ด้วยเศรษฐกิจที่ซบเซา คนไทยจึงควักเงินออกจากกระเป๋ายากขึ้น แม้แต่ตัวเลขของตลาดสินค้าที่มีความจำเป็นในชีวิตประจำวันอย่างกลุ่ม FMCG ในช่วงที่ผ่านมา ก็ยังลดลงอย่างน่ากังวลใจ
แต่ที่แปลก คือสินค้าที่ไม่มีความจำเป็นอย่างเบเกอรี่ กลับเติบโตเรื่อย ๆ ทุกปี ปีละประมาณ 7-9% จากในปี 2015 ที่มีมูลค่าตลาดแตะถึง 2.58 หมื่นล้านบาท
และในปี2016 นี้ที่ทาง Euromonitor คาดว่ามูลค่าของตลาดนี้อาจจะทะยานไปถึง 2.74ล้านบาทเลยทีเดียว ซึ่งหลายคนอาจสงสัยว่าทั้ง ๆ ที่คนไทยใช้จ่ายเงินยากขึ้น แต่ทำไมสินค้าที่ไม่จำเป็นอย่างเบเกอรี่ถึงเติบโตสวนทางตลาดแบบนี้
วันนี้ Marketeer มีคำตอบ

1.สังคมยุคใหม่ที่เร่งรีบ : ทำให้อาหารพร้อมทาน รวมไปถึงเบเกอรี่(อาหารที่ทานได้ง่ายๆ) ตอบสนองพฤติกรรมคนยุคใหม่ได้เป็นอย่างดี
2.สังคมเมืองเติบโตเร็ว : เบเกอรี่จึงเข้าถึงผู้บริโภคได้ง่ายขึ้น
3.แฟชั่นและเทรนดี้ : เพราะผู้บริโภคในยุคนี้นิยมความทันสมัย หลากหลาย และความแปลกใหม่ ซึ่งเบเกอรี่ก็ตอบโจทย์ตรงนี้ได้เป็นอย่างดีเช่นกัน
โดยส่วนแบ่งของประเภทเบเกอรี่ที่ได้รับความนิยมในไทยแบ่งออกได้เป็น 4 ประเภทหลัก ๆ คือ
ขนมปังและโรล 40.0%
ทาร์ต,ขนมอบต่าง ๆ 36.0%
เค้ก 23.7%
และขนมประเภทอื่น ๆ อีก 0.2%

ซึ่งส่วนแบ่งของแบรนด์ขนมอบต่าง ๆ ที่ได้รับความนิยมในไทยได้แก่
1.ฟาร์มเฮ้าส์ 28.5%
2.เลอแปง 9.8%
3.S&P 4.7%
4.ยูโร่ 2.6%
ส่วนผู้ที่ได้ Market Share จากตลาดนี้ไปได้มากที่สุดที่ 40.0% นั่นก็คือพวกขนมอบไม่บรรจุหีบห่อ นั่นเอง

และด้วยอัตราการเติบโตที่แม้จะ ‘ไม่ก้าวกระโดดแต่โตอย่างยั่งยืน’ ของตลาดนี้ทำให้บริษัท ฟู้ด ออฟ เอเชีย จำกัด ในเครือไทยเบฟเวอเรจ ร่วมทุนกับ มร.ไมเคิลวู เจ้าของแบรนด์ขนมสัญชาติฮ่องกงอย่าง ‘mx cakes & bakery’ นำเบเกอรี่สไตล์ฮ่องกงนี้เข้ามาเปิดในไทย เพื่อที่จะช่วยขยายอาณาจักรธุรกิจอาหารในเครือไทยเบฟอย่างเต็มรูปแบบ ด้วยทุนจดทะเบียนตั้งต้น 40 ล้านบาท

หวังเจาะตลาดกลุ่ม Mass Premium ด้วยราคาที่สามารถเข้าถึงได้ ตั้งเป้าภายในปี 2020 จะมีประมาณ 80-100สาขา ด้วย Business Model ที่ค่อนข้าง Flexible คือยืดหยุ่นตามเนื้อที่ ๆ จะไปตั้งร้าน หากร้านไหนมีพื้นที่เยอะก็อาจจะมีโต๊ะให้นั่งทานก็เป็นได้

ซึ่งสาขาแรกนี้ตั้งอยู่ที่สยามพารากอน กับเนื้อที่ 500 ตรม. ด้วยงบลงทุนสาขาประมาณ 5 ล้านบาท แต่ที่น่าสนใจคือที่ตั้งของร้าน ที่อยู่ติดกับ S&P ให้ผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาได้ตัดสินกันตรงหน้าเลยว่าจะเลือกเข้าร้านไหน
เพราะร้านนึงก็ติดตลาดในไทยไปแล้ว
ส่วนอีกร้านนึงก็ชูจุดแข็งความเป็นเบเกอรี่ในสไตล์ฮ่องกง ที่ยังไม่มีคู่แข่งรายไหนทำมาก่อน
