แม้มีประเทศไม่มากแต่เอเชียตะวันออกก็มีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจโลกมาโดยตลอด ยืนยันได้จาก Gadget จากญี่ปุ่น เกาหลีใต้และจีน รวมถึงไต้หวัน ที่ทยอยผลิตและพัฒนาจนเป็นแบรนด์ดัง ๆ ที่เรารู้จักกันเป็นอย่างดี นี่สะท้อนให้เห็นว่าภูมิภาคนี้มีการแข่งขันระหว่างประเทศเพื่อนบ้านกันเองสูงพอสมควร  

การต่อเรือก็เป็นอีกอุตสาหกรรมที่ประเทศในเอเชียตะวันออก ขับเคี่ยวกันมายาวนาน โดยหลังญี่ปุ่นเสียแชมป์ไป เกาหลีใต้ก็ขึ้นมาเป็นใหญ่ในอุตสาหกรรมนี้ หลักฐานคือยักษ์เครือธุรกิจ (Chaebol) “แดนโสมขาว” อย่าง Hyundai Samsung และ Daewoo ล้วนมีชื่ออยู่ในอุตสาหกรรมอู่ต่อเรือ แม้ส่วนธุรกิจนี้ของ Chaebol บางแห่งได้แยกออกไปเป็นเอกเทศแล้วก็ตาม

ปัจจุบันสถานการณ์ในอุตสาหกรรมต่อเรือกำลังถูกจับตามองอีกครั้ง เพราะแม้ 3 จาก 5 บริษัทต่อเรือที่ใหญ่สุดในโลก ยังเป็นบริษัทเกาหลีใต้ตามที่ได้กล่าวไปแล้ว

ทว่า CSSC ของจีนที่เกิดจากการควบรวมกิจการ ได้แรงหนุนจากรัฐบาลในทุกด้านตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและเพิ่มอำนาจทางทะเล ก็แรงขึ้นมาจนเลื่อนสู่บริษัทต่อเรือใหญ่สุดอันดับ 1 ของโลกมาตั้งแต่ปี 2020

สภาพการณ์ในอุตสาหกรรมเกาหลีใต้เผชิญความท้าทายขึ้นไปอีก เพราะกำลังเจอปัญหาขาดแคลนแรงงาน จนรัฐบาลเพิ่มโควตาวีซ่าให้แรงงานต่างชาติที่ส่วนใหญ่มาจาก ASEAN ทั้งเพื่อทดแทนและไม่ให้สัญญาต่อเรือส่งก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) สืบเนื่องมาจากวิกฤตพลังงานยูเครน หลุดไปถึงบรรดาบริษัทคู่แข่งในจีน

 

โอกาสช่วงฝ่าวิกฤตของอู่ต่อเรือเกาหลีใต้และแรงงานไทย

จากปัจจัยทางภูมิศาสตร์ที่ติดกับทะเล เกาหลีใต้จึงมีภูมิปัญญาเรื่องการต่อเรือ และช่วงที่อยู่ภายใต้การปกครองของญี่ปุ่นความสามารถด้านนี้ก็พัฒนาขึ้นมาก แต่ก็ยังไม่ถึงขั้นผลิตเองได้ในเชิงอุตสาหกรรม

พอถึงยุค 70 รัฐบาลเกาหลีใต้ขณะนั้นก็สั่งให้เดินหน้าพัฒนาอุตสาหกรรมต่อเรือเพื่อหวังให้เป็นกลไกผลักดันเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว ทำเงินเข้าประเทศและเพิ่มชื่อเสียงในเวทีโลก

ช่วงนี้เองที่ Hyundai, Samsung และ Daewoo หันมารุกธุรกิจต่อเรือ จนที่สุดปี 2000 Hyundai Heavy Industry ก็แซงบริษัทญี่ปุ่นขึ้นเป็นบริษัทต่อเรือใหญ่สุดในโลก

ทว่าระหว่างปี 2019 ถึง 2020 สถานการณ์โควิดที่ตรึงการคมนาคมขนส่งทั่วโลกให้เป็นอัมพาตและต่อเนื่องสู่มาตรการล็อกดาวน์ของรัฐบาล ก็ทำให้บริษัทต่อเรือเกาหลีใต้ต้องขาดทุนเช่นเดียวกับบริษัทอื่น ๆ ในอุตสาหกรรมเดียวกัน และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับคมนาคมต่าง ๆ เช่น สายการบิน 

ปีนี้สถานการณ์โควิดยังคงไม่แน่นอน เมืองอู่ต่อเรือที่อยู่ห่างจากกรุงโซลไปทางสุดตะวันออกเฉียงใต้ ค่าตอบแทนที่น้อยเมื่อเทียบกับงานอื่น และจำนวนคนงานที่ลดลงไปมากสืบเนื่องมาสถานการณ์โควิดรอบแรก ๆ ทำให้ Hyundai Heavy Industries,

Samsung Heavy Industries และ Daewoo Shipbuilding & Marine Engineering ที่เป็นบริษัทต่อเรือใหญ่อันดับ 2, 3 และ 4 ของโลก ขาดแคลนแรงงาน  

สถานการณ์ดังกล่าวต้องเร่งแก้ไข เพราะแม้เกาหลีใต้เสียแชมป์บริษัทต่อเรือใหญ่สุดของโลกให้จีนไปแล้ว แต่ 3 ยักษ์ใหญ่ ก็ยัง Top 5 และเกาหลีใต้ครองสัดส่วนเรือส่งก๊าซ LNG ถึง 90% ในตลาดโลก

เรือชนิดนี้กำลังเป็นที่ต้องการอย่างมากเพื่อใช้ลำเลียงก๊าซ LNG จากแหล่งก๊าซในตะวันออกกลางและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไปยังยุโรปที่กำลังหาทางลดการพึ่งพารัสเซีย แหล่งพลังงานสำคัญและคู่ขัดแย้งจากสงครามยูเครน

มีรายงานว่าไตรมาสแรกปีนี้บริษัทต่อเรือเกาหลีใต้มียอดต่อเรือมากถึง 37 ลำ คิดเป็นครึ่งหนึ่งของตลอดปี 2021

จากสถานการณ์ทั้งหมดทำให้บริษัทต่อเรือเกาหลีใต้ขอให้รัฐบาลช่วยหาทางออก จนนำมาสู่อนุมัติวีซ่าทำงานให้แรงงานต่างชาติ เฉพาะในอุตสาหกรรมต่อเรือเพิ่มถึง 4,400 คน มากกว่าโควตาปกติถึง 5 เท่า

นี่ถือเป็นโอกาสทองของแรงงานไทยที่มีทักษะด้านงานเหล็ก และทักษะอื่น ๆ ที่จำเป็นในการต่อเรือ เพราะมีรายงานว่าโควตาวีซ่างานเหล่านี้รัฐบาลเกาหลีใต้ออกให้กับแรงงานจากกลุ่มประเทศ ASEAN อย่างเวียดนาม ฟิลิปปินส์ และไทย มากที่สุด

แน่นอนว่างานเร่งด่วนที่บริษัทเกาหลีใต้และแรงงานจาก ASEAN ต้องเร่งจัดการคือต่อเรือส่งก๊าซ LNG ให้เสร็จตามสั่ง เพราะถ้าช้า ผลกระทบโดยตรงคือโดนบริษัทจีนที่แรงขึ้นมาจากแรงหนุนมหาศาลของรัฐบาล ทิ้งห่างมากยิ่งขึ้น

จนมีความเป็นไปได้ว่าในอนาคต 3 ยักษ์ในอุตสาหกรรมต่อเรือเกาหลีใต้อาจร่วงจาก Top 5/nikkei, wikipedia, overseamofakr



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน