ในวันนี้นักธุรกิจไทยมีความกล้ามากกว่ากลัว แต่ไม่เชี่ยวชาญในการทำธุรกิจนอกประเทศทำให้มองไม่เห็นโอกาส และส่วนใหญ่ธุรกิจคนไทยที่ประสบความสำเร็จจะอยู่ในประเทศไทยส่วนใหญ่ นิยมใช้ความคุ้นเคยในตลาดไทยทั้งกฎระเบียบการทำงานและกฎหมายไปใช้กับ CLVM แต่ CLMV ไม่เหมือนไทย ซึ่งนักธุรกิจบางคนเคยชินกับประเทศไทยและเมื่อเข้าไปทำธุรกิจใน CLMV จะเกิดคำถามพาร์ทเนอร์อยู่เสมอว่าทำไมที่ไทยทำได้แล้วประเทศใน CLMV ทำไม่ได้ ซึ่งเป็นคำถามเหมือนการดูถูกและจะเกิดการต่อต้านในที่สุด และเมื่อธุรกิจไทยจะไปสร้างตลาดใน CLMV จะต้องมองอะไรบ้าง

1.เข้าใจผู้บริโภค หลายแบรนด์ไม่ได้ลงทุนงบประมาณเพื่อศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภค และนำกลยุทธ์ความสำเร็จที่ใช้ในประเทศไทยยกมาใช้ในตลาด CLMV ส่วนใหญ่ไม่สำเร็จ โดยเฉพาะแบรนด์ใหญ่ในไทย ที่จำหน่ายสินค้าระดับแมส ราคาสมเหตุสมผล เมื่อเข้ามาทำตลาดที่ CLMV สินค้าที่จำหน่ายจะเป็น Import Brand ที่ต้องแข่งขันกับ Local Brand ทันที กลยุทธ์ที่ประสบความสำเร็จในไทยใช้ใน CLMV ต้องเป็นกลยุทธ์กัน จากราคาและภาพลักษณ์ของแบรนด์ที่แตกต่างกัน

2.สินค้าไทยได้รับความนิยมสูงมากใน CLMV ผู้บริโภคให้ความมั่นใจในสินค้าไทยเป็นสินค้าที่มีคุณภาพ นำหน้าสินค้าจากประเทศอื่น รวมถึงสินค้าในประเทศนั้นๆ ด้วย แต่นักธุรกิจไทยส่วนใหญ่ไม่นำความได้เปรียบของภาพลักษณ์สินค้าไทยเข้าไปสร้างแบรนด์ในตลาด CLMV ระยะยาว เน้นเพียงการนำสินค้าเข้ามาจำหน่ายเป็นล็อตๆ เมื่อสินค้าหมดถึงจะสั่งสินค้าเข้าไปจำหน่ายใหม่ นักธุรกิจไทยบางรายจึงไม่สำเร็จในตลาด CLMV

3.นักธุรกิจโดยเฉพาะ SMEs ส่วนใหญ่เข้าไปหวังผลในตลาดระยะสั้น การเข้าไปทำตลาดจึงเน้นการลงทุนระยะสั้นเพื่อจำหน่ายสินค้าในช่วงเวลานั้นๆ เท่านั้น ซึ่งการทำธุรกิจในรูปแบบนี้จะไปได้ไกลในตลาด CLMVและส่วนมใหการทำตลาดในต่างประเทศไม่เฉพาะ CLMV การลงทุนจะเป็นการลงทุนระยะสั้น การทำตลาดระยะยาวไม่จำเป็นต้องใช้เงินลงทุนมหาศาลแต่เป็นความตั้งใจในการดำเนินธุรกิจผ่าน Commitment กับผู้บริโภค และไม่หวังผลที่ได้จะกลับมาในระยะสั้นๆ รวมถึงโครงสร้างที่ใช้ในการซัพพอร์ตแบรนด์เช่นการมีคลังสินค้า จัดตั้งดิสทริบิวเตอร์ตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ ไม่ใช่เพียงการนำสินค้าเข้าไปจำหน่ายผ่านชายแดนซึ่งไม่สามารถควบคุมได้ และทำให้แบรนด์ขายสินค้าได้อย่างคงที่ มีสินค้ารองรับความต้องการเสมอ และการเข้าไปทำธุรกิจในรูปแบบนี้ในระยะยาวจะเป็นการดิสเครดิตนักธุรกิจรายใหม่ๆ ที่เข้าไปสร้างตลาดใน CLMV อีกด้วย

ทั้งนี้ในเขตการค้า AEC ไม่มีประเทศไหนติด CLMV มากเท่ากับไทย ไทยจึงมีความได้เปรียบด้านการค้าชายแดน ระบบขนส่ง และความใกล้เคียงกันของประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ความเป็นอยู่ การสื่อสาร

แบรนด์แข็งแกร่งในไทยควรบุก CLVM เพราะต้นทุนแบรนด์ดีอยู่แล้ว CLMV ติดต่อกับไทยอยู่ตลอดเวลา แบรนด์เป็นที่รู้จักอยู่แล้ว เช่นกระทิงแดงเข้าไปทำตลาดในเวียดนาม ประสบความสำเร็จด้วยส่วนแบ่งตลาดอันดับหนึ่ง เครื่องดื่มชูกำลังฉลาม แบรนด์ที่ไม่ใหญ่ในไทยแต่ประสบความสำเร็จในเมียนมาร์ ปูนซีเมนต์ไทยประสบความสำเร็จในกัมพูชาด้วยแบรนด์ใหม่ K Cement และเป็นแบรนด์ที่ได้ส่วนแบ่งตลาดอันดับหนึ่งของประเทศ ปตท. ขยายตลาดในลาวเปิดปตท.ปาร์ค อเมซอนคอฟฟี่ ได้รับความนิยมมาก เพราะคนลาวเดินทางมาไทยมากทั้งเวียงจันทร์ สุวรรณเขต ปักเซ ที่มีชายแดนติดกับไทย

ส่วนแบรนด์เล็กหรือผู้ผลิต OEM ในไทยมีโอกาสแจ้งเกิดใน CLMV ด้วยการนำเสนอภาพลักษณ์ของสินค้าไทย Thailand Quality ในแบรนด์ของตัวเอง เพราะในตลาดไทยจะโตลำบาก จากการแข่งขันที่สูงและมีต้นทุนการสร้างแบรนด์สูง แต่ใน CLVM ใช้เงินไม่สูงมากจากความนิยมสินค้าไทยใน CLMV ที่เป็นทุนเดิม

 

โอกาสที่ CLMV มาไทย

วันนี้สินค้าCLMV ยังไม่พร้อมบุกตลาดไทย แต่คาดว่าภายใน 5 ปีสินค้าจาก CLMV จะบุกตลาดไทยอย่างชัดเจนขึ้น เพราะนักธุรกิจ CLMV มีความตั้งใจและปรารถนาที่จะนำสินค้าเข้ามาเปิดตลาดในประเทศไทย จากการมองเห็นประเทศไทยเป็นตลาดที่ใหญ่และสำคัญอีกตลาดหนึ่ง นักธุรกิจ CLMV เป็นนักธุรกิจที่รวยเงินสด มีความกล้ามากกว่าความกลัว ส่วนใหญ่มีไลฟ์สไตล์คิดน้อยทำมาก ไม่ต้องมีแผนการตลาดชัดเจน แต่มีกำลังในการลงทุนและพร้อมที่จะลองผิดลองถูกในการเข้าสู่ตลาด ถูกต้องถึงที่เข้ามาทำตลาดในประเทศไทยในปัจจุบันถึงแม้จะมีจำนวนน้อยราย แต่มีความเด่นชัดขึ้น เช่นกาแฟดาวจากลาว แบรนด์จาก CLMV ยังโตไม่มาพอในการเข้าตลาดต่างประเทศ ยังไม่แข็งแรงพอ แต่สิ่งที่น่ากลัวคือมี “ความปรารถนาสูงในการขยายตลาดไปจำหน่ายต่างประเทศ” จากจำนวนและกำลังซื้อของประชากรในประเทศที่มีอยู่จำกัด เช่นลาวมีประชากรในประเทศ 5 ล้านคนเท่านั้น เหมือนกับกัมพูชาและเวียดนาม ส่วนเมียนมาร์คงยังเพราะเพิ่งเปิดประเทศและยุ่งอยู่กับการพัฒนาสินค้าจำหน่ายในประเทศ

ในวันนี้กำแพง AEC มีน้อยลง เป็นโอกาสของการเข้าตลาดไทย ซึ่งเป็นไปได้ว่าพวกเขาจะเข้ามากับพาร์ทเนอร์ต่างชาติที่มีความแข็งแกร่ง เช่น บริษัทจากประเทศลาวจอยซ์เวนเจอร์กับบริษัทประเทศจีนเพื่อบุกตลาดไทย เมียนมาร์จ๊อยซกับอินเดียมาไทย ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เข้ามาด้วยตัวเอง และในอนาคตการแข่งขันในไทยจะดุเดือดกว่านี้จะคู่แข่งหน้าใหม่จากนอกประเทศ

นักธุรกิจเวียดนามเริ่มออกไปลงทุนในประเทศ CLM บ้างแล้ว เช่น บริษัทอสังหาที่ใหญ่ที่สุดในย่างกุ้งเป็นของนักลงทุนเวียดนาม นักธุรกิจจำนวนมากในเวียดนามเข้าไปทำธุรกิจในลาวจากชายแดนที่ติดกัน เวียดนามเข้าไปทำธุรกิจและเติบโตในกัมพูชาอย่างเวียตเทลเป็นต้น