ในเมื่อโรงสีกดราคา ชาวนาเลยขายข้าวเสียเอง ได้กลายเป็นเทรนด์ที่ใครๆ ก็พูดถึงในเวลานี้ แอดมินเองก็เคยมีประสบการณ์ในการซื้อข้าวไรซ์เบอรี่จากชาวนาโดยตรงด้วยการโทรถามและไลน์คุยซึ่งถือว่าเป็นการช่วยชาวนาโดยตรง ในวันที่ใครๆ ก็คิดถึงเทคโนโลยี การเป็นชาวนาออนไลน์ขายข้าวระดับพรีเมียมไม่ยากเลย ถ้ามี 6 สิ่งนี้

1.ข้าวคุณภาพดี สร้างสตอรีเด่น
สร้างความแตกต่างจากข้าวถุงละข้าวกระสอบด้วยคุณภาพของข้าว ด้วยการบรรยายคุณภาพ ความนุ่มของข้าว และกรรมวิธีการปลูก พร้อมสตอรี่ต่างๆ ดึงดูดความสนใจบนพื้นฐานความเป็นจริง พร้อมรูปประกอบ เพราะถ้าลูกค้าซื้อข้าวไปรับประทานแล้วไม่เป็นจริงอย่างที่อ้างอิง ก็จะเปลี่ยนใจไปเจ้าอื่นได้ โดยเฉพาะถ้าเป็นการปลูกแบบออแกนิกจะเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับข้าว เพราะอย่างลืมว่าการขายข้าวออนไลน์จะมีต้นทุนด้านการขนส่งไม่ต่ำกว่า 10 กิโลกรัม ต่อ 200 บาท ในกรณีขนส่งผ่านไปรษณีย์
2.แพคเก็จจิ้งง่ายต่อการขนส่ง
แพคเก็จสวยมีชัยไปกว่าครึ่ง แต่ถ้าเป็นแพคเก็จจิ้งที่ขนส่งง่ายไม่แตกต่างจากข้าวที่จำหน่ายตามเชลฟ์จะดีกว่า เพราะด้วยน้ำหนักของข้าวที่หนักถ้าบรรจุไม่ดี ระหว่างขนส่งจะเกิดความเสียหายได้ การแพคข้าวแพคเพียง 1 กิโลกรัมต่อแพคจะสะดวกในการเปิดมารับประทานมากกว่าข้าว 5 กิโลกรัม
ในกรณีที่สร้างความแตกต่างให้กับข้าวเพื่อเป็นของขวัญในช่วงปีใหม่ แพคเก็จจิ้งเก๋ๆ พร้อมคำอธิบายชิคๆ ก็เป็นการสร้างมูลค่าให้กับข้าวไม่เลวเลยทีเดียว
3.ช่องทางการติดต่อสะดวก
ถึงแม้จะเป็นข้าว แต่อย่าลืมว่า การขายข้าวออนไลน์ไม่ได้ขายข้าวผ่านหน้าร้าน ซึ่งลูกค้าอาจมีข้อสงสัยในการสั่งซื้อ และการมีช่องทางที่ติดต่อสะดวกจะทำให้ลูกค้าตัดสินใจในการสั่งซื้อข้าวง่ายขึ้น
4.ขนส่งง่ายต่อการรับ
อุปสรรค์ในการขายข้าวออนไลน์คือต้นทุนการขนส่งที่แพง และอาจจะไม่สะดวกในการรับข้าวของลูกค้าบางราย เช่นการส่งข้าวทางไปรษณีย์กรณีแบบฝากส่งถ้าข้าวมีน้ำหนักมากเกินไปรษณีย์จะแจ้งให้มารับข้าวที่สำนักงานไปรษณีย์ในเขตพื้นที่แทน
5.ระบุวันเก็บเกี่ยว การันตีชาวนาตัวจริงไม่แอบอ้าง
การระบุวันเก็บเกี่ยวของข้าว พร้อมการันตีจากข้าวของที่นาเป็นการสร้างความน่าเชื่อถือให้กับผู้ซื้อได้ว่าข่าวที่รับประทานนั้นขายตรงจากคันนา ไม่ใช่พ่อค้าคนกลางที่แอบอ้าง
6.จำหน่ายผ่านเฟซบุ๊ก ฝากขายตามเว็บก็ได้เหมือนกัน
เฟซบุ๊กเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ลูกค้ารู้จักข้าวของชาวนาได้มากขึ้น และยังเป็นเครื่องมือที่ช่วยในการติดต่อสื่อสารที่สะดวก ลูกค้าสามารถสอบถามได้โดยตรงผ่านช่องทางนี้ ชาวนาอาจสร้างเป็นเพจ หรือบุคคลเพื่อให้ลูกค้าเข้ามาทำความรู้จัก และตัดสินใจซื้อข้าวผ่านเรื่องราวต่างๆ ที่โพสต์ลงในเฟซบุ๊ก ไม่ว่าเป็นเป็นวันปลูกข้าว ข้าวตั้งรวง วันเก็บเกี่ยวและอื่นๆ นอกจากนี้เฟซบุ๊กยังสามารถแชร์และบอกต่อเรื่องราวของชาวนาและข้าวที่จำหน่ายไปยังเพื่อนๆ ของลูกค้าได้ง่ายด้วย
นอกจากนี้ช่องทางการจำหน่ายผ่านเว็บไซต์ฝากสินค้าเพื่อการเกษตรก็เป็นช่องทางหนึ่งที่ทำให้ลูกค้ารู้จักชาวนามากขึ้น เพราะลูกค้าที่เข้ามาในเว็บไซต์เหล่านี้จุดมุ่งหมายคือซื้อสินค้าการเกษตรและข้าวจากชาวนา โดยชาวนาสามารถเข้าไปฝากร้านในเว็บไซต์พร้อมลิงค์ข้อมูลมายังเฟซบุ๊กเพื่อให้รู้จักกับชาวนามากยิ่งขึ้นก็ได้
และด้วยกระแส ชาวนาขายข้าวเอง ทำให้ดารา เช่นป๋อ ณัฐวุฒิ เปิดช่องทางให้ชาวนาฝากร้านใน IG เป็นการโปรโมทให้อีกแรงหนึ่งเช่นกัน
