นับเฉพาะวงการเพลงช่วง 12 ปีมานี้เปลี่ยนแปลงไปมาก จาก CD สู่ Streaming จนของที่ตกยุคไปแล้วกลับมาเป็นของสะสมที่ขายดี ขณะเดียวกัน Social Media ตั้งแต่ Facebook Youtube รวมไปถึง TikTok กลายเป็นช่องทางสื่อสารหลักของนักร้องและวงดนตรีกับแฟนเพลง

Adele

ส่วนตัวศิลปินก็ไม่สามารถมองข้ามสื่อออนไลน์ได้อีกต่อ ซึ่งเหตุผลหลักก็มาจากวิกฤตโควิดช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ขณะที่แนวเพลงศิลปินใหม่ ๆ ต่างต้อง Rap ได้ หรือมีแนว Neo Soul ที่เพลงจังหวะกลาง เน้นอารมณ์และไม่ต้องต้องเต็มเสียง (จนหลายเพลงฟังแล้วอาจไม่รู้เรื่อง ขัดใจคอเพลงยุคเก่าอยู่บ้าง)

ขณะที่เบอร์ใหญ่ ๆ บางคนก็เปลี่ยนไปแล้วหลายแนว ตัวอย่างชัดเจนคือ Taylor Swift ที่เปลี่ยนจาก Country Folk แบบดั้งเดิม เป็น Pop สู่ Rap และเปลี่ยนกลับสู่ Indy Folk ที่ใกล้เคียงกับแนวเพลงตั้งแต่แรกของตัวเอง

แต่ Adele นอกจากแทบจะไม่เปลี่ยนไม่จากชุดแรกแล้ว เสียงทรงพลังของเธอยังทำให้โลกหยุดฟังทุกครั้งที่ผลงานชุดใหม่ของเธอออกมา

ยอดสตรีมในวันแรกของ Easy On Me เพลงแรกจากอัลบัมใหม่ของเธอ บน Spotify ที่สูงถึง 24 ครั้ง คือหลักฐานยืนยันการเป็น Diva และนักร้องหญิงเบอร์ต้น ๆ ยุคนี้ แต่เพลงชุดนี้ยังมีความสำเร็จและปรากกฏการณ์อีกมากมายตามมา

เช่น Spotify ยอมถอดปุ่ม Shuffle (สลับเพลง) จากค่าตั้งต้นแค่เธอบ่นผ่าน Twitter และยอดขายชุด Corset ที่พุ่งขึ้นหลังแฟนเพลงซื้อมาใส่ตามเธอ  

แต่แฟนเพลงทั่วโลกอาจไม่ได้ฟังได้อินกับเสียงทรงพลังนี้ ถ้าแม่ขอให้เธอทำงานเพื่อช่วยประคองครอบครัวที่เหลือกันอยู่แค่สองคน หรือเธอเลือกไปเป็นแมวมองทั้งที่จบจากสถาบันดนตรีชื่อดังของอังกฤษ

Adele Laurie Blue Adkins เกิดเมื่อ 5 พฤษภาคม 1988 ในครอบครัวที่มีแค่เธอกับแม่ เพราะพ่อทิ้งไปตั้งแต่ 2 ขวบ ซึ่งต่อมากลายเป็นแผลใหญ่ในชีวิตและเกือบจะพลาดโอกาสปรับความเข้าใจกัน

หลังต้องกลายเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว แม่ของ Adele ก็ทำงานหลายอย่างเพื่อเลี้ยงดูเธอ ทั้งแม่บ้านในสำนักงาน พนักงานนวดและช่างทำเฟอร์นิเจอร์

แม่ยังรู้จักลูกสาวดีกว่าใคร รู้ว่าแม้เรื่องเรียนไม่เอาไหนแต่เรื่องร้องเพลงแล้วเด่นกว่าเด็กวัยเดียวกัน และขวัญใจของลูกสาวคือ Spice Girl วง girl group อันดับหนึ่งของอังกฤษในยุค 90

เรื่องนี้ตัว Adele เองแสดงออกมาให้เห็น ด้วยการร้องเพลง 5 สาววงนี้อย่างคล่องปาก ระหว่างไปออกรายการของ Carpool Karaoke ของ James Corden เมื่อมีชื่อเสียงแล้ว

หลังจบ ม. ต้น Adele ไปเรียนต่อที่ Brit School สถาบันดนตรีชื่อดังของอังกฤษ ซึ่งฟูมฟักศิลปินอังกฤษที่ดังระดับโลกหลายคน โดยหนึ่งในนั้นคือ Amy Winehouse ขณะที่ตัวเธอเองมีเพื่อนร่วมรุ่นคือ Jessie J กับ Leona Davis

พอจบจากสถาบันแห่งนี้ แรก ๆ เธอคิดจะเบนเข็มไปทำงานเป็นแมวมอง และฝ่ายดูแลศิลปิน (A&R) แต่จุดเปลี่ยนก็มาถึงเมื่อเพลงของเธอไปเข้าหูผู้บริหาร XL Record ค่ายเพลงอิสระอังกฤษที่เคยปั้นวงอย่าง Super Fury Animal และ The Prodigy ให้ดังมาแล้ว

หลังเซ็นสัญญากับ XL Record แล้ว Adele ก็เริ่มเป็นที่รู้จัก โดย 19 ผลงานชุดแรกที่ออกในปี 2008 ขายได้ทั่วโลก 6.5 ล้านชุดและข้ามน้ำข้ามทะเลไปคว้ารางวัล Grammy ในสหรัฐ สาขาศิลปินหน้าใหม่ปี 2009

ในปี 2010 แฟนเพลงก็ได้ฟัง 21 ผลงานเพลงชุดที่ 2 ของ Adele ซึ่งมี Rolling in The Deep เป็นเพลงเปิดและเพลงดังสุดของปีนั้น

อัลบัมนี้ขายได้ 31 ล้านชุด พร้อมคว้ารางวัล Grammy ได้อีก ส่งให้เธอเป็นศิลปินระดับโลกเต็มตัว และยังได้ร้องเพลง Skyfall ประกอบหนัง 007 ภาค Skyfall อีกด้วย  

ปี 2015 ผลงานชุดที่ 3 ของ Adele ในชื่อ 25 ตามออกมาและความสำเร็จก็มากเป็นทวีคูณ ทั้งคว้ารางวัล Grammy สาขาอัลบัมแห่งปี ซึ่งถือเป็นรางวัลใหญ่สุดของปี

ภาพตกใจหลังคว้ารางวัลและหักรางวัลให้ Beyonce ศิลปินในดวงใจ คือข่าวใหญ่และภาพจำในการประกาศรางวัลครั้งนั้น ส่วนทัวร์คอนเสิร์ตทั่วโลกก็มียอดผู้ชมรวมมากถึง 167.7 ล้านคน

มาปีนี้ Adele กลับมาอีกครั้งกับผลงานชุดล่าสุด 30 โดยสัญญาณความสำเร็จแรกปรากฏให้เห็นหลัง Easy On Me เพลงแรกของชุดนี้ ทำยอดสตรีมทั่วโลกเฉพาะ Spotify ได้ถึง 24 ล้านครั้ง จากนั้นก็เกิดเป็น Adele Effect ขึ้น เริ่มจากยอดขาย CD และแผ่นเสียงที่ขึ้นหลักแสน ใกล้แตะหลักล้านในไม่กี่วัน

เฉพาะแผ่นเสียง บริษัทปั๊มแผ่นก็มีแนวโน้มจะเลือกปั๊มแผ่นผลงานชุดใหม่ของ Adele มากกว่าศิลปินคนอื่น ๆ ไม่ว่ารุ่นเดียวกันอย่าง Ed Sheeran และรุ่นเก่าอย่าง ABBA ที่ออกมาในเวลานี้ เพราะขายได้มากสุดช่วงที่วิกฤต Supply Chain ยังคงเป็นปัญหา และแผ่นเสียงเริ่มขาดตลาด จน Ed Sheeran ยอมรับว่าอาจต้องหลีกทางให้ Adele

Adele Effect ยังช่วยให้ชุดรัดรูป Corset ที่ Adele คนใหม่หลังเปลี่ยนจากสาวอวบเป็นสาวผอมเพรียว กลับมาขายดี โดย Vivienne Westwood เผยว่าเพียงสัปดาห์เดียวหลัง นิตยสาร Vogue ปก Adele สวมชุด Corset วางแผง ยอดขายชุดนี้ก็ขึ้นมาถึง 73%

พลังของ Adele Effect ยังทำให้ Spotify ยอมถอดปุ่ม Shuffle (สลับเพลง) จากค่าตั้งต้น (เฉพาะอัลบัมของ Adele) หลังเธอบ่นผ่าน Twitter ครั้งเดียวว่า ตั้งใจเรียงเพลงมาดีแล้ว อยากให้แฟน ๆ ฟังตามลำดับ

ส่วนรายการ Adele One Night Only ของช่อง CBS ที่เธอร้องและให้สัมภาษณ์ ก็มียอดผู้ชมสูงถึง 10.33 ล้านคน สูงสุดเป็นอันดับ 2 ของช่องปีนี้ สำหรับรายการช่วง Prime Time วันอาทิตย์ รองแค่เพียงงานประกาศรางวัล Oscar และยังมีเรตติ้ง อันดับต้น ๆ ของปีนี้ในกลุ่มรายการที่ไม่ใช่ถ่ายทอดสด NFL อีกด้วย

นี่จึงถือได้ว่า Adele ทำให้โลกต้องหยุดฟังเธออีกครั้ง แม้คราวนี้เพลงเปิดตัวชุดใหม่จะเป็นเพลงที่เกิดจากชีวิตคู่ล้มเหลวของตัวเองซ้ำรอยกับชีวิตคู่ของพ่อแม่ก็ตาม/cnn, bbc, wikipedia, vox, theguardain, variety, hollywoodreporter, billboard, time



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน