมาม่า  

มาม่า ไม่ได้อร่อย แค่คนเอเชีย 

พจนา พะเนียงเวทย์ ทายาทคนที่ 2 ของพิพัฒ พะเนียงเวทย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด (มหาชน)  ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ร่วมขับเคลื่อนแบรนด์ไปต่างประเทศ ได้ให้สัมภาษณ์พิเศษกับ Marketeer ถึงจุดเริ่มต้นในการบุกตลาดต่างประเทศของมาม่าว่า

มาม่าผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปวางขายในประเทศไทยครั้งแรกเมื่อปี 2515 ในราคาซองละ 2 บาท ในขณะที่บะหมี่บ้านเราในช่วงเวลานั้นชามละ 1.50 บาท การทำตลาดในช่วงแรก ๆ จึงไม่ได้ง่ายเลย  และในขณะนั้นในตลาดก็ยังมีบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปยี่ห้ออื่น ๆ เช่น ซันวา ยำยำ และไวไว วางขายอยู่แล้วด้วย

จนกระทั่งโอกาสในการส่งไปขายในต่างประเทศ ประเทศแรกที่ส่งออกคือ สหรัฐอเมริกา

สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งที่ช่วยผลักดันทำมาม่าให้เติบโตได้ดีในต่างประเทศมาจากความโอบอ้อมอารีของผู้เป็นพ่อ

ในช่วงที่เกิดสงครามเวียดนามคุณพ่อก็เอามาม่าไปบริจาคให้กับพวกลี้ภัยในค่ายอพยพ ซึ่งเมื่อคนกลุ่มนี้ได้อพยพไปยังประเทศต่าง ๆ ไปเห็นสินค้าเราที่เคยได้กินเมื่อตอนยากลำบากก็กลับมาเป็นลูกค้า เราก็เริ่มต้นเจาะตลาดจากชุมชนชาวเอเชียก่อนที่จะเจาะตลาดเข้าไปในห้างค้าปลีกต่าง ๆ บางคนที่ได้กลายเป็นเจ้าของธุรกิจและอิมพอร์ตสินค้าไปขาย มาม่าแบรนด์ของเรานี่ล่ะค่ะ ที่เขานึกถึง”

เธอยังมีเรื่องเล่าที่ประทับใจของการทำตลาดในประเทศฟินแลนด์ว่า คนฟินแลนด์ ในเมืองไทยได้ลองกินมาม่าและชอบ จากนั้นเลยตามมาหาถึงบริษัท เพื่อติดต่อขอนำไปขายในซูเปอร์มาร์เก็ตที่ประเทศของเขา

“เขามีการทำตลาดโดยจ้างคนมาใส่ชุดไทย และทำชงชิมวันเสาร์อาทิตย์ติดกันตลอด ทำให้คนสนใจมาซื้อ ยอดขายก็เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ตอนนั้นเขาได้พื้นที่โฆษณามา แต่ไม่มีเงินจ้างทำ TVC เราเลยส่ง TVC ตัวมาม่าหมูสับไปให้ ซึ่งพูดเป็นภาษาไทยทั้งเรื่อง และทำปิดท้ายตอนจบด้วย sub ภาษาฟินแลนด์แค่ประโยคเดียว แต่ทำให้คนที่นั่นรู้จักแบรนด์มาม่าเยอะขึ้นมาก”

 

จากปรากฏการณ์นั้น สรุปได้ว่าไม่ใช่แค่เพียงคนเอเชียเท่านั้นที่ชอบกินมาม่า คนฝรั่งท้องถิ่นก็ชอบ

พิพัฒเลยให้โจทย์กับพจนาผู้เป็นลูกสาวว่า ให้ไปหาช่องทางขายคนฝรั่งท้องถิ่น การบุกตลาด ยุโรปและอเมริกาเลยเริ่มต้นมา

วันนี้ยอดขายมาม่าในต่างประเทศปีละประมาณ 4,300 ล้านบาท  จากรายได้รวมของบริษัท ทั้งในประเทศและต่างประเทศกว่า 14,300 ล้านบาทต่อปี

โดยส่งออกสินค้าไปจำหน่ายในทุกทวีปทั่วโลกมาเป็นเวลามากกว่า 30 ปี รวม 68 ประเทศ อาทิ สหรัฐอเมริกา ฟินแลนด์ เยอรมนี เนเธอร์แลนด์ แอฟริกาใต้ เลบานอน อังกฤษ ยูเครน ไอส์แลนด์ จีน อินเดีย กัมพูชา ญี่ปุ่น เกาหลี เป็นต้น

ประเทศที่ขายดีอันดับต้น ๆ คือกัมพูชา สหรัฐอเมริกา ฟินแลนด์ รัสเซีย

มีโรงงานตั้งอยู่ในประเทศไทย 5 แห่ง และต่างประเทศ 4 แห่ง ได้แก่ ฮังการี บังกลาเทศ เมียนมา และกัมพูชา   

ส่วนตลาดเป้าหมายใหม่ที่วางไว้คือคนในประเทศแถบตะวันออกกลาง และกลุ่มคนในประเทศอินเดีย ซึ่งนับวันจะมีจำนวนคนที่เพิ่มมากขึ้น รวมทั้งมีเป้าหมายในการเพิ่มฐานการผลิตบนเส้นทางสายไหม One Belt One Road เพื่อขนส่งสินค้าทางรถไฟแทนเรืออีกด้วย

“ในประเทศมาร์จินต่อซองน้อยมากเพราะราคาต้นทุนผันผวนตลอดเวลา ในขณะที่มาม่าขยับปรับราคาไม่ค่อยจะได้ ส่วนในต่างประเทศมาร์จินก็จะขึ้นอยู่กับอัตราแลกเปลี่ยนด้วย แต่แน่นอนกำไรยังดีกว่าขายในประเทศ”

มาม่าขนาด 60 กรัม ราคา 6 บาทที่ขายในเมืองไทยนั้นที่ยุโรปและอเมริการาคาซองละประมาณ 18-20 บาท

ปัจจุบัน มาม่า มีทั้งหมด 65 รสชาติ ที่ขายอยู่ในต่างประเทศมีประมาณ 35 รสชาติ รสชาติที่ขายดีคือ หมูสับ, ต้มยำกุ้ง, ไก่, ต้มยำกุ้งน้ำข้น

ส่วนรสชาติยอดนิยมในอเมริกาซึ่งคนเอเชียมีจำนวนมาก คือรสต้มยำกุ้ง ส่วนชาวยุโรปชื่นชอบรสไก่ 

รายได้รวมของบริษัทไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) ทั้งในประเทศและต่างประเทศกว่า 14,300 ล้านบาทต่อปี 70% คือรายได้ในประเทศ 30% คือรายได้จากการส่งออก โดยมีมาม่าเป็นแบรนด์สินค้าหลัก

Key Success ของมาม่า

ในแต่ละประเทศสินค้าบะหมี่สำเร็จรูปมีทั้งอินเตอร์แบรนด์ โลคอลแบรนด์ วางขายมากมายหลายร้อยแบรนด์   

อะไรคือ Key Success สำคัญที่ทำให้มาม่า แบรนด์ไทยถึงยังโดดเด่นและสามารถขยายไปได้ทั่วโลก

 “ในส่วนตัวไม่ได้คิดว่าเราขายบะหมี่นะคะ แต่เรากำลังขายอาหารไทย ขายรสชาติของความเป็นไทยที่หลากหลายแล้วแต่จะชอบ”

ดังนั้น ปัจจัยของความสำเร็จ อย่างแรกพจนาบอกว่ามาจากการขายคุณภาพของสินค้า และรสชาติแบบไทย ๆที่อยู่ในบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปหลากหลายรสชาติ

2. ได้คู่ค้าที่ดี มีวิธีการที่จะช่วยพูดช่วยกันบิวต์แบรนด์ให้คนซื้อมั่นใจในตัวคุณภาพของสินค้ามากขึ้นถึงแม้จะมีบะหมี่ของประเทศอื่น ๆ เข้ามาลดราคาเพื่อทำการแข่งขันก็ตาม

3. การร่วมมือกันระหว่างทีมงานทั้งฝ่ายผลิต ฝ่าย R&D และฝ่ายขาย ที่ทำงานเหมือนเป็นครอบครัวเดียวกัน

4. มีสินค้าที่หลากหลายรสชาติ สามารถเลือกไปทำตลาดให้สอดคล้องกับความต้องการของคนในประเทศนั้น ๆ ได้

5. มีนวัตกรรมของสินค้าเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าความต้องการเปลี่ยนแปลงแค่ไหน ก็จะมีสินค้าที่ตอบโจทย์กับทุกกลุ่มลูกค้าเสมอ

รวมทั้งการเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ที่เข้าร่วมโครงการคาร์บอนฟุตพรินต์ผลิตภัณฑ์ เพื่อแสดงถึงความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม

“เรายังใส่ใจในประเด็นที่ละเอียดอ่อน เช่น การใช้น้ำมันรำข้าวแทนน้ำมันปาล์มในผลิตภัณฑ์ที่ส่งไปจำหน่ายยังยุโรป เพื่อลดผลกระทบเรื่องการปลูกปาล์มในพื้นที่ที่อยู่อาศัยของอุรังอุตัง”

 

 เธอบอกว่า

 “ในส่วนตัวคิดว่าตัวเองโชคดีด้วย เพราะน้อง ๆ ในทีมแอกทีฟมาก จะมองเห็นโอกาสในการขายในการสร้างแบรนด์ให้คนได้รู้จักตลอดเวลา เหมือนกับที่คุณพ่อเคยสอนว่าเงินมันตกอยู่บนถนนเต็มไปหมด ขึ้นอยู่กับเราจะก้มลงเก็บหรือเปล่า

 นอกจากทีมงานพจนายังมีพี่น้องทั้งหมด 7 คนที่เข้ามาช่วยกันทำงานในบริษัท

 “พี่น้องทุกคนของตระกูลนี้เก่งทุกคน คุณพ่อวางหมากให้ลูก ๆ เข้ามาทำงานด้วยนานแล้ว   ตอนนี้เลยเหมือนจิ๊กซอว์ที่ลงตัว แน่นอนเมื่อต่างคนต่างเก่ง บางครั้งความคิดอาจจะไม่ตรงกัน คุณพ่อก็จะบอกว่าเป็นพี่น้องกันต้องสามัคคี แค่นี้จบ และพวกเราก็ต้องกลับมานั่งทำความเข้าใจกัน”  

ความสามัคคี มีอะไรต้องคุยกัน และต้องเคารพซึ่งกันและกัน คือวิธีการในการทำงานกับคู่ค้า ทีมงาน และคนในครอบครัว เป็นอีกเคล็ดลับสำคัญของมาม่าแบรนด์ ที่ยาวนานมาถึง 49 ปี  

พจนา ย้ำว่า “เพราะพวกเราคือ MAMA Family”   

———————————————-

 ปี 2021 มาม่าคว้ารางวัลอันทรงเกียรติ Prime Minister’s Export Award 2021 ที่กรมการส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เป็นผู้จัดขึ้น ถึง 2 รางวัลได้แก่ Best Exporter หรือผู้ส่งออกธุรกิจยอดเยี่ยม และประเภท Best Thai Brand หรือแบรนด์ไทยยอดเยี่ยม

ซึ่งก่อนหน้านี้เคยได้รับมาแล้ว 3 ครั้ง โดยในปี 2539 ได้รับประเภท Best Thai Brand ปี 2547 ได้รับประเภท Best Exporter และ Thai Owned Brand และปี 2556 ได้รับประเภท Best AEC Business Enterprise Award

แน่นอน รางวัลนี้จะเป็นตัวการันตีที่สำคัญในการที่จะทำให้มาม่าขยายตลาดไปทั่วโลกอีกด้วย 

I-

 



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน