ตลอดปีครึ่งที่ทีวีดิจิตอลเริ่มออกออนแอร์ในประเทศไทย ได้สร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับวงการทีวีไทยจากเดิม 6 ช่องเป็น 24 ช่องไม่รวมช่องสาธาณะ และสิ่งนี้เองได้กลายเป็นปัญหาที่หนักอกหนักใจของช่องทีวี ที่ต้องวิ่งหาคอนเทนต์โดนๆ มาโหนกระแส ดึงดูดผู้ชม ซึ่งคอนเทนต์ที่ว่านี้ก็หนีไม่พ้นการซื้อคอนเทนต์จากต่างประเทศนำมาออกอากาศแบบซื้อมาแล้วออนแอร์ทั้งดุ้น การซื้อ Format ลิขสิทธิ์รายการและนำมาพัฒนา แต่งเติมให้เข้ากับคนไทย และ การครีเอทคอนเทนต์ของตัวเองขึ้นมาใหม่ในสไตล์ไทยคอนเทนต์

เพราะในวันนี้ ผู้บริโภค ดูที่คอนเทนต์ มากกว่าการดูรายการเพราะช่อง และเมื่อคอนเทนต์มากช่องรายการมากเหมือนเป็นเบี้ยหัวแตกที่บางครั้งช่องก็ไม่สามารถฟันธงได้ว่า คอนเทนต์ที่ออกอากาศนี้ จะโดนใจคนดูจนเกิดการจดจำและเข้ามาดูอย่างต่อเนื่องได้สักแค่ไหน เมื่อทุกช่องต้องการรายการทีวีที่ดึงดูดผู้ชม แล้วการมีคอนเทนต์ไทย กับการซื้อ Format คอนเทนต์นอกมาประยุกต์เข้ากับไทยแบบไหนจะดีกว่ากัน

ข้อดี

เป็นเหมือนการเรียนทางลัด สามารถผลิตรายได้ออกอากาศได้เร็ว เพราะมีสูตรสำเร็จในการทำรายการมาให้คัดลอกโครงรายการ เพียงนำมาประยุกต์เป็น Local เท่านั้น

รายการที่ประสบความสำเร็จในต่างประเทศ เป็นเครื่องการันตีระดับหนึ่งว่าเป็น Format รายการที่โดนใจคนดู เช่นรายการ The Face ที่เป็นกระแสอยู่ในปัจจุบัน แต่ต้องขึ้นอยู่กับวัฒนธรรมแต่ละประเทศด้วย Format ต่างประเทศที่ประสบความสำเร็จส่วนใหญ่จะมีความเป็นสากล

ข้อเสีย

มีค่าใช้จ่ายด้านลิขสิทธิ์สูง

ไม่สามารถปรับเปลี่ยนโครงรายการได้

สามารถออกอากาศรายการได้ตามระยะเวลาที่ซื้อลิขสิทธิ์เท่านั้น ถ้ารายการไหนได้รับการตอบรับดี แต่เข้าของลิขสิทธิ์ไม่ต่อสัญญาหรือขึ้นราคาสิขสิทธิ์ก็อาจเสียโอกาสไป

บางรายการไม่ถูกจริตคนไทย ทำให้ไม่ประสบความสำเร็จ เช่นรายการตลก เพราะตลกต่างชาติกับไทยมีความแตกต่างกัน

 

ข้อดี

สามารถออกอากาศได้ยาวนาน ไม่มีปัญหาเรื่องลิขสิทธิ์ เช่น คดีเด็ด มาสเตอร์คีย์ เป็นรายการไทยที่ออกอากาศยาวนานต่อเนื่องถึง 20 กว่าปี

ปรับเปลี่ยน Format ได้ตามพฤติกรรมคนดูในแต่ละช่วงเวลา เช่น มาสเตอร์คีย์ มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบรายการตั้งแต่เกมโชว์ จนปัจจุบันเป็นการประกวดร้องเพลง

 

 

ข้อเสีย

ใช้เวลาในการค้นหา Format รายการที่เหมาะสมกับคนไทยนาน และบางรายการอาจไม่ประสบความสำเร็จ

 

 

Did U Know

-ทีวีดิจิตอล ทำให้ Content Provider มีงานมากขึ้น แต่รายได้น้อยลง

-คนไทยดูทีวีน้อยลง เปลี่ยนช่องบ่อย ดูเฉพาะที่สนใจจริงๆ รายการต้องกระชับต้องทำให้ 1 นาทีที่ผู้บริโภคเปิดดูมีหมัดฮุกดึงดูด ถ้าเป็นรายการตลกต้อง 3 คำตลก

-คนไทยขี้เบื่อ เทคโนโลยีทำให้คนอยู่กับจอทีวีน้อยลง พฤติกรรมคนดูสู่ Multi Screen มากขึ้น ช่องปรับเปลี่ยนให้มีช่องทางออกอากาศที่หลากหลายทั้งจอหลักและจอรอง

-ทีวี ยังคงเป็นเมนมีเดีย และสกรีนอื่นๆ คือเครื่องมือเสริมให้คนกลับมาดูทีวี

ที่มา : สัมมนา Group M, ตุลาคม 2558

 



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน