ถามถึงชื่อมหาเศรษฐีจีนที่คนทั่วโลกรู้จักมากสุดช่วง 10 ปีมานี้ Jack Ma ย่อมเป็นคำตอบแรก ๆ เพราะเขาเป็นทั้งผู้ก่อตั้ง Alibaba แพลตฟอร์ม E-Commerce อันดับ 1 ของโลก สามารถต่อยอดธุรกิจไปต่างประเทศและยังชอบแสดงความคิดเห็นออกสื่อตะวันตกอยู่เสมอ

Jack Ma

เมื่อปี 2020 Jack Ma เป็นข่าวดังอีกครั้งแต่คราวนี้ดูจะไม่ใช่เรื่องดี โดยเขาหายตัวไปนานหลายเดือน จากนั้น Alibaba ก็ถูกปรับเป็นเงินก้อนใหญ่ ภายใต้ข้อหาของรัฐบาลจีนที่ว่าผูกขาดตลาด ส่วน Ant Group บริษัทกลุ่ม FinTech ในเครือก็ถูกสั่งระงับ IPO คู่ในเซี่ยงไฮ้และฮ่องกง ไม่ต่างจากรถที่ถูกเบรกกะทันหันจนเกือบตกถนนหลังวิ่งมาด้วยความเร็ว พอปี 2021 บริษัทจีนใหญ่ ๆ ก็เผชิญมาตรการจัดระเบียบจนเป็นข่าวไปทั่วโลก

หนึ่งในบริษัทของธุรกิจนี้ที่เจอพิษมาตรการจัดระเบียบเล่นงานหนักสุดคือ New Oriental เบอร์ใหญ่ในธุรกิจโรงเรียนกวดวิชา โดยช่วงปลายเดือนกรกฎาคมไม่กี่วันหลังมาตรการดังกล่าวลามมาถึงธุรกิจนี้ มูลค่าบริษัทตามราคาตลาดของ (Market Cap) New Oriental หายไปถึง 7,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 253,000 ล้านบาท)

ถัดจากนั้นบริษัทในธุรกิจโรงเรียนกวดวิชาก็มีทางเลือกอยู่สองทาง ระหว่างปิดตัวกับเปลี่ยนไปทำธุรกิจอื่น เพราะหมดโอกาสโตแล้ว หลังรัฐบาลสั่งห้ามทำกำไร IPO และควบรวมกิจการ สำหรับ New Oriental เลือกอย่างหลัง โดย Yu Minhong มหาเศรษฐี ผู้ก่อตั้งที่ควบตำแหน่ง CEO ทำหน้าที่เป็นพ่อค้าไลฟ์ขายของด้วยตัวเอง เมื่อต้นเดือนมกราคมนี่เอง

แต่เขาก็ยอมว่า มาตรการจัดระเบียบทำให้วิกฤตหนักจนไม่อยากดูตัวเลขผลประกอบการอีกต่อไป และเผยข้อมูลน่าตกใจอีกว่าตั้งแต่โดนจัดระเบียบ ต้องปลดพนักงานไปถึง 60,000 คน หรือคิดเป็นเกือบ 2 ใน 3 ของพนักงานทั้งหมด

ทว่า ก่อนมาเจอพิษมาตรการจัดระเบียบเล่นงานจนธาตุไฟแตก Yu Minhong ก็ถือเป็นคนในแวดวงธุรกิจจีนและประชาชนชาวจีนชื่นชม อาจจะมากกว่า Jack Ma ด้วยซ้ำ

Yu Minhong

Yu Minhong เกิดเมื่อ 4 กันยายน 1962 ในครอบครัวเกษตรกรมณฑลเจียงซู ทางภาคตะวันออกจีน ที่พ่อเป็นปราชญ์ชาวบ้าน โดยแม้เขาจะตั้งใจเรียนแต่ก็เผชิญอุปสรรคมากมาย จากฐานะที่ยากจนและปัญหาการอ่านเขียนภาษาจีน ซ้ำร้ายยังมีปัญหาสุขภาพ จนทำให้จบช้ากว่าเพื่อนร่วมรุ่น

หลังจบปริญญาตรีเอกภาษาอังกฤษจากมหาวิทยาลัยปักกิ่งเขาก็อยากไปเรียนต่อในสหรัฐฯ เหมือนคนรุ่นเดียวกัน แต่ก็ต้องพบอุปสรรคอีก จากปัญหาเรื่อง VISA โดยระหว่างรอให้ VISA เขาก็สอนภาษาอังกฤษที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้ควบคู่ไปกับการตั้งโรงเรียนสอนภาษาอังกฤษของตัวเอง

โรงเรียนสอนภาษาอังกฤษของ Yu Minhong ก่อตั้งเมื่อปี 1993 ที่ภายหลังพัฒนาต่อมาเป็น New Oriental เริ่มจากโต๊ะเรียนเพียงไม่กี่ตัวและพนักงานเพียง 3 คน (รวมตัวเขาด้วย) ซึ่งประชาสัมพันธ์กันแบบง่าย ๆ ด้วยการแจกใบปลิว

ไม่กี่ปีต่อมา โรงเรียนสอนภาษาอังกฤษแห่งนี้ก็เริ่มเป็นรู้จักในหมู่นักเรียนชาวจีนที่อยากพัฒนาภาษาอังกฤษ และไปเรียนต่อในสหรัฐฯ  โดยในจำนวนนี้บางคนผลการเรียนภาษาอังกฤษดีขึ้นและไปไกลถึงได้ไปเรียนต่อในสหรัฐฯ

สำหรับ Yu Minhong ก็เลือกพับแผนไปเรียนต่อในสหรัฐฯ ไว้ก่อน เพื่อทุ่มเทกับการขยายโรงเรียนสอนภาษาอังกฤษแห่งนี้ และฝันถึง IPO ในตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ

จากนั้น New Oriental ก็ก้าวหน้าขึ้นตามลำดับ จนในปี 2006 ทำ IPO ในสหรัฐฯ ได้สำเร็จตามที่ Yu Minhong หวังไว้ และนักลงทุนที่มาซื้อหุ้นของ New Oriental ก็มีอดีตลูกศิษย์ของเขาที่ไปได้ดิบได้ดีในสหรัฐฯ รวมอยู่ด้วย และอดีตลูกศิษย์ยังกลับมาพูดสร้างแรงบันดาลใจให้รุ่นน้องอีกด้วย

ปี 2013 ความสำเร็จของ New Oriental ถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์กำกับโดย Peter Chan ในชื่อ American Dreams in China ทำให้มีคนหนุ่มสาวมากมายมาสมัครเป็นครูในสังกัด New Oriental ซึ่งเป็นเวลาเดียวกับที่เศรษฐกิจจีนขยายตัว และพ่อแม่ต่างทุ่มเงินไปกับการศึกษาของลูกคนเดียวให้ดีที่สุด จนมีส่วนสำคัญให้ธุรกิจโรงเรียนกวดวิชาโตอย่างต่อเนื่อง

ถัดมา New Oriental ก็ขึ้นเป็นเบอร์ใหญ่ในตลาดโรงเรียนกวดวิชาจีน โดยปี 2020 มีสาขาทั่วประเทศมากถึง 1,600 แห่ง พนักงานเกือบ 90,000 คน Market Cap สูงถึง 30,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 996,000 ล้านบาท)

New Oriental ประเมินนับจากก่อตั้งว่ามีชาวจีนรุ่นแล้วรุ่นเล่ามาเรียนเพื่อเตรียมพร้อมก่อนศึกษาต่อในสหรัฐฯ มากถึง 70 ล้านคน ท่ามกลางมูลค่าตลาดโรงเรียนกวดวิชาจีนที่สูงถึง 120,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3.9 ล้านล้านบาท)

แต่แล้วห้องเรียนกวดวิชาทั่วจีนก็ถึงคราวต้องปิดยาว โดยมาตรการจัดระเบียบของรัฐบาลจีนที่นำโดยประธานาธิบดี สี จิ้นผิง สั่งห้ามไม่ให้โรงเรียนกวดวิชาทำกำไร บริษัทไหนฝ่าฝืนจะถูกปิด เพราะเห็นว่าหากปล่อยให้ธุรกิจนี้โตต่อไป จะยิ่งเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายให้ผู้ปกครอง และทำให้เด็กต้องเรียนไม่หยุดจนเครียด

ปธน. สี จิ้นผิง 

ประกอบกับเล็งเห็นว่าประชากรจีนจะเพิ่มขึ้นอีกมากหลังปลดล็อกนโยบายจำกัดการมีบุตร อนุญาตให้มีลูกเพิ่มได้ เพื่อป้อนประชากรวัยทำงานสู่ภาคการผลิตเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ

แน่นอนว่า New Oriental ได้รับผลกระทบไปเต็ม ๆ โดยมาตรการจัดระเบียบไม่ต่างจากข้อสอบยากที่ทำให้ต้องถอดใจและ Yu Minhong ต้องพับเก็บแผนตั้งมหาวิทยาลัยเอกชนไว้แบบไม่มีกำหนด แต่ก็ยังยืนยันว่าจะกลับมาสู่ธุรกิจที่เกี่ยวกับการศึกษาทันทีที่ทำได้

ปัจจุบัน New Oriental ปิดสาขาในจีนไปแล้ว 1,500 แห่งจากทั้งหมด 1,600 แห่ง ปลดพนักงานไป 60,000 คน บริจาคโต๊ะเก้าอี้ กว่า 80,000 ชุดให้โรงเรียนชนบททั่วประเทศ และมุ่งสู่การเป็นแพลตฟอร์มขายสินค้าการเกษตรออนไลน์จนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น

ส่วน  Yu Minhong วัย 59 ปี ก็เปลี่ยนจากติวเตอร์มหาเศรษฐีเป็นพ่อค้าไลฟ์ขายของ และประเดิมได้สวยทีเดียว โดยทำยอดขายจากไลฟ์ครั้งแรกได้ 722,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 24 ล้านบาท)

สถานการณ์ทั้งหมดทำให้ Yu Minhong มีเส้นทางชีวิตไปในทางเดียวกับ Jack Ma ที่เริ่มจากการเป็นครูสอนภาษาอังกฤษ พัฒนาทั้งตัวเองและบริษัทจนมีความก้าวหน้า โดยที่คนแรกมุ่งไปทางโรงเรียนกวดวิชา ส่วนคนหลังเน้นไปทาง E-commerce จนได้เป็นมหาเศรษฐีของจีน และเบอร์ใหญ่ในธุรกิจที่ตนมีส่วนก่อตั้ง

ทว่า ล่าสุดทั้งคู่ก็ต้องทรุดจากมาตรการจัดระเบียบ แต่ Yu Minhong ได้รับความเห็นใจและชื่นชอบจากชาวจีนมากกว่า เพราะเป็นคนถ่อมตัว มีวาทศิลป์ ภาพลักษณ์ความเป็นครูยังมีอยู่เต็มตัวและลูกศิษย์ลูกหาจำนวนมากนั่นเอง/cnn, forbes, qz, wikipedia, chinadaily



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน