เขาว่ากันว่า Gen C ไม่ได้ใช้ออนไลน์ แต่อาศัยอยู่ในออนไลน์ มีความจำน้อยกว่าปลาทอง เมื่อGen C ไม่ถูกใจคอนเทนต์ไหนก็จะคลิกผ่านไปง่ายๆ และแบรนด์จะโฆษณาอย่างไรให้โดน
1.โฆษณาออนไลน์และออฟไลน์คือเรื่องเดียวกัน
อย่างมองว่าการโฆษณาออนไลน์และออฟไลน์เป็นเรื่องที่แยกจากกัน แต่ต้องมองว่าเป็นเรื่องเดียวกัน เพียงออนไลน์เป็นสื่อใหม่ที่เข้ามาช่วยสื่อสารเท่านั้น เพราะสื่อแต่ละสื่อมีหน้าที่ในการสื่อสารแตกต่างกัน บิลบอร์ด หนังสือพิมพ์ นิตยสารไม่ใช่สื่อเก่า ที่มองว่าถ้าสื่อสารกับ Gen Cไม่ควรใช้สื่อเหล่านี้ แต่เป็นสื่อที่ช่วยผสมผสานให้การตลาดถึง Gen Cสมบูรณ์ขึ้น
ตัวอย่างSamsung Note 4 ที่ใช้ Message ในการสื่อสารเพียง Message เดียวผ่านสื่อเก่าอย่างบิลบอร์ดเปิดประเด็นสื่อสารถึงกลุ่มเป้าหมายรับรู้ว่าปากกา S Pen สามารถเขียนข้อความได้ที่บ่งบอกความเป็นตัวของตัวเอง ด้วยการให้กลุ่มเป้าหมายเติมคำในช่องว่างตามที่ต้องการ(ในใจ) เพื่อต่อยอดไปยังสื่อออนไลน์ด้วยการให้ดาราศิลปินและเชิญชวนให้กลุ่มเป้าหมายโพสต์ภาพที่เติมคำในช่องว่างที่สื่อถึงตัวตนด้วย S Pen ซึ่งเป็นจุดแข็งของซัมซุง

2.กระแสออนไลน์ไม่จำเป็นต้องเกิดจากการทำตลาดออนไลน์
ลบความเชื่อที่การสื่อสารกับ Gen Cต้องใช้เริ่มต้นและจบที่สื่อออนไลน์เท่านั้นออกไป เพราะการสื่อสารผ่านสื่อออฟไลน์สามารถสร้างกระแสในสื่อออนไลน์ได้เช่นกัน เช่น แคมเปญ Home Pro Expo ที่ลงโฆษณาในสื่อออฟไลน์อย่างหนังสือพิมพ์และบิลบอร์ดเท่านั้น แต่กระแสกับมาอยู่ในสื่อออนไลน์โดย Home Pro ไม่ได้ซื้อสื่อออนไลน์เลย

3.ฟังว่าผู้บริโภคอยากได้ยินอะไรแทนการจะบอกอะไรกับผู้บริโภค
ฟังผู้บริโภคว่าต้องการอะไรเป็นสิ่งที่สำคัญในการสื่อสารถึง Gen C และทุกๆ Gen
แบรนด์ชอบมองว่าถ้าจะทุ่มเม็ดเงินไปกับการโฆษณา จะฮาร์ดเซล สื่อถึงสินค้าให้มากที่สุด โดยไม่สนใจว่าผู้บริโภคต้องการอะไร
ตัวอย่างแบรนด์วาโก้ ซึ่งเป็นแบรนด์ที่มีอายุพอสมควรต้องการลดอายุแบรนด์ลงสื่อสารกับกลุ่มวัยรุ่น ได้เปลี่ยนภาพลักษณ์ตัวเองจากโฆษณาผ่านนางแบบต่างชาติ ใส่ชุดชั้นใน ลง TVC เป็นการใช้ VDO Content เล่าเรื่องราวถึงสิ่งที่ผู้บริโภคอยากฟัง และสื่อสารผ่านโซเชียลมีเดีย
4.อย่างลืมเปิดช่องให้ผู้บริโภคมีส่วนร่วม
Gen Cต้องการแชร์และมีส่วนร่วมผ่านการคอมเมนต์ การแชร์ จึงเป็นสิ่งจำเป็นที่นักตลาดต้องเปิดช่องทางให้ Gec Cแสดงออก และมีส่วนร่วมกับแบรนด์
เช่น Smoot E ต้องการปรับกลุ่มเป้าหมายคนทำงานเป็นกลุ่มวัยรุ่น Gen Cด้วยแคมเปญ พี่จุ๋ม แบล็ค สื่อสารผ่านสื่อออนไลน์ทุกช่องทาง และเปลี่ยนแนวคิดการสื่อสารว่าสมูทอีจะพูดอะไร เป็นสมูทอีเป็นผู้รับฟัง ด้วยการนำคาเร็คเตอร์พี่จุ๋ม พรีเซ็นเตอร์สมูทอีในอดีตกลับมาเป็นที่ปรึกษาให้กับน้องๆ รุ่นใหม่ สามารถถามพี่จุ๋มได้ทุกช่องทางแต่มีข้อแม้ว่าต้องติด #ตามจุ๋มมาตอบ และได้รับการตอบรับอย่างดีกับวัยรุ่น Gen Cและสุดท้ายคือการเติบโตด้วยยอดจำหน่ายที่สูงขึ้น

ที่มา : Winter Egency, ตุลาคม 2558
Website : Marketeeronline.co /
