บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ ธนาคารไทยพาณิชย์ ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน ยกระดับความร่วมมือในการทำธุรกรรมสัญญาอนุพันธ์ป้องกันความเสี่ยงทางการเงิน โดยนำผลการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ขององค์กรมาใช้เพื่อการพิจารณาอัตราดอกเบี้ย (ESG-Linked Interest Rate Swap) ซึ่งมีผลกระทบเชิงบวกต่อต้นทุนทางการเงินขององค์กร นับเป็นการต่อยอดความสำเร็จจากความร่วมมือในการทำสัญญาอนุพันธ์อ้างอิงอัตราดอกเบี้ย THOR ในปีที่ผ่านมาให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น โดยกำหนดหลักเกณฑ์พิจารณาจาก 3 องค์ประกอบ ดังนี้ 1. ผลดัชนีความยั่งยืน      ดาวโจนส์  (DJSI) 2. ผลการกำกับดูแลกิจการที่ดี (CG Score) ของสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย และ 3. ความสามารถในการลดปริมาณการใช้พลาสติกประเภทใช้ครั้งเดียว ซึ่งเป็นแนวทางที่สอดรับกับบริบทสากลที่ทุกคนต้องมีส่วนร่วมในการบรรเทาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเพื่อก้าวไปในอนาคตอย่างยั่งยืน     

ในปีนี้ บริษัทได้รับคัดเลือกให้เป็นสมาชิกในกลุ่มดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ (DJSI) สำหรับประเทศที่กำลังพัฒนาต่อเนื่องกันเป็นปีที่ 8 และได้รับการจัดอันดับให้เป็นบริษัท “ดีเลิศ” (5 ดาว) ในรายงาน Corporate Governance Report ประจำปี 2564 ซึ่งจัดทำโดยสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทยต่อเนื่องกันเป็นปีที่ 9 อีกทั้ง บริษัทได้มีการลดการใช้พลาสติกประเภทใช้ครั้งเดียวมาอย่างต่อเนื่อง โดยมีการทดแทนด้วยวัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและการออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่ใช้พลาสติกน้อยลงเมื่อเป็นไปได้ 

นายไบรอัน เจมส์ เดลานี่ ประธานเจ้าหน้าที่การเงิน บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ถึงแม้การแพร่ระบาดจากสถานการณ์โควิด-19 จะส่งผลกระทบอย่างยิ่งต่อธุรกิจอาหารและโรงแรมซึ่งเป็นธุรกิจหลักขององค์กร แต่บริษัทไม่เคยย่อท้อเร่งปรับตัวและรักษามาตรฐานการดำเนินธุรกิจตามแนวทางแห่งความยั่งยืน โดยให้ความสำคัญในเรื่อง ESG  เพราะเชื่อว่าจะสามารถเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจในระยะยาวและยังช่วยเปลี่ยนแปลงโลกไปในทางที่ดีขึ้น เป็นเรื่องน่ายินดีอย่างยิ่งที่ธนาคารไทยพาณิชย์ มองเห็นความตั้งใจและความทุ่มเทของบริษัทตลอดที่ผ่านมา จนนำมาสู่การต่อยอดความร่วมมือในการทำสัญญาอนุพันธ์อ้างอิงอัตราดอกเบี้ย THOR สู่การเชื่อมโยงระหว่างผลการดำเนินงานด้าน ESG กับการพิจารณาอัตราดอกเบี้ย (ESG-Linked Interest Rate Swap) ซึ่งเชื่อว่าจะช่วยให้ต้นทุนทางการเงินของบริษัทดีขึ้น ทั้งนี้ บริษัทไมเนอร์ฯ จะมุ่งมั่นพัฒนาผลงานด้าน ESG ให้ผ่านหลักเกณฑ์การพิจารณาของธนาคารด้วยดี และขอสนับสนุนให้องค์กรธุรกิจเอกชนไทยตระหนักถึงความสำคัญในเรื่อง ESG มากขึ้น เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนของทั้งองค์กรเอง และผู้มีส่วนได้เสียโดยรวม อีกทั้งยังเป็นเทรนด์ในระดับสากล ที่จะมีอิทธิพลต่อการทำธุรกิจในแง่มุมต่าง ๆ มากขึ้นแน่นอนในอนาคต ความร่วมมือระหว่างบริษัทไมเนอร์ฯ และธนาคารไทยพาณิชย์ เป็นหนึ่งตัวอย่างที่สะท้อนให้เห็นว่านอกจากจะสร้างประโยชน์ต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมแล้ว ESG ยังสามารถสร้างผลประโยชน์ต่อต้นทุนทางการเงินขององค์กรได้อีกด้วย”

ข้อมูลเกี่ยวกับบริษัท: บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) (MINT) เป็นผู้นำในการดำเนินธุรกิจระดับสากล โดยประกอบ 3 ธุรกิจหลัก ได้แก่ ธุรกิจโรงแรม ธุรกิจร้านอาหาร และธุรกิจจัดจำหน่ายสินค้าไลฟ์สไตล์ MINT ดำเนินธุรกิจโรงแรมทั้งในรูปแบบเป็นเจ้าของเอง บริหารจัดการ และร่วมลงทุน โดยมีโรงแรมและเซอร์วิส สวีทมากกว่า 520 แห่ง ภายใต้แบรนด์ อนันตรา, อวานี, โอ๊คส์, ทิโวลี, เอ็นเอช คอลเลคชั่น, เอ็นเอช โฮเทลส์, นาว, เอเลวาน่า, แมริออท, โฟร์ซีซั่นส์, เซ็นต์ รีจิส, เรดิสัน บลู และโรงแรมในกลุ่มไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล ใน 56 ประเทศในเอเชียแปซิฟิก ตะวันออกกลาง แอฟริกา คาบสมุทรอินเดีย ยุโรป อเมริกาใต้ และอเมริกาเหนือ นอกจากนี้ MINT เป็นผู้นำในธุรกิจร้านอาหาร ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชีย โดยมีร้านอาหารกว่า 2,300 สาขา ใน 23 ประเทศ ภายใต้แบรนด์ เดอะ พิซซ่า คอมปะนี, เดอะ คอฟฟี่ คลับ, ริเวอร์ไซด์, เบนิฮานา, ไทย เอ็กซ์เพรส, บอนชอน, สเวนเซ่นส์, ซิซซ์เลอร์, แดรี่ ควีน และเบอร์เกอร์ คิง อีกทั้งยังเป็นผู้นำด้านการจัดจำหน่ายสินค้าไลฟ์สไตล์และรับจ้างผลิต ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย ภายใต้แบรนด์ อเนลโล่, โบเดิ้ม, บอสสินี่, ชาร์ล แอนด์ คีธ, เอสปรี, โจเซฟ โจเซฟ, แรทลีย์, สโกมาดิ, สวิลลิ่ง เจ. เอ. เฮ็งเคิลส์ และไมเนอร์ สมาร์ท คิดส์ สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมเยี่ยมชมได้ที่เว็บไซต์ www.minor.com



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน