สวัสดีปีเสือ

เมื่อปีเสือมาทั้งที เราเลยมองไปรอบๆ ตัวว่า มีแบรนด์ไหนใช้คำว่าเสือ หรือคำภาษาอังกฤษที่มีความหมายว่าเสืออยู่ในแบรนด์บ้าง

 

สรุปว่ามีเต็มไปหมด ทั้งแบรนด์ใหญ่ และแบรนด์เล็ก ทั้งแบรนด์ที่คนรู้จักดี หรือแบรนด์ที่แฟนพันธุ์แท้เท่านั้นที่รู้จัก

 

การที่แบรนด์ตั้งชื่อให้มีคำว่าเสืออยู่ในนั้น ส่วนหนึ่งอาจเพราะความเชื่อ โดยเฉพาะคนเอเชีย ที่มองว่า เสือเป็นราชาแห่งสัตว์ป่า เป็นนักล่าที่มีความรวดเร็ว และมีความกล้าหาญ

และประกอบกับคำว่าเสือ เป็นคำที่จดจำง่าย สะกดง่าย ทั้งภาษาไทยและอังกฤษ ซึ่งตรงกับหลักพื้นฐานในการตั้งชื่อแบรนด์หลักการหนึ่ง และยังมีความหมายเชิงบวกในแง่ของความหมายของคำว่าเสือที่แสดงความกล้าหาญ ยิ่งใหญ่ และว่องไว

 

เมื่อคำว่าเสือคือชื่อที่เป็นมงคลของแบรนด์หลาย ๆ แบรนด์​ เรามาดูกันว่าแบรนด์ที่มีเสืออยู่ในนั้น มีรายได้เท่าไร

โดยเราเลือกตัวอย่างจากแบรนด์เล็กและใหญ่ที่คนไทยรู้จักดี

 

เริ่มจาก ปูนตราเสือ

ปูนตราเสือเป็นแบรนด์ในเครือ SCG ภายใต้บริษัท เอสซีจี ซิเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง จำกัด

ภายในบริษัท เอสซีจี ซิเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง จำกัด จะประกอบด้วยสินค้าหลัก ได้แก่ ปูนตราเสือ ซึ่งเป็นปูนสำหรับงานเฉพาะทาง เช่นงานฉาบ และแบรนด์ SCG (หรือตราช้างเดิม) ซึ่งเป็นปูนสำหรับก่อสร้าง งานโครงสร้างเป็นหลัก

ปัจจุบันปูนตราเสือมีอายุมากกว่า 100 ปี และมีการรีแบรนด์ให้มีความทันสมัย เช่น ในปี 2557 มีการรีแบรนด์ผ่านซับแบรนด์เสือมอร์ตาร์ ซึ่งเป็นปูนสำเร็จรูปให้ดูเท่ขึ้น ในปี 2564 มีการ Collab กับ M-150 เปิดเครื่องดื่ม M-150 กระชายดำผสมน้ำผึ้ง รุ่นปูนตราเสือ และ เสือ ปูนซีเมนต์ผสม ก่อ ฉาบ เท และต่อยอดไปยังสินค้าอื่น ๆ เช่น กระเป๋า เสื้อ ลาย M-150 และปูนตราเสือ เพื่อขยายตลาดไปยังฐานลูกค้าของ M-150 เป็นต้น

เนื่องจากในปัจจุบันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้รายได้ของปูนในเครือเอสซีจี ซิเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง ลดลงจากงานก่อสร้างที่ลดลง

ภายใต้บริษัท เอสซีจี ซิเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง จำกัด มีรายได้ 3 ปี ย้อนหลังที่รายงานกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ดังนี้

2561 รายได้ 78,049 ล้านบาท ขาดทุน 330 ล้านบาท

2562 รายได้ 81,446 ล้านบาท กำไร 536 ล้านบาท

2563 รายได้ 41,730 ล้านบาท กำไร 359 ล้านบาท

 

 

มาต่อด้วยเสือตัวที่สอง ไทเกอร์พล๊าส

ไทเกอร์พล๊าส เป็นแบรนด์ที่มีสินค้าหลักคือพาสเตอร์ยา และสินค้าอื่นๆ ภายใต้แบรนด์ ไทเกอร์พล๊าสอย่างไทเกอร์พล๊าส แมสก์ชีลด์ พลัส สเปย์เพิ่มประสิทธิภาพในการกรองหน้ากากผ้า

ไทเกอร์พล๊าส เป็นแบรนด์หนึ่งในเครือบริษัท แจ๊กเจีย อุตสาหกรรมไทย จำกัด (มหาชน)

ภายใต้บริษัท แจ๊กเจีย อุตสาหกรรมไทย จำกัด (มหาชน) นอกเหนือจากไทเกอร์พล๊าส ยังมีสินค้าอย่างลูกอม เจสัน จูจุ๊บ, แป้งตาบู, น้ำมันยูคาลิปตัสจิงโจ้ น้ำมันไฟแช็ครอนสันและอื่น ๆ

ปัจจุบัน บริษัท แจ๊กเจีย อุตสาหกรรมไทย จำกัด (มหาชน) บริหารโดยทายาทรุ่นที่ 3 และใน 3 ปีที่ผ่านมามีผลประกอบการดังนี้

2561 รายได้ 809 ล้านบาท กำไร 67 ล้านบาท

2562 รายได้ 898 ล้านบาท กำไร 91 ล้านบาท

2563 รายได้ 833 ล้านบาท กำไร 90 ล้านบาท

 

เสือตัวที่ 3 โอนิซึกะไทเกอร์

สำหรับ โอนิซึกะไทเกอร์ เป็นหนึ่งในรองเท้าสนีกเกอร์ที่ใครหลายคนรู้จักดี โดยเฉพาะรุ่นยอดนิยมอย่าง Maxico66

โดยโอนิซึกะไทเกอร์ ขึ้นชื่อว่าเป็นรองเท้าที่มีความเก่าแก่ที่สุดของประเทศญี่ปุ่น จากต้นกำเนิดในปี 2492

จุดกำเนิดของโอนิซึกะไทเกอร์ เริ่มจากรองเท้าบาสเกตบอล ที่พัฒนาโดย คิฮาชิโร โอนิซูกะ ทหารผ่านศึกวัย 32 ปี ที่ต้องการฟื้นฟูความรู้สึกของวัยรุ่นญี่ปุ่นหลังสงครามโลก ด้วยกีฬา ก่อนที่จะต่อยอดไปยังรองเท้าวิ่ง ฟุตบอลและอื่น ๆ

ปัจจุบันโอนิซึกะไทเกอร์ เป็นแบรนด์หนึ่งในเครือ แอซิคส์ ซึ่งเป็นบริษัทที่ก่อตั้งจากการเข้าร่วมของบริษัท โอนิซึกะบริษัท GTO และ JELENK เข้าด้วยกัน

ภายใต้ แอซิคส์ จะประกอบด้วย 3 แบรนด์หลักได้แก่ แอซิคส์ เป็นแบรนด์ที่เน้นรองเท้าวิ่งและกีฬา แบรนด์แอซิคส์ไทยเกอร์ ที่เน้นรองเท้าแนวกีฬากึ่ง ๆ สตรีตแวร์ และโอนิซึกะไทเกอร์ ที่เน้นรองเท้าสนีกเกอร์สตรีตแวร์เป็นหลัก

สำหรับรายได้โอนิซึกะไทเกอร์ในประเทศไทย และแบรนด์อื่น ๆ ภายใต้ แอซิคส์มีรายได้ดังนี้

2561 รายได้ 713 ล้านบาท กำไร 77 ล้านบาท

2562 รายได้ 713 ล้านบาท กำไร 34 ล้านบาท

2563 รายได้ 398 ล้านบาท ขาดทุน 48 ล้านบาท

 

เสือตัวที่ 4 ไทเกอร์ บาล์ม หรือ ยาหม่องตราเสือ

ไทเกอร์บาล์ม หรือยาหม่องตราเสือที่เรารู้จักดี มีต้นกำเนิดในปี 2413 จาก โอ ชู กิง แพทย์สมุนไพรประจำราชสำนักขององค์พระจักรพรรดิของประเทศจีน ที่อพยพมาที่ประเทศเมียนมา และเปิดร้านยาเล็ก ๆ ที่เมืองย่างกุ้ง จำหน่ายยาหม่องบรรเทาปวดเมื่อยล้าที่ปรุงด้วยตัวเองมาจำหน่าย และตั้งชื่อร้านว่า อัง เอิน ตง

และหลังจากที่โอ ชู กิง เสียชีวิตลง ได้มอบร้าน อัง เอิน ตง และสูตรปรุงยาหม่องให้กับลูกชายทั้งสองที่ชื่อว่า โอ บุ้น โฮ้ว และ โอ บุ้น ป่า

ซึ่งลูกชายทั้ง 2 ของโอชูกิง ได้ไปสร้างธุรกิจยาหม่องที่สิงคโปร์ และเปลี่ยนชื่อยาหม่องจากร้าน อัง เอิง ตง ว่า ไทเกอร์ บาล์ม เพื่อให้เกิดการจดจำง่าย และสามารถใช้เป็นชื่อสามารถสื่อความหมายได้ทั่วโลก

ซึ่งชื่อไทเกอร์ บาล์มมาจากความหมายของชื่อโอ บุ้น โฮ้ว และ โอ บุ้น ป่า ที่แปลว่าเสือที่อ่อนโยน และ เสือดาวที่อ่อนโยน ตามลำดับ

ในประเทศไทยไทเกอร์ บาล์ม ทำตลาดภายใต้บริษัท โฮ้ว ป่า ไทเกอร์ บาล์ม (ประเทศไทย) จำกัด มีสินค้าหลัก ได้แก่ ยาหม่อง แผ่นบรรเทาปวด

ช่วง 3 ปีที่ผ่านมาบริษัท โฮ้ว ป่า ไทเกอร์ บาล์ม (ประเทศไทย) จำกัดมีผลประกอบการดังนี้

2561 รายได้ 1,699 ล้านบาท กำไร 191 ล้านบาท

2562 รายได้ 1,608 ล้านบาท กำไร 183 ล้านบาท

2563 รายได้ 349 ล้านบาท ขาดทุน 136 ล้านบาท

สาเหตุที่ปี 2563 ไทเกอร์บาล์ม ประสบกับปัญหารายได้ลดลง จนถึงขั้นขาดทุนมาจากการหายไปของนักท่องเที่ยว ซึ่งถือเป็นกลุ่มเป้าหมายของรายได้

โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวจีนที่นิยมมาท่องเที่ยวในไทยและกว้านซื้อสินค้าของไทเกอร์ บาล์มกลับไปใช้และฝากเพื่อน ๆ ที่ไม่ได้มาท่องเที่ยวด้วยกัน เป็นต้น

 

 

เสือตัวที่ 5 ตราเสือดาว

คนรุ่นเก่า ๆ อาจจะเคยได้ยินวลียาแก้ไอน้ำดำตราเสือดาว ดำดำ ในโฆษณายาแก้ไอน้ำดำตราเสือดาว

ยาแก้ไอน้ำดำตราเสือดาวถือเป็นยาแก้ไอที่อยู่ในตลาดมานานกว่า 60 ปี ภายใต้บริษัท ห้างขายยาตราเสือดาว จำกัด

นอกเหนือจากยาแก้ไอน้ำดำตราเสือดาวแล้ว ในบริษัท ห้างขายยาตราเสือดาว จำกัด ยังมีแอลกอฮอล์ Alcohol Alsoff สินค้าที่แจ้งเกิดในช่วงที่โควิด-19 ระบาดระลอกแรก

ใน 3 ปีที่ผ่านมา ห้างขายยาตราเสือดาว มีผลประกอบการดังนี้

2561 รายได้ 261 ล้านบาท กำไร 4 ล้านบาท

2562 รายได้ 257 ล้านบาท กำไร 3 ล้านบาท

2563 รายได้ 336 ล้านบาท กำไร 3 ล้านบาท

 

 

เสือตัวที่ 6 เสือพ่นไฟ

เสือพ่นไฟ ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นแบรนด์ชานมไข่มุกของคนไทย ที่มีจุดขายสร้างความสนใจคือหน้าร้านมีหัวเสืออ้าปากเพื่อให้ลูกค้ารับเครื่องดื่มจากปากเสือ

เสือพ่นไฟเปิดตัวครั้งแรกในปี 2561 มีสาขาแรกที่สยามสแควร์ที่ Seoulcial Club ซึ่งเป็นร้านของเจ้าของเสือพ่นไป

ส่วนปัจจุบันมีทั้งสาขาในประเทศไทยและต่างประเทศ  

และมีการสร้างความถี่ ขยายฐานลูกค้าผ่านการ Collab กับแบรนด์ต่าง ๆ เช่น MK ที่เข้าไปอยู่ในเมนูเครื่องดื่มไม่ประจำของร้าน
ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เสือพ่นไฟมีรายได้ดังนี้

2562 รายได้ 76 ล้านบาท กำไร 4 ล้านบาท

2563 รายได้ 91 ล้านบาท กำไร 4 ล้านบาท

การที่เสือพ่นไฟมีรายได้แจ้งกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเพียงสองปี เนื่องจากว่าในปีแรกของธุรกิจเสือพ่นไฟเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่อยู่ภายใต้บริษัทรวยไม่หยุดจำกัด ซึ่งมีเจ้าของเป็นคนเดียวกัน

ส่วนปัจจุบันบริษัท รวยไม่หยุด จำกัด ประกอบธุรกิจร้านปิ้งย่างเกาหลี Nice Two Meat U

 

 

เสือตัวที่ 7 เสือ 11 ตัว

เสือตัวนี้ไม่ใช่เพลงเสือตัวที่ 11 ของพงษ์สิทธิ์ คำภีร์ อย่างใด แต่คือชื่อแบรนด์ยาแผ่นสำหรับดองเหล้าที่มีสรรพคุณข้างซองว่า บำรุงร่างกาย บำรุงโลหิต ช่วยเจริญอาหาร แก่กษัย ปวดเมื่อยตามร่างกาย ฯลฯ

ยาแผ่นดองเหล้าเสือ 11 ตัว จดทะเบียนในชื่อบริษัท ห้างขายยาตรา เสือ 11 ตัว จำกัด

ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา เสือ 11 ตัว สร้างรายได้ให้กับบริษัทดังนี้

2561 รายได้ 27 ล้านบาท กำไร 0.5 ล้านบาท

2562 รายได้ 35 ล้านบาท ขาดทุน 5 ล้านบาท

2563 รายได้ 45 ล้านบาท กำไร 0.7 ล้านบาท

 

ทั้งนี้ นี่เป็นเพียงตัวอย่างของแบรนด์ที่ใช้คำว่าเสือ หรือไทเกอร์ ที่ทำตลาดในประเทศไทย

เราเชื่อว่าทั่วโลกยังมีแบรนด์อีกจำนวนมาก ที่ใช้คำว่าเสือ ไทเกอร์ คือคำที่มีความหมายเดียวกันในการตั้งชื่อแบรนด์อีกหลายล้านแบรนด์

เพราะเสือสื่อถึงความยิ่งใหญ่ที่กล้าหาญ

สวัสดีปีเสือ

I



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน