Marketeer มีโอกาสมาร่วมงานแถลงความร่วมมือระหว่าง Sasin School of Management (สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) และ บริษัท ชาร์จ แมเนจเม้นท์ จำกัด (SHARGE) ในการเปิดสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าที่ศศินทร์ เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตอย่างยั่งยืน ช่วยลดมลภาวะทางสิ่งแวดล้อม รับเทรนด์การเติบโตของ EV ในประเทศไทย

และที่พิเศษกว่านั้น คือได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์ เอียน เฟนวิค (Prof. Ian Fenwick, Ph.D.) ผู้อำนวยการ Sasin School of Management และคุณ พีระภัทร ศิริจันทโรภาส กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชาร์จ แมเนจเม้นท์ จำกัด (SHARGE) มาร่วมพูดคุยถึงจุดเริ่มต้นและแนวคิดในการทำโครงการนี้ร่วมกัน

ศาสตราจารย์ เอียน เฟนวิค (Prof. Ian Fenwick, Ph.D.) ผู้อำนวยการ Sasin School of Management

ศศินทร์ เน้นให้ความสำคัญเรื่องความยั่งยืน และนวัตกรรม  

ศาสตราจารย์ เอียน เฟนวิค (Prof. Ian Fenwick, Ph.D.) ผู้อำนวยการ Sasin School of Management เล่าถึงจุดเริ่มต้นของความร่วมมือในครั้งนี้ว่า ความยั่งยืน (Sustainability) และนวัตกรรม (Innovation) เป็นสิ่งที่ศศินทร์ให้ความสำคัญมาโดยตลอด เรียกได้ว่าเสมือนอยู่ใน DNA ซึ่งการใช้ยานพาหนะแห่งอนาคตอย่าง EV (Electric Vehicles) นั้นยังเป็นการส่งเสริมการใช้ชีวิตและการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนในประเทศไทย และการขยายสถานีชาร์จรถยนต์ EV จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งเสริมให้คนหันมาใช้รถ EV มากยิ่งขึ้นอีกด้วย

“หนึ่งในนิสิตของศศินทร์ที่ทำงานกับ SHARGE ได้เข้ามาพูดคุยถึงแผนการขยายจุดชาร์จและให้ความสนใจในพื้นที่ของเรา ศศินทร์เองมีความสนใจเรื่องนี้ ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดเรื่องของความยั่งยืน และนวัตกรรมได้เป็นอย่างดี และยินดีอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับบริษัทที่คิดแบบเดียวกัน อยากพาสังคมก้าวไปทิศทางเดียวกัน

เราอยากกระตุ้นให้ผู้คนได้ตระหนักถึงการใช้พลังงานสะอาด การพัฒนาอย่างยั่งยืน การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เพราะเราอยู่ท่ามกลางวิกฤตด้านสภาพแวดล้อม หากเราไม่ Transform วิถีชีวิต วิธีการดำเนินธุรกิจ สถานการณ์จะมีแต่แย่ลง ลูกหลานเราต้องอยู่ในโลกที่เลวร้าย ซึ่งรถ EV เป็นนวัตกรรมที่ไม่เพียงแต่จะสร้าง Impact เชิงบวกให้กับโลก แต่ยังนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงไลฟ์สไตล์อื่น ๆ ที่จะสร้างความยั่งยืน ซึ่งศศินทร์เองอยากมีส่วนร่วมในการส่งเสริมให้มีการใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้ามากขึ้น ซึ่งสอดรับกับนโยบายของรัฐบาลในการพัฒนาตลาดรถยนต์ EV ในประเทศไทย”

พีระภัทร ศิริจันทโรภาส กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชาร์จ แมเนจเม้นท์ จำกัด (SHARGE)

ปักหมุดที่ศศินทร์ นำร่องสถานีชาร์จในสถานศึกษา
ตอบโจทย์และเข้าถึงไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต

คุณพีระภัทร ผู้บริหาร SHARGE ผู้นำด้านการสร้าง EV Charging Ecosystem เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตอย่างยั่งยืนของคนยุคใหม่ ได้กล่าวถึงปัจจัยสำคัญในการเลือกปักหมุดที่ศศินทร์ให้เป็นสถานีชาร์จ EV แห่งแรกในสถานศึกษาว่า จุดมุ่งหมายหลักคือให้บริการ คณาจารย์ นิสิต บุคลากร ศศินทร์และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รวมไปถึงบุคคลภายนอกก็สามารถเข้ามาใช้บริการได้

เป้าหมายของ SHARGE  คือการสร้าง Ecosystem สำหรับ EV ที่จะอยู่ในไลฟ์สไตล์และชีวิตประจำวันของทุกคนที่ใช้รถ ซึ่งเรื่องไลฟ์สไตล์เป็นเรื่องสำคัญของการใช้รถ EV ซึ่งตามแนวทางที่เราตั้งไว้ คือขยายสถานีชาร์จไปยังที่ที่เข้าถึงการใช้ชีวิต โดยพาร์ตแรก เรามองที่คอนโดฯ ที่อยู่อาศัย และพาร์ตต่อมาคือ สถานศึกษา ห้างสรรพสินค้า สถานที่เล่นกีฬา ซึ่งเป็นที่ที่ผู้คนใช้ชีวิตประจำวันอยู่ เพื่อส่งเสริมให้ Ecosystem นี้เกิดขึ้นอย่างจริงจัง

ฉะนั้น การที่เราทำสถานีชาร์จที่ศศินทร์ จึงเป็นหนึ่งในสถานที่ที่เหมาะสม และเป็นไปตามแผนการขยายโครงข่ายสถานีชาร์จให้เข้าถึงไลฟ์สไตล์และชีวิตประจำวันของทุกคนที่ใช้รถยนต์ EV ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์นิสิตนักศึกษาหรือทุกคนที่ใช้รถ EV ระหว่างเรียนหรือสอนก็สามารถที่จะชาร์จรถได้ พอจบคลาสออกมา รถได้รับไฟฟ้าเพียงพอที่จะเดินทางต่อลงตัวมาก ๆ นอกจากนี้ ยังเป็นสิ่งที่เราช่วยสนับสนุนในเรื่องของ Sustainable Development Programs อีกทางหนึ่งด้วย

สำหรับ สถานีชาร์จที่ศศินทร์ ได้จัดตั้งเครื่องชาร์จความเร็วสูงทั้งหมด 2 เครื่อง สามารถให้บริการได้อย่างเต็มประสิทธิภาพครั้งละ 2 คัน ผู้ใช้งานสามารถเข้ามาใช้บริการด้วยตนเองโดยการจองช่องจอดล่วงหน้าผ่าน “SHARGE Application” เมื่อเข้ามาแล้วทำการสแกน QR Code เพื่อเช็กอิน จากนั้นกดเริ่มการชาร์จรถได้เลย

ในส่วนของค่าบริการสามารถชำระผ่าน Application ได้ทั้งทางบัตรเครดิต เดบิต และคะแนนสะสมจาก The 1 Card และในอนาคตจะสามารถนำ Token Digital มาชำระค่าบริการแทนเงินสดได้อีกด้วย ทั้งนี้ หากไม่มี SHARGE Application มาก่อน ก็สามารถเข้ามาใช้บริการช่องจอดได้เช่นกัน

ความพิเศษของสถานีชาร์จที่ศศินทร์คือเป็นสถานีชาร์จแห่งแรกในมหาวิทยาลัย และเป็นที่แรกที่สนับสนุนให้นักศึกษาหันมาใช้รถ EV อย่างจริงจัง โดยมีสถานีชาร์จจริง ๆ ให้ลองใช้จริง ๆ แล้วสถานีนี้ก็เปิดกว้างรองรับการใช้งานของทุก ๆ คน ไม่ได้จำกัดแค่คนของศศินทร์เท่านั้น” คุณพีระภัทร กล่าวเสริม

เตรียมแผนขยายสถานีชาร์จ รับเทรนด์ EV เติบโต

เมื่อถามถึงทิศทางการเติบโตของ EV ในเมืองไทย ผู้บริหาร SHARGE ให้ความเห็นว่า ตลาดกำลังเติบโตไปในทิศทางที่ดีจากเทรนด์ของผู้บริโภคที่ให้ความสนใจกับรถยนต์ EV มากขึ้น รวมถึงนโยบายส่งเสริมของภาครัฐที่มีส่วนผลักดันเป็นอย่างมาก

“ทิศทางหลัก ๆ ตลาด EV ในบ้านเราจะต้องเติบโต เนื่องจากเราไม่ได้มีแบรนด์รถประจำชาติ ต้อง Consume รถจากต่างประเทศตลอด ซึ่งในตลาดโลกตอนนี้ให้ความสนใจเรื่องของการใช้ชีวิตแบบ Sustainable ผู้ผลิตรถยนต์ก็จะสนใจในการผลิตรถยนต์ EV มากขึ้น ซึ่งเมื่อผลิตออกมาเป็นจำนวนมาก คนไทยได้รับอิทธิพลไปโดยปริยาย และเมื่อผนวกกับการสนับสนุนของภาครัฐในเรื่องลดภาษี จะยิ่งเป็นตัวเร่งให้ไซเคิลของตลาดรถยนต์ EV เมืองไทยเติบโตขึ้นไปแบบก้าวกระโดดแน่นอน”

ซึ่งในจุดนี้ SHARGE ได้เตรียมแผนการขยายสถานีชาร์จเพิ่มเติมทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด เพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มมากขึ้น และสร้างความมั่นใจให้กับผู้ที่สนใจรถยนต์ EV ได้เห็นถึงความสะดวกสบาย และความเพียงพอของสถานีชาร์จ ซึ่งเป็นหนึ่งใน Pain Point ที่คนยังกังวลอยู่

“ในส่วนของการขยายสถานีชาร์จเบื้องต้นจะมุ่งเน้นในกรุงเทพฯ ก่อน เพราะ EV ยังเป็นการเติบโตที่เริ่มจากกรุงเทพฯ อยู่ อย่างไรก็ดี ในปีนี้ได้เตรียมแผนขยายเครือข่ายสถานีชาร์จไปยังต่างจังหวัด เพื่อรองรับการเติบโตของตลาด EV ซึ่งขยายตัวไปยังต่างจังหวัดมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง

โดย Concept ในการขยายสถานีชาร์จของเราจะโฟกัสที่ 3 แกน ได้แก่ ชาร์จตอนกลางคืน ชาร์จในระหว่างการใช้ชีวิตประจำวัน และชาร์จระหว่างเดินทาง ซึ่งแนวทางการขยายสถานีชาร์จของเราคือ ต้องนำไปอยู่ในที่ที่เขาเห็นว่าเขาใช้ในชีวิตประจำวันกับมันอยู่แล้ว ถ้าเขาเห็นว่ามีสถานีที่พร้อมมากขึ้น จำนวนเยอะมากขึ้น และเขาไม่ต้องเปลี่ยนวิธีการใช้ชีวิตประจำวัน คือชาร์จไปด้วยกินข้าวไปด้วย ชาร์จไปด้วยเรียนไปด้วยได้ ในจุดนี้จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยผลักดันให้คนมั่นใจและหันมาใช้ EV มากขึ้นแน่นอน”

40 ปี ศศินทร์ 

นับตั้งแต่การก่อตั้งโดยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จับมือกับ Kellogg School of Management at Northwestern University และ The Wharton School of the University of Pennsylvania เมื่อ 40 ปีที่แล้ว ศศินทร์ ก็ยังคงก้าวไปข้างหน้าไม่หยุดยั้ง เพื่อการเรียนรู้ด้านบริหารธุรกิจที่ดีที่สุด สร้างผู้บริหารที่จะสร้างอิมแพคเชิงบวกให้กับโลกนี้ได้อย่างยั่งยืน เมื่อปีที่ผ่านมา ศศินทร์ก็เพิ่งได้ผ่านการปรับปรุงอาคารใหม่ เพื่อให้สอดรับกับการเรียนแบบ Action Learning สร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อให้เกิดความคิดสร้างสรรค์และการทำงานร่วมกัน สะท้อนให้เห็นถึงการไม่หยุดพัฒนาเพื่อตอบรับเทรนด์โลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และความมุ่งมั่นในเรื่องของความยั่งยืนและความเป็นผู้ประกอบการซึ่งเป็นหัวใจหลักของศศินทร์มาโดยตลอด

ทั้งนี้ การเปิดสถานีชารจ์ที่ศศินทร์ในปีนี้ ถือเป็นหนึ่งกิจกรรมในการฉลองครบรอบ 40 ปี ของศศินทร์ (40forward) ภายใต้แกนหลัก การสร้างแรงบันดาลใจ (inspire) เชื่อมต่อ (connect) และเปลี่ยนแปลง (transform) เพื่อสร้างโลกที่ดีขึ้น ฉลาดขึ้น และยั่งยืนขึ้น (for a better, smarter, sustainable world)”  ซึ่งนอกจากนี้ ยังมีแผนการดำเนินกิจกรรมในส่วนอื่น ๆ ตามมาอย่างแน่นอน

โดย ศาสตราจารย์ เอียน กล่าวว่า

“โครงการสถานีชาร์จ EV ที่ศศินทร์ เป็นโครงการที่สอดรับกับความต้องการยุคใหม่ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจเชื่อมต่อผู้คน และนำพาไปสู่การเปลี่ยนแปลง ซึ่ง ศศินทร์อยากกระตุ้นให้ผู้คนได้ตระหนักถึงการใช้พลังงานสะอาด การพัฒนาอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ ยังได้วางแผนโครงการใหม่ ๆ ในวาระครบรอบ 40 ปี เช่นเร็ว ๆ นี้จะมีอีกโครงการหนึ่งที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีและความยั่งยืน ซึ่งเป็นเทรนด์ที่คนให้ความสนใจอย่างมาก ขอให้ติดตามกันต่อไป”

ข้อมูลเพิ่มเติม www.sasin.edu



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน