ตลาดฟังก์ชันนัลดริงก์ 2564 ยังคงแข่งกันเดือด แม้ตลาดจะติดลบ (วิเคราะห์)

ตลาดฟังก์ชันนัลดริงก์มีสีสันมากขึ้น เมื่อ Hi! จากค่าย TCP จับมือร่วมกับ DHC เปิด Hi! x DHC ทำตลาดในไทยเป็นที่เรียบร้อย

ความร่วมมือนี้เป็นความร่วมมือหลังจาก TCP ส่ง Hi! เข้ามาทำตลาดได้เป็นเวลาปีกว่า นับจากพฤษภาคม 2020 ที่ Hi! เข้ามาทำตลาดครั้งแรก

เหตุผลที่ Hi! จับมือกับ DCH เพื่อรุกตลาดฟังก์ชันนัลดริงก์ ประเทศไทย มาจากอะไร

 

1. ตลาดฟังก์ชันนัลดริงก์ ปีนี้ตก แต่ปีหน้าเติบโต

แม้ในปีนี้ตลาดฟังก์ชันนัลดริงก์จะหดตัวลง 5% เหลือมูลค่าเพียง 8,600 ล้านบาท เนื่องจากผลกระทบจากการประกาศล็อกดาวน์ประเทศเกือบทั้งปี

แต่ถ้ามองไปในอดีตหลายปีที่ผ่านมา ตลาดฟังก์ชันนัลดริงก์มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมาดื่มฟังก์ชันนัลดริงก์ เพื่อสุขภาพมากขึ้น

สิ่งเหล่านี้ทำให้ ประไพภักตร์ ไวเกิล ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดโกลเบิล (F&B) กลุ่มธุรกิจ TCP มีความมั่นใจว่า ตลาดฟังก์ชันนัลดริงก์ในปี 2022 จะเติบโตอีกครั้ง และเป็นการเติบโตมากถึง 9% ด้วยมูลค่ารวมกว่า 9,330 ล้านบาท

 

นอกเหนือจากตลาดฟังก์ชันนัลดริงก์จะกลับมาเติบโตอีกครั้งแล้ว

ประไพภักตร์ ยังให้ข้อมูลว่าในส่วนของกลุ่มของฟังก์ชันนัลดริงก์ประเภทวิตามินซี ยังเป็นตลาดที่มีมูลค่าสูงถึง 7,000 ล้านบาท จากตลาดมูลค่ารวม 9,330 ล้านบาทในปีหน้าด้วยเช่นกัน

 

จะเห็นได้ว่าตลาดฟังก์ชันนัลดริงก์ประเภทวิตามินซี เป็นตลาดขนาดใหญ่ และมีโอกาสในการเติบโตที่น่าสนใจจาก

– ตลาดรวมเครื่องดื่มฟังก์ชันนัลดริงก์ ประเภทวิตามินซี ผู้บริโภคยังมีอัตราการดื่มเพียง 40-50% ของประชากรทั้งประเทศ

– พฤติกรรมผู้บริโภคในการบริโภคเครื่องดื่มฟังก์ชันนัลดริงก์ประเภทวิตามินซี ในรูปแบบช็อต ผู้บริโภคจะดื่มประมาณอาทิตย์ละ 3-5 ขวด จากความต้องการเครื่องดื่มที่ดูแลสุขภาพ

ซึ่งพฤติกรรมนี้สอดคล้องกับข้อมูลของกันตาร์ ที่พบว่าคนไทย 80% ให้ความสำคัญกับการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย และมากกว่าค่าเฉลี่ยโลกที่อยู่ที่ 70%

และคนไทยถึง 74% เลือกที่จะสร้างภูมิคุ้มกันผ่านการบริโภคอาหารและเสริมอาหารต่าง ๆ

 

สำหรับเครื่องดื่มฟังก์ชันนัลดริงก์ในรูปแบบช็อต เช่น Hi!, C-Vitt, ดับเบิ้ลซี เป็นกลุ่มที่มีสัดส่วนถึง 75% ของตลาดรวม รองลงมาได้แก่ แคชชวล ฟังก์ชันนัล 15% และ เอสเซนส์ ฟังก์ชันนัล 10%

 

2. สร้างภาพลักษณ์แบรนด์ผ่าน Hi! X DHC

การจับมือกับ DHC เรามองว่าเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่สามารถนำแบรนด์ Hi! ที่คนไทยอาจจะยังไม่คุ้นเคยเท่าไรนัก จากการทำตลาดเพียงปีกว่า ให้สามารถสร้างภาพลักษณ์ในมุมของ แบรนด์เสริมอาหารในรูปแบบฟังก์ชันนัลดริงก์ ผ่าน คำว่า DHC ได้

และเป็นการใช้ชื่อ DHC ยังเป็นการตอกย้ำความมั่นใจให้กับผู้บริโภค

เนื่องจาก DHC ให้ผู้บริโภครู้สึกถึงความเป็นแบรนด์เสริมอาหารที่มีคุณภาพอันดับหนึ่งในญี่ปุ่นที่คนไทยรู้จักดี

และการที่มีคำว่า DHC อยู่ที่แบรนด์ของ Hi! ทำให้ผู้บริโภคมั่นใจในสินค้าว่าสามารถตอบโจทย์ด้านการสร้างภูมิคุ้มกันดูแลสุขภาพได้ดี และเลือกซื้อเพื่อดื่มแทนคู่แข่งเพราะมองว่าแบรนด์ DHC เป็นแบรนด์อาหารเสริมที่รู้จัก

 

 

3. Hi! ต้องการ Top 3 ในตลาดฟังก์ชันนัลดริงก์ วิตามินซี

ที่ผ่านมา ประไพภักตร์บอกกับเราว่า Hi! มียอดจำหน่ายติดอันดับ Top 5 ในตลาด และการจับมือกับ DHC จะเป็นหนึ่งในเกมที่ผลักดันให้ Hi! ขึ้นเป็น Top3 ของตลาดท่ามกลางการแข่งขันของเครื่องดื่มฟังก์ชันนัล ดริ้งก์ กลุ่มวิตามินซีที่มีผู้เล่นมากกว่า 10 แบรนด์ และมีแบรนด์ใหม่ ๆ เข้าสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง

กลยุทธ์หลังการจับมือกับ DHC ประกอบด้วย

เปลี่ยนชื่อเป็น Hi! X DHC เพื่อสื่อถึงผู้บริโภคให้รับรู้ว่าเครื่องดื่ม Hi! มีการร่วมมือกับ DHC ซึ่งเป็นแบรนด์อาหารเสริมอันดับหนึ่งในญี่ปุ่น

ยังคงใช้วิตามินซี 200% เป็นจุดขาย มี 3 รสชาติให้เลือก ได้แก่ มิกซ์เบอร์รี่ เลมอนเซโตซิ และส้มยูซุ ในราคา 15 บาทเท่าเดิม เพื่อเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่อายุ 18-35 ปี ที่รักสุขภาพ

ใช้งบการตลาด 200 ล้านใน 1 ปี เพื่อทำตลาด ในรูปแบบ 360 องศา ผ่าน 3 ชั้นตอนได้แก่

ขั้นตอนที่ 1 – สร้าง Awareness ถึงกลุ่มเป้าหมายด้วย TVC, สื่อออนไลน์ และ Internal Ambassador

ขั้นตอนที่ 2 – สร้าง Engagement ผ่าน KOLs ในโซเชียลมีเดีย เผื่อเกิด Social Engagement

และขั้นตอนที่ 3 – สร้าง Experience ด้วยการแจกสินค้า 500,000 ตัวอย่าง ในแหล่งชุมชน ในอินสโตร์ และร่วมมือกับแอปฟู้ดเดลิเวอรี่แนบสินค้าตัวอย่างไปกับทุกออเดอร์ที่สั่งจากร้านอาหารญี่ปุ่น  ร้านอาหารเพื่อสุขภาพ  และร้านอาหารยอดนิยมในต่างจังหวัด

ส่วนช่องทางจัดจำหน่ายมีการกระจายสินค้าไปยัง 80,000 ร้านค้าทั่วประเทศ และช่องทางอีคอมเมิร์ซ เพื่อให้ผู้บริโภคหาซื้อง่าย

และยังมีการสร้างภาพลักษณ์สื่อความเป็นแบรนด์ DHC จากญี่ปุ่นด้วยการร่วมมือกับ Discount Store และร้านขายยาญี่ปุ่น เช่น ดองกิ, มัตสึโมโตะ คิโยชิ, ซูรูฮะ UFM Fuji Super วางจำหน่ายสินค้าอีกด้วย

 

ทั้งนี้ การแข่งขันใน ตลาดฟังก์ชันนัลดริงก์ ประเภทวิตามินซี ยังคงแข่งขันกันที่ความเป็นวิตามินซี 200 เป็นหลัก และแต่ละแบรนด์จะมีจุดขายที่แตกต่างกันไป เช่น รสชาติ ภาพลักษณ์ และอื่น ๆ

ส่วนสิ้นปีหน้า Hi! X DHC จะขึ้นมาติด Top 3 ได้หรือไม่ เราคงต้องดูกันต่อไป

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน