ปี 2559 เป็นปีที่เต็มไปด้วยความผันผวนมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการเมืองระหว่างประเทศ ค่าเงินบาท ตลาดเงิน รวมถึงตัวแปรภายในประเทศหลายอย่าง ซึ่งจากการคาดการณ์ของ K Research แล้วปี 2560 น่าจะดีขึ้นเล็กน้อย แต่ความเสี่ยงระลอกใหม่กำลังเข้ามา

โดยก่อนจะไปดูเรื่องเครียด มาดูด้านดีๆ ของปี 2559 ก่อนดีกว่า

1.มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ

หลังจากที่การใช้จ่ายในประเทศซบเซา มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่าง ช๊อป-กิน-เที่ยว ช่วยชาติ ก็น่าจะดัน GDP Growth ของประเทศให้กลับมาอยู่ที่ 3.3% โดยคาดว่า 19,000 ล้านที่ลงทุน ประชาชนน่าจะเอามาใช้หนี้ และก็ช๊อปช่วยชาติ

2.การท่องเที่ยว

อย่างที่ทราบกันดีว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไร ภาคการท่องเที่ยวก็ยังอยู่ได้ ถึงแม้จะว่าปลายปี 2560 กิจกรรมรื่นเริงจะถูกงดไป นักท่องเที่ยวจีนจะลดน้อยลง แต่เม็ดเงิน และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องก็ได้ผลกระทบเชิงบวก

 

ส่วนปัจจัยที่ต้องจับตามองของไทย ปี 2560 มีดังนี้

1.การบริโภคชะลอตัวหลังจากการใช้จ่ายล่วงหน้าในช่วงปีใหม่ : ถึงแม้ว่าการช๊อปช่วยชาติจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ 2559 ได้จริง แต่ก็เหมือนกับกรณีรถคันแรก ที่ดูด Demand ในอนาคตมาใช้ ฉะนั้นในช่วงต้นปี 2560 การบริโภคน่าจะลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา

2.การส่งออกและการลงทุนของเอกชนยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ : ความเชื่อมั่นยังเป็นสิ่งที่ภาคเอกชน โดยเฉพาะ Big Corp ยังให้ไม่เต็ม 100% ดังนั้นภาครัฐต้องเริ่มทำนโยบายหลายอย่างที่วางแผนไว้ให้เห็นเป็นรูปเป็นร่างได้แล้ว โดยจากปี 2014 การส่งออกอยู่ที่ -5.8% ปี 2016 อยู่ที่ -0.5% คาดว่าปี 2017 จะเป็นบวก 0.8%

3.โครงการลงทุนภาครัฐเดินหน้า : โครงการของภาครัฐมีปริมาณเงินที่มหาศาล แต่การเบิกงบมาใช้ให้ได้ตามแผนนั้น เป็นอุปสรรคของความล่าช้า ถ้าสามารถเร่งเบิกจ่ายงบให้ทันในช่วงกลางปี คาดว่าปลายปีเศรษฐกิจไทยก็จะรักษาระดับได้

4.หนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง : การให้เงินคนจนก็ช่วยได้ส่วนหนึ่ง แต่ปัญหาหนี้ครัวเรือนก็ไม่สามารถแก้ได้ จากการให้เงินกินขนมเพียงอย่างเดียว ปัญหาสินค้าราคาเกษตรต้องมีมาตรการรองรับมากขึ้น

 

ศึกในก็หนักแล้ว ศึกนอกก็รายล้อมไปหมด

1.ความผันผวนตลาดเงินโลก กับทิศทางการปรับขึ้นดอกเบี้ยสหรัฐ : ปี 2559 เป็นปีแห่งความผันผวนของตลาดเงินก็ว่าได้ ตลาดหุ้นไทยก็โดนคลื่นซัดไปหลายรอบ ดังนั้นในปี 2560 น่าจะยังเป็นปีที่นักลงทุนต้องระวังตัว

2.Brexit : ปี 2017 จะถึงช่วงเจรจาของอังกฤษกับยูโรโซน ดังนั้นผลการเจรจาข้อตกลงการค้าสามารถออกได้หลายรูปแบบมากๆ ฉะนั้นสำหรับไทย นี่ก็เป็นประเด็นสำคัญที่ต้องจับตา

3.การเมืองในยุโรป : นอกจากอังกฤษแล้ว เยอรมัน เนเธอร์แลนด์ และฝรั่งเศสเป็นประเทศที่จะมีการเลือกตั้ง รวมไปถึงความขัดแย้งระหว่างทวีปน่าจะทำให้ปีนี้ ยูโรโซนไม่น่าจะมีข่าวดีให้เห็น

4.เสถียรภาพเศรษฐกิจจีน : จีนจะยังคงประสบปัญหาการชะลอตัวอยู่ แต่คาดว่าการส่งออกไปจีนที่ลดลง น่าจะทดแทนด้วยการเข้ามาลุยตลาดไทยของจีน ที่เริ่มเห็นได้จากแบรนด์อย่าง Alibaba และ Tencent เป็นต้น

 

แต่ข่าวดีก็ยังพอมีเพราะ K-Research คาดว่าภูมิภาคอาเซียนจะยังคงเติบโตที่ระดับ 4.7% ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างคงที่ และเราจะเห็นความร่วมมือกันระหว่างภูมิภาคมากขึ้นในปีนี้ หลังจากที่เราไม่สามารถพึ่งพาทวีปอื่นๆ ได้อย่างเคย