ถ้านึกถึงปารีส คนส่วนใหญ่จะนึกถึงหอไอเฟล  พิพิธภัณฑ์ลูฟร์ พระราชวังแวร์ซายส์ น้ำหอม แฟชั่น มาการอง และที่ขาดไม่ได้เลยคือชีส เพราะฝรั่งเศสเป็นแหล่งผลิตชีสชั้นเลิศ ที่มีชีสให้เลือกมากกว่า 300 ชนิด แถมยังส่งออกผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับชีสมากเป็นอันดับหนึ่งของประเทศอีกด้วย

ยิ่งไปกว่านั้นในฝรั่งเศสยังมีจักรพรรดิแห่งชีส ผู้ร่ำรวยเป็นมหาเศรษฐีอันดับที่ 94 ของโลกและอันดับที่ 6 ในฝรั่งเศส โดยมีทรัพย์สินทั้งหมดมูลค่าสุทธิ 19.1 พันล้านดอลลาร์ ตามที่ Forbes จัดอันดับในปี 2021 และเขาก็คือ Emmanuel Besnier (เอมมานูเอล เบสนิเยร์) เขาเป็น CEO และผู้ถือหุ้นของบริษัท Lactalis (แลคตาลิส) ซึ่งเป็นกิจการครอบครัวที่สืบทอดกันมา และยังเป็นหนึ่งในบริษัทนมที่ใหญ่ที่สุดในโลกด้วยยอดขาย 2 หมื่นล้านดอลลาร์อีกด้วย

จุดเริ่มต้นของ Emmanuel Besnier

ในปี 1933 Andre (อังเดร) ปู่ของ Emmanuel Besnier ผู้เป็นเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมได้ก่อตั้งบริษัททำชีสเล็ก ๆ ขึ้นมาในเมือง Laval (ลาวาล) ประเทศฝรั่งเศส ต่อมาในปี 1948 Andre ได้ทำการขยายบริษัทโดยการจ้างพนักงาน 25 คน เพื่อเก็บน้ำนมให้ได้ 10,000 ลิตร รวมทั้งยังวางแผนที่จะผลิตเนยและครีมในช่วงต้นปี 1950 อีกด้วย

หลังจาก Andre เสียชีวิตในปี 1955 Michel (มิเชล) พ่อของ Emmanuel Besnier ก็ได้รับช่วงกิจการต่อทันที Michel ได้ทำงานเคียงข้างพ่อของเขามาตลอดตั้งแต่ปี 1946 จากประสบการณ์ที่สะสมมา Michel ได้เพิ่มรายได้ของบริษัทเป็นสองเท่าภายในสองปี และได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ชีส Camembert (กาม็องแบร์ เป็นเนยแข็งชนิดเนื้อนิ่ม) ในปี 1968 ซึ่งปัจจุบันชีสประเภทนี้ได้กลายเป็นหนึ่งในชีสที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก

ต่อมาไม่นานภรรยาของ Michel ได้คลอด Emmanuel Besnier ในวันที่ 18 กันยายน 1970 ในวัยเด็ก Emmanuel ได้รับการศึกษาที่ Lycée de l’Immaculée-Conception ซึ่งเป็นสถาบันโรมันคาทอลิกส่วนตัวในเมือง Laval และเขาได้ไปเรียนต่อที่ ISG Business School ในปารีส เนื่องจากพ่อของเขาตระหนักถึงทักษะการเป็นผู้ประกอบการและต้องการให้เขาเป็นผู้สืบทอดในการดำเนินธุรกิจของครอบครัวนี้ หลังจากเขาสำเร็จการศึกษาในปารีส เขาก็ได้กลับมาช่วยงานบริษัทในตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาในปี 1995 และดูแลเรื่องการซื้อกิจการต่าง ๆ ในช่วงปลายปี 1990 เช่น ในปี 1990 ได้ซื้อกิจการ Group Bridel ซึ่งเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์นมที่ใหญ่เป็นอันดับสี่ของฝรั่งเศส โดยมีสาขาอยู่ใน 60 ประเทศ หรือในปี 1992 ได้ซื้อกิจการบริษัทชีสของสหรัฐอเมริกา Sorrento เป็นต้น จากนั้นในปี 1999 Michel จึงได้เปลี่ยนชื่อบริษัทจาก Bessier SA เป็น Lactalis เพื่อเป็นการขยายธุรกิจให้ใหญ่ขึ้นไปอีกขั้น หลังจากนั้น Emmanuel ได้กลายเป็น CEO ประธานบริหารผลิตภัณฑ์นมของครอบครัว Besnier เมื่อ Michel พ่อของเขาได้เสียชีวิตลงในปี 2000

ธุรกิจ Lactalis ในยุคของ Emmanuel Besnier

Emmanuel Besnier และพี่น้องของเขา Jean-Michel (ฌอง-มิเชล) และ Marie (มารี) ได้รับมรดกเป็นกิจการที่สืบทอดต่อกันมา บริษัท Lactalis ซึ่งเป็นยักษ์ใหญ่ด้านผลิตภัณฑ์นมของฝรั่งเศสผู้ผลิตแบรนด์ต่าง ๆ มากมายที่ได้รับความนิยมท่ามกลางแบรนด์ชีส นม และโยเกิร์ตหลายร้อยแบรนด์

ในฐานะ CEO ของบริษัท Emmanuel ได้ดำเนินการซื้อกิจการต่าง ๆ อยู่เสมอ เพื่อขยายธุรกิจให้ใหญ่ขึ้นเหมือนดังที่เขาเคยทำตอนเป็นผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนา เขาได้ซื้อกิจการมากมาย เช่น ในปี 2006 เขาได้ซื้อกิจการ Galbani ผู้ผลิตชีสชั้นนำของอิตาลีและซื้อ Rachel’s ผู้ผลิตโยเกิร์ตออร์แกนิกในสหราชอาณาจักร ในปี 2008 เขาได้ซื้อ Baer ผู้ผลิตชีสของสวิตเซอร์แลนด์ ในปี 2012 เขาได้ซื้อกิจการ Skånemejerier บริษัทนมทางตอนใต้ของสวีเดน ในปี 2015 เขาได้ถือหุ้น 80% ใน Ak Gida บริษัทนมของตุรกี ในปี 2018 เขาได้ซื้อธุรกิจผลิตภัณฑ์นมแช่เย็นของ Nestlé Malaysia ในราคาประมาณ 40 ล้านดอลลาร์ และในปี 2020 เขาได้ซื้อกิจการธุรกิจเนยแข็งธรรมชาติของ Kraft Heinz ในอเมริกาเหนือและต่างประเทศ ในราคาประมาณ 3.2 พันล้านดอลลาร์ เป็นต้น

เขายังได้เพิ่มผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายมากขึ้นภายใต้แบรนด์ต่าง ๆ เช่น Président แบรนด์ชีสที่นำเสนอชีสและเนยที่หลากหลายชนิด เป็นต้น นอกจากนี้ เขาได้รับรางวัล ” Mayennais of the Year” จากสโมสรโรตารีในท้องถิ่นในปี 2006 และทุกปีเขาจะบริจาคเงิน 200,000 ยูโรให้กับสนามฟุตบอลฟรานซิส-เลอ-บาสในเมือง Laval ผ่าน Groupe Lactalis เพราะเขาเป็นคนชื่นชอบฟุตบอลเป็นอย่างมาก

Emmanuel ได้เข้าซื้อหุ้น 83.3% ในบริษัท Parmalat ผู้ผลิตแบรนด์ชีสที่มีชื่อเสียงทั้ง Babybel, Frommageries Bel และ Boursin สัญชาติอิตาลีในตลาดหลักทรัพย์ในปี 2011 ซึ่งเป็นการช่วยชีวิตบริษัทจากการล้มละลายของผู้ก่อตั้ง Calisto Tanzi (คาลิสโต ทันซี่) โดยการซื้อกิจการในครั้งนี้ทำให้เกิดกลุ่มบริษัทผลิตภัณฑ์นมที่ใหญ่ที่สุดในโลกรองจาก Danone และ Nestle เท่านั้นตามการจัดอันดับประจำปีของ Rabobank ผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจการเกษตร นอกจากนี้ การซื้อ Parmalat ยังส่งผลให้รายรับต่อปีของ Lactalis เพิ่มขึ้นถึง 15 พันล้านยูโร (ประมาณ 20 พันล้านดอลลาร์) ในปี 2012 และ Emmanuel จะมีรายชื่อมหาเศรษฐีของโลกใน Forbes เป็นครั้งแรกในปี 2013

และในปีเดียวกันปี 2011 Emmanuel ได้เลิกการขายผลิตภัณฑ์ของ Lactalis ให้กับ Leclerc ซึ่งเป็นซูเปอร์มาร์เก็ตของฝรั่งเศสที่มีสาขามากกว่า 500 แห่งในประเทศ เนื่องจากนโยบายเกี่ยวกับการกำหนดราคาที่ทำให้ต้องลดราคาส่งลง และในเดือนมกราคม 2012 การเจรจานี้ก็ได้รับการแก้ไขตามข้อตกลงของทั้งสองฝ่าย และหกปีต่อมา Lactalis ก็ถูกบังคับให้ยกเลิกการขายและเรียกคืนนมผงสำหรับทารก 12 ล้านกล่องจาก 83 ประเทศ เนื่องจากการปนเปื้อนของเชื้อ Salmonella (เชื้อซัลโมเนลลา) ที่ระบาดในโรงงานแห่งหนึ่ง และทาง Lactalis ได้ออกมาขอโทษหลายครั้งสำหรับเรื่องการปนเปื้อนในครั้งนี้  Emmanuel ยังกล่าวว่าเขาจะดึงบทเรียนจากวิกฤตครั้งนี้มาสร้างสุขอนามัยที่เข้มงวดยิ่งขึ้น รวมถึงการดูแลสิ่งแวดล้อมให้ดีขึ้น เพื่อป้องกันแบคทีเรียต่าง ๆ ให้ห่างไกลจากผลิตภัณฑ์ แต่ในปี 2020 ได้มีการกล่าวหาว่าโรงงานผลิต 38 แห่งของ Lactalis ในฝรั่งเศสละเมิดกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมและได้กระทำการดังกล่าวมาหลายปีแล้ว ทาง Lactalis ได้กล่าวขอโทษและได้ลงทุน 60 ล้านยูโรในการปรับปรุงโรงบำบัดน้ำเสีย

แบรนด์ต่าง ๆ ในบริษัท Lactalis

นับตั้งแต่การก่อตั้งในฝรั่งเศสในปี 1933 Emmanuel Besnier ยังคงมุ่งมั่นในการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากนมตามความตั้งใจเดิม โดยนำเสนอผลิตภัณฑ์มากกว่า 2,000 รายการ ครอบคลุมหมวดหมู่ผลิตภัณฑ์นมทั้งหมด ได้แก่ นม เนย ครีม ชีส ของหวานจากนม นมผงสำหรับผู้ใหญ่ และเครื่องดื่มจากพืช โดยมีแบรนด์หลัก ๆ ดังนี้

Président เป็นแบรนด์ชีสอันดับหนึ่งในยุโรปที่จำหน่ายในกว่า 150 ประเทศ รวมถึงเป็นผู้นำในฝรั่งเศสในด้านชีสและเนย โดย Président เป็นแบรนด์ที่เล่าเรื่องราวครอบครัวของ Emmanuel ที่ทุ่มเทให้กับการคัดสรรชีสและเนยให้มีคุณภาพสูงที่สุด ซึ่งในปี 1968 Président ได้ปฏิวัติตลาด Camembert ของฝรั่งเศสด้วยการเปิดตัว Camembert คุณภาพสูงอย่างต่อเนื่อง โดยใช้กรรมวิธีการผลิตเฉพาะแบบใหม่จากนมพาสเจอร์ไรส์ ซึ่งทุกคนสามารถเข้าถึงได้และราคาไม่แพง

Lactel เป็นแบรนด์นมอันดับหนึ่งในฝรั่งเศส ซึ่งเน้นในการพัฒนาผลิตภัณฑ์นมหลากหลายประเภทให้เหมาะกับแต่ละวัย โดยได้พัฒนานวัตกรรมแบบใหม่เป็นคนแรกในการเปิดตัวขวดนมยูเอชทีที่สามารถนำไปรีไซเคิลได้ และในปี 2014 Lactel ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์นมยูเอชทีสำหรับตลาดต่างประเทศโดยเฉพาะ เพื่อตอบรับความนิยมอย่างแพร่หลาย

Galbani เป็นแบรนด์ชีสที่มีชื่อเสียงในอิตาลี โดยนำเสนอชีสอิตาเลียนที่หลากหลายและเน้นคุณภาพสูง หรือ Santal เป็นแบรนด์เครื่องดื่มผลไม้ในอิตาลี โดยเปิดตัวในปี 1980 และในปี 2019 Santal เปิดตัวเครื่องดื่มจากพืชหลากหลายชนิด เป็นต้น

บทสรุป

Emmanuel Besnier ได้รับฉายาจากสื่อว่าเป็นมหาเศรษฐีที่ผู้ลึกลับ เนื่องจากเขารักความเป็นส่วนตัวมาก แม้แต่คนในเมือง Laval ยังไม่ค่อยได้เห็นเขาเท่าไร จนคนในพื้นที่คนหนึ่งกล่าวว่า “ฉันสงสัยว่าจะมีคนในลาวาลแค่ 100 กว่าคนที่รู้ว่าเขาหน้าตาเป็นอย่างไร” นอกจากนี้ Emmanuel ยังถูกเรียกว่า “Howard Hughes แห่งฝรั่งเศส” (ฮาวเวิร์ด ฮิวจ์ส เป็นผู้มีอิทธิพลทางธุรกิจ เขาเป็นทั้งนักธุรกิจ นักลงทุน นักบิน วิศวกร ผู้กำกับภาพยนตร์ และผู้ใจบุญในสหรัฐอเมริกา) และ “จักรพรรดิแห่งชีส” อีกด้วย

ปัจจุบัน Emmanuel เป็นหนึ่งในผู้ผลิตผลิตภัณฑ์นมรายใหญ่ที่สุดของยุโรป และตั้งเป้าที่จะดำเนินธุรกิจในระดับโลกโดยกำหนดเป้าหมายไปที่จีนและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นอันดับแรก บริษัทของเขามีพนักงาน 85,000 คนและเป็นเจ้าของโรงงานมากกว่า 266 แห่งใน 94 ประเทศ โดยจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เช่น ชีส แบรนด์ President Brie โยเกิร์ต แบรนด์ Milkmaid yogurts หรือนม แบรนด์ Lactel เป็นต้น


ที่มาforbes.com / forbes.com / bloomberg.com / france24.com / wealthygorilla.com / en.wikipedia.org / en.wikipedia.org



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน